ร่างหนึ่งวิ่งตรงเข้าไปหาเฉิงชีชี เฉิงชีชียังไม่ทันตั้งตัว ก็รู้สึกว่าตรงหน้ามืดลง ชั่วพริบตาต่อมา นางก็เห็นคานบ้านที่หักบนชายคาหล่นลงมา
หล่นตรงจุดที่นางเพิ่งยืนอยู่เมื่อครู่!
“พี่สะใภ้ ไม่เป็นไรใช่ไหม?”
จิ้นเยี่ยนจือถามอย่างร้อนรน
เฉิงชีชียังไม่หายตกใจ เหลือบมองมือของจิ้นเยี่ยนจือที่กำแขนนางไว้แน่น ข้อนิ้วชัดเจน ยิ่งขับให้แขนของนางดูเรียวเล็กกว่าเดิม
“ข้า...”
จิ้นเยี่ยนจือหน้าแดง รีบปล่อยมือทันที
“ยังดีที่พี่รองดึงท่านออกมา ไม่งั้นท่านคงถูกทับแล้ว!”
จิ้นเสวี่ยเอ๋อร์เองก็มองเฉิงชีชีอย่างเป็นห่วง
“เยี่ยนจือ ไม่เป็นไรนะ?”
หลินฮุ่ยหลานวิ่งเข้ามาอย่างตื่นเต้น คว้าตัวจิ้นเยี่ยนจือไว้ สำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้า น้ำเสียงที่ออกจะเกินเหตุ ทั้งแหลมทั้งเล็กทั้งสูง ทำเอาทุกคนตกใจกันหมด!
“เสี่ยวเนียง ข้าไม่เป็นไร”
จิ้นเยี่ยนจือเปลี่ยนเรื่อง “คานบ้านนี้เก่าเกินไปแล้ว ตอนซ่อมหลังคาคราวก่อน ไม่ได้เปลี่ยนใหม่ มันอันตรายมาก พรุ่งนี้จะหาคนมาเปลี่ยน”
จิ้นเยี่ยนจือยกคานที่หล่นลงมาออกไป ครุ่นคิดว่า ต้องเปลี่ยนหลังคาใหม่โดยเร็ว!
เดี๋ยวนี้นางตามจิ้นหลี่จือไปขายผักดองกับโจ๊กผักกาดดอง ทุกวันมีรายได้กว่าหนึ่งพันอีแปะเชียวนะ!
เก็บหอมรอมริบไป ก็ได้เงินไม่น้อย!
โรงน้ำตาลขายน้ำไป๋กาน น้ำพริกหอยแห้ง น้ำส้มสายชูอ้อย ลูกชิ้นปลา ก็ยังเป็นจิ้นเยี่ยนจือที่พาจวงไห่เฉาไปขายด้วย จิ้นเยี่ยนจือเมื่อก่อนเป็นพ่อคุณลูกท่าน เดี๋ยวนี้ก็แค่หน้าด้าน!
