“น้ำพริกปลา?”
เดิมทีป้าเลิ่งคิดว่าจะได้เห็นปลาเค็ม ที่ไหนได้ พอเห็นน้ำพริกปลาที่ถูกน้ำมันท่วมก็พลันใจหาย “อ้าวเฮ้ย นี่ต้องใช้น้ำมันเท่าไหร่กัน!”
“……”
เฉิงชีชีชะงักไปครู่หนึ่ง ดูเหมือนจะเข้าใจแล้วว่า น้ำมันเป็นของล้ำค่าเพียงใด
“ท่านป้าเลิ่ง ลองชิมสักหน่อยเป็นอย่างไร?”
เฉิงชีชีคีบปลาชิ้นหนึ่งยื่นส่งให้ คลุกเคล้าด้วยน้ำพริกและกระเทียม กลิ่นหอมนั้นไม่ต้องพูดถึงเลย ป้าเลิ่งยังไม่ทันได้ลิ้มรสก็อดกลืนน้ำลายไม่ได้เสียแล้ว
“หอมเสียยิ่งกว่าอะไร”
ป้าเลิ่งพูดพลางคีบเข้าปาก พอได้ลิ้มก็รู้สึกถึงรสหอมที่มิอาจบรรยาย เผ็ดนิดหน่อย แต่ก็รับได้
ปลาทอดเกรียมหอมกรุ่น กัดลงไปคำหนึ่ง ทั้งกรุบทั้งกรอบ
ป้าเลิ่งตาเป็นประกาย “ปลาที่ทอดน้ำมันนี่หอมจริง”
ทุกคนล้วนรู้ว่าปลาทอดน้ำมันหอม แต่ใครจะยอมใช้น้ำมันมากมายถึงเพียงนี้มาทอด?
พวกเขากินปลา มากสุดก็แค่ใส่น้ำมันนิดหน่อย ทอดให้หอมเกรียม แล้วเติมน้ำต้ม
“นั่นย่อมเป็นธรรมดา”
เฉิงชีชีผงกศีรษะ “พริกพวกเราปลูกเอง กระเทียมก็ของเรา ปลาซื้อมาในราคาถูก เกลือ…ไม่ต้องเสียเงิน ต้นทุนสูงสุดก็คือน้ำมันนี่เอง!”
“แต่ อย่าเห็นว่ามันต้องใช้น้ำมันมากมายมาทอด น้ำมันหม้อเดียวทอดได้หลายรอบ ยิ่งกว่านั้น น้ำมันที่ทอดปลาแล้ว ก็นำไปผัดกับข้าวได้ เพียงแต่มีกลิ่นปลาติดอยู่บ้าง”
เฉิงชีชีอธิบาย “สิ่งสำคัญที่สุดคือ เพียงเก็บรักษาให้ดี น้ำพริกนี้ทานได้ทั้งฤดูหนาวเลย!”
“ทานได้ทั้งฤดูหนาว?”
