ร่างเดิมกำเนิดต่ำต้อย พ่อของร่างเดิมช่วยซื่อจื่อที่บาดเจ็บสาหัส สองสามีภรรยาพลีชีพเพื่อซื่อจื่อ กลายเป็นเด็กกำพร้า ร่างเดิมก็พลัดพรากมา ครั้นซื่อจื่อถูกเล่นงาน ก็ลุกขึ้นปกป้อง ยกกายบริสุทธิ์ช่วยซื่อจื่อไว้
จิ้นโม่จือเพื่อตอบแทนพระคุณ ฝ่าคัดค้านรอบด้าน ต้อนรับนางเข้าจวนโหวในฐานะซื่อจื่อเฟย โหวโกรธจัด ฮูหยินโหวยิ่งรังเกียจนางทุกจุด
จิ้นโม่จือกับบิดา จงหย่งโหว ประจำการชายแดน ฮูหยินโหวไม่ชอบร่างเดิม แต่ก็ไม่เอาชีวิต กระทั่งนางตั้งครรภ์ ก็อยู่ดีขึ้นอีกพักใหญ่
จนนางให้กำเนิดบุตรสาว จิ้นซุ่ยอาน ถูกส่งตัวไปมุมอับที่สุดทันที อยู่ที่นั่นถึงสามปี
“เจ้ามาได้อย่างไร”
หลิ่วซู่อี๋เห็นนางก็มองไปทางหมัวมัวอู๋ตามสัญชาตญาณ นางมิได้ให้หมัวมัวอู๋ส่งธนบัตร ให้แม่หนีไปหรือ
“ก็ข้าเชิญมาเองน่ะสิ!”
ชุยเลี่ยในชุดเกราะทอง สะท้อนแสงอาทิตย์วาววับ มุมปากยกยิ้มร้ายกาจ “ซื่อจื่อตายแล้ว ภรรยาเขา บุตรสาวเขา จะอยู่นอกเรื่องได้อย่างไร”
รอยยิ้มของชุยเลี่ยช่างดุจอาบยาพิษ
ร่างหลิ่วซู่อี๋ซวนเซ นางมองชุยเลี่ยด้วยแววตาเดือดดาล เล็บมือจิกเข้าในอุ้งมือแน่น เตือนตนให้สงบ
ตระกูลจิ้นขุนนางเก่าสองแผ่นดิน เกียรติคุณเกรียงไกร ทั้งตระกูลภักดี ซื่อตรงพิทักษ์แผ่นดินแห่งแคว้นต้าเซี่ย โหวชราแล้ว โม่เอ๋อร์ยิ่งประจำชายแดน สามปีจึงกลับบ้านสักครั้ง
ชุยเลี่ยเกิดในตระกูลต่ำต้อย แต่ได้รับความไว้วางพระทัยจากฮ่องเต้ คอยขัดแย้งกับโหวทุกหนแห่ง คราวนี้จวนโหวเกิดเรื่อง สิบส่วนมีแปดเก้าส่วนเป็นฝีมือสกุลชุย
หลิ่วซู่อี๋สูดลมหายใจลึก เอ่ยว่า “พวกนางมิได้ขึ้นทะเบียนสกุล คงไม่ควรอยู่ในรายชื่อถูกเนรเทศ”
ในน้ำเสียงของหลิ่วซู่อี๋แฝงความกราดเกรี้ยว ตอนนี้นางกลับรู้สึกโล่งใจ ที่พวกเขาต่างรังเกียจเฉิงชีชีพื้นเพต่ำต้อย อีกทั้งคลอดได้เพียงบุตรสาว จึงถ่วงเวลาไม่ขึ้นทะเบียนสกุลให้
เมื่อได้ข่าว หลิ่วซู่อี๋คิดการแรกคือส่งตัวจิ้นซุ่ยอานไปให้ไกล ไม่ว่าอย่างไร นั่นก็เป็นสายเลือดเดียวของบุตรชาย
“ทั่วพระนครรู้ว่า จงหย่งโหวซื่อจื่อเพื่อตอบแทนคุณ แต่งหญิงบ้านนอกเป็นซื่อจื่อเฟย แล้วยังคลอดบุตรสาว ต่อให้มิได้ขึ้นทะเบียนสกุล ก็มิอาจปัดว่าไม่มีเรื่องนี้”
กระบี่ของชุยเลี่ยเขี่ยผ้าขาวผืนข้างๆ เผยร่างเปื้อนบาดแผลของซื่อจื่อ เพียงยกขึ้น ปลายกระบี่ก็จ่อหลังบุตรสาวในอ้อมอกเฉิงชีชี
เฉิงชีชียกมือป้องปลายกระบี่ คล้ายก้าวถอย ซวนเซไปหนึ่งก้าว นางมองเกราะทองอร่ามกายชุยเลี่ยกับแววตาลำพองใจ คิดในใจ: ผู้นี้มีแค้นกับซื่อจื่อ
“ใต้เท้า”
เฉิงชีชีเอ่ยขึ้น บุตรสาวเพิ่งสามขวบ ต่อให้มีมิติ ชมทางเนรเทศก็คงดวงถึงฆาตแปดในสิบส่วน นางต้องไขว่คว้าโอกาสรอดเพื่อตนและบุตรสาว
“ซื่อจื่อเฟย?”
ชุยเลี่ยเอ่ยอย่างยั่วเย้า จ้องใบหน้าเฉิงชีชี เด็กสาวชาวชนบท กลับมีรูปโฉมอยู่บ้าง
“วันนี้ใต้เท้าใช้ไม้แข็ง ช่างให้ข้ากับบุตรสาวขึ้นทะเบียนสกุล ถูกเนรเทศร่วมจวนโหวได้ก็จริง แต่วันหน้า ใต้เท้าไม่กลัวหรือว่าใครจะใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างถวายฎีกากล่าวโทษ!”
เสียงเฉิงชีชีหนักแน่น นางจ้องชุยเลี่ยด้วยแววตาเจิดจ้า กล่าวว่า “ใต้เท้าไยไม่ผ่อนปรนสักทาง ประทานโอกาสรอดแก่เด็กน้อย สักวันหนึ่ง ใต้เท้าต้องได้รับผลบุญตอบแทน”
ความเงียบงันของชุยเลี่ย ทำให้ทุกคนในจวนโหวตื่นตระหนกไปด้วย หลิ่วซู่อี๋ได้แต่หวังให้สายเลือดเดียวของโม่เอ๋อร์ปลอดภัย
“เฉิงชีชี เจ้าอย่าไม่รู้ดีรู้ร้าย”
หลินฮุ่ยหลานร้องตะคอกพล่าน “ขึ้นทะเบียนสกุล เจ้าก็เป็นซื่อจื่อเฟยผู้ชอบธรรม บุตรสาวคนนี้ก็เป็นคุณหนูใหญ่แห่งจวนโหว”
“หลินฮุ่ยหลาน!”
หลิ่วซู่อี๋รีบขัดเสียงนาง แววตาที่มองไปปรารถนาจะเถือหนังนางออกมา!
“ข้าพูดผิดตรงไหน”
หลินฮุ่ยหลานทำใจแตก ต่างคนต่างอย่าหวังสบาย “เด็กคนนี้แต่เดิมก็เป็นบุตรสาวของซื่อจื่อ ตอนนี้ก็แค่เพิ่มนามที่สมควรได้ของนางให้”
“ดี ดีมาก” ชุยเลี่ยตบมือเปาะแปะ
ใจเฉิงชีชีร่วงวูบ นางลูบหลังบุตรสาวปลอบโยน ไม่หนีการถูกเนรเทศแล้ว
หลิ่วซู่อี๋หลับตาลง ก่อนลืมตาขึ้นฉับพลัน จ้องชุยเลี่ยว่า “ชุยเลี่ย เจ้าต้องการกระทั่งตัดรากถอนโคนถึงเพียงนี้หรือ”
บุตรสาวของโม่เอ๋อร์ อายุเพียงสามขวบ ตามพวกนางไปถูกเนรเทศ มีแต่ทางตาย!
“ท่านผู้หญิงจิ้น ข้าช่วยเหลือซื่อจื่ออยู่ ไยว่าข้าตัดรากถอนโคนเล่า”
ชุยเลี่ยหัวเราะจนเห็นเหงือก รื่นรมย์เสียจริง จิ้นโม่จือผู้เคยข่มข้าเหนือทุกหนแห่ง ตายไปแล้ว สตรีของเขา บุตรสาวเดียวของเขา ก็จะถูกเนรเทศ!
“บุตรสาวเดียวของซื่อจื่อ แม้แต่ทะเบียนสกุลก็ยังไม่ได้ขึ้น มันไม่เหมาะ ซื่อจื่อในสวรรค์รับรู้ คงเห็นชอบวิธีของข้าแน่”
ชุยเลี่ยเห็นท่าทีเคียดแค้นของพวกนาง ใจนึกสุขล้ำเอาการ
“ชุยเลี่ย เจ้าใช้เวรส่วนตัว!”
หลิ่วซู่อี๋พอนึกว่าเลือดเนื้อเชื้อไขของโม่เอ๋อร์จะรักษาไว้ไม่ได้ ก็เจ็บปวดระส่ำ นางหลุดปากว่า “เจ้าเทียบปลายนิ้วโม่เอ๋อร์ก็ไม่ติด!”
ชุยเลี่ยได้ฟัง ก็โกรธหันกลับมา เพียงยกขึ้น กระบี่ตวัดใส่หมัวมัวอู๋ผู้พยุงหลิ่วซู่อี๋อยู่ข้างๆ ดาบเดียวถึงตาย เลือดพุ่งกระฉูด กระเซ็นใส่ร่างหลิ่วซู่อี๋
โลหิตสีแดงสด อุ่นเหนียวข้น ยังมีกลิ่นสนิม
หลิ่วซู่อี๋นิ่งค้าง เหลียวไป แลเห็นหมัวมัวอู๋มองนางด้วยแววตาอาลัย ในสายตาประหนึ่งว่า: ท่านผู้หญิง บ่าวชราไปต่อกับท่านไม่ได้แล้ว
กระบี่ในมือชุยเลี่ยยกไปข้างหน้า เลือดหยดหนึ่งไหลลงจากปลายกระบี่ แววตาของเขาแฝงความโหดเหี้ยม “กบฏขัดราชโองการ ยักยอกเสบียงทหาร ผู้มีความผิดเช่นนี้ มีอะไรคู่ควรให้นำมาเทียบกับข้า”
“จิ้นโม่จือต่อให้ตายแล้ว ก็ต้องตกนรกไถ่โทษ!”
กระบี่ชุยเลี่ยพลันไหว ทิ่มใส่ท้องร่างไร้วิญญาณของจิ้นโม่จือ เลือดทะลัก
ชุยเลี่ยชักกระบี่ออก หมายจะทิ่มครั้งที่สอง
“ใต้เท้า”
เฉิงชีชีอุ้มบุตรสาวคุกเข่าลง กล่าวว่า “ซื่อจื่อแม้สิ้นแล้ว แต่คุณงามความดีที่เคยออกรบเพื่อชาติ ปราบปรามแดนอุดร รักษาชายแดนยังอยู่ หากคนรู้ว่าใต้เท้ากระทั่งซากศพซื่อจื่อก็ยังทารุณ เกรงจะเสื่อมเสียชื่อเสีียงใต้เท้า”
จิ้นโม่จือเก่งกล้าสามารถ ในเมืองหลวง เป็นวีรบุรุษมาโดยตลอด อันใดกบฏขัดราชโองการ อันใดยักยอกเสบียงทหาร ความจริงเท็จยากจะว่า แต่ด้วยเกียรติคุณทหารที่ผ่านมา ก็ไม่ควรถูกเยี่ยงนี้!
กระบี่ในมือชุยเลี่ยชะงัก ปลายกระบี่เปื้อนเลือดหยุดเบื้องหน้าเฉิงชีชี เห็นนางทั้งกลัวแท้ แต่กลับแสร้งสงบนิ่ง ก็ร้องดัง “น่าเสียดาย อายุยังน้อยก็เป็นม่าย เอาเช่นไร ตามมาเป็นของข้าหรือไม่”
หลิ่วซู่อี๋ผู้พยายามกดบาดแผลให้บุตรชาย มอบเกียรติภาพสุดท้ายแก่เขา ได้ยินคำนี้ รูม่านตาหดวูบ แววตามองชุยเลี่ยก็ยิ่งแค้น เพ่งมายังตัวเฉิงชีชี สีหน้ามืดมน
“เพียงเจ้าตามมาเป็นของข้า ข้าอาจไม่ขึ้นทะเบียนสกุลให้เจ้า เจ้าก็ไม่ต้องตามตระกูลจิ้นไปถูกเนรเทศ กระไรดี”
เสียงชุยเลี่ยเจือเย้ายวน