จูลี่มองดูกระสุนตลก ๆ นั่น หมดคำพูดจนต้องยกมือก่ายหน้าผาก “ทุกปีก็เล่นแบบนี้ ทุกปีก็ทำได้โง่ ๆ แบบนี้ทุกที เขาไม่เบื่อบ้างรึไงนะ”
เทียบกับซือถูอ้านกับจูลี่ที่ทำตัวสบาย ๆ พูดจาเย้ยหยันกันตามสบายแล้ว เมิ่งเป่ย์กลับค่อนข้างเป็นห่วง
ถึงเขาจะรู้ฝีมือของเหยียนตง แต่มือสังหารแบบซุ่มยิงแบบนี้ นอกจากมือยิงหลักแล้ว ยังต้องมีมือรองที่ทำหน้าที่พังประตูเข้ามาอีกคน
เขาลุกขึ้นหมายจะลงไปดูชั้นล่าง กลัวเหยียนตงจะเสียเปรียบ แต่กลับได้ยินซือถูอ้านพูดว่า
“ลุกจากโต๊ะต้องชดใช้ให้สามเจ้านะ” ซือถูอ้านวางถ้วยชาลง “นั่งลง ตีต่อ เสี่ยวตงว่างจนไปต่อยกระสอบทรายเล่นแล้ว นายก็อย่าไปขัดเวลาสนุกของเขาเลย”
“…”
ชั้นล่าง เหยียนตงสะสางผู้ชายที่สวมแว่นมองกลางคืนเสร็จ ก็กระชากแว่นมองกลางคืนของอีกฝ่ายออกทันที
สุดท้ายก็เหยียบกระดูกหน้าแข้งของเขาจนหัก ทำให้เขาหมดความสามารถในการเคลื่อนไหวชั่วคราว
“เตรียมอุปกรณ์มาเพียบขนาดนี้ แต่ตัวเองไม่เอาไหน จะมีประโยชน์อะไร” เหยียนตงพูดพลางลองสวมแว่นมองกลางคืนบนหัวตัวเองด้วยความสงสัย “เชี่ย! มันชัดขนาดนี้เลยเหรอ”
ตาของเขาเพิ่งโดนแก๊สน้ำตาย้อมไป ตามหลักแล้วพอลืมตาอีกครั้งภาพควรจะเบลอ แต่ไม่คิดว่าภาพอิเล็กทรอนิกส์ในแว่นมองกลางคืนจะคมชัดถึงเพียงนี้
“…”
แบบนี้เอง เหยียนตงก็สวมแว่นมองกลางคืนเดินเข้าไปในคฤหาสน์หลังตรงข้าม ระหว่างทางก็ร้องอุทานด้วยความทึ่ง รู้สึกซาบซึ้งในความยิ่งใหญ่ของเทคโนโลยีไม่หยุดปาก
