“ท่านแม่ หรือว่าพวกเรามาถึงถิ่นเนรเทศแล้ว ยังจะมีคนไม่ยอมปล่อยพวกเราไปอีกหรือ”
เฉิงชีชีรีบเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าที่ปะชุนแล้ว แถมยังนั่งบนเกวียน เอามือป้ายขี้เถ้าใส่หน้า ให้หน้าตาดูไม่สดใสสมบูรณ์นัก
“จะว่าไปก็จริง โชคดีที่ชาวบ้านรู้สึกผิดสังเกต เลยรีบมาบอกข่าวให้”
หลิ่วซู่อี๋มองดูจิ้นซุ่ยอานที่เล่นตัวมอมแมมเหมือนลิงดิน เสื้อผ้าก็ดูสกปรก ใบหน้าขาวเนียนก็เปื้อนเหมือนแมวน้อย ผมเปียที่ถักไว้ก็หลุดรุ่ยยุ่งเหยิง
“ชีชี ดีนะที่พวกเรามีสัมพันธ์อันดีกับชาวบ้าน ไม่งั้นคงลำบากแล้วตอนนี้!”
หลิ่วซู่อี๋มองดูเฉิงชีชีที่ป้ายขี้เถ้าใส่หน้า แล้วก็ป้ายขี้เถ้าใส่หน้าตัวเองบ้าง พูดว่า “ไป ไปตำข้าวกัน”
“อันอัน รอถึงที่แล้ว ลูกก็ต้องทำงานด้วยนะ รู้ไหม”
เฉิงชีชีย่อตัวลง กำชับจิ้นซุ่ยอาน ว่าต้องระวังตัวให้ดีและอะไรทำนองนั้น!
ที่ตำข้าว มีผู้หญิงของตระกูลจิ้นอยู่หลายคนแล้ว!
นอกจากเหวินซื่อที่ทำอยู่ที่โรงน้ำตาล และเกาเซิ่งหลานที่ตั้งครรภ์แล้ว ผู้หญิงที่เหลือก็มาช่วยกันตำข้าวโม่แป้งทั้งนั้น
เมิ่งจิ้งเหยาที่แต่เดิมปักผ้าอยู่บ้าน หลี่ซื่อ หลินฮุ่ยหลาน ต่างก็มาช่วยตำข้าวโม่แป้ง ดูเนื้อตัวมอมแมมไปหมด
แม้แต่ฮูหยินผู้เฒ่าของตระกูลจิ้น ก็นั่งอยู่มุมหนึ่งตรงข้าง ๆ กำลังเย็บปะชุนเสื้อผ้าอยู่
ทุกคนล้วนใจเต้นตุ้ม ๆ ต่อม ๆ คนที่มาจากเมืองหลวงคราวนี้ ไม่มีทางมาช่วยเหลือพวกตนแน่ มีแต่จะมาซ้ำเติม!
