“เขามีเงินตั้งโรงงานได้ แล้วทำไมไม่หาเงินจากตรงนั้นล่ะ” ต้วนวั่งถามอย่างเหลือเชื่อ “จำเป็นต้องมาทำพวกต้มตุ๋นด้วยเหรอ”
“อาจจะเพราะตื่นเต้นมั้ง” ซือถูอ้านยิ้ม “คนเราเนี่ย ถ้ามีเงินเหลือใช้อยู่บ้าง แต่ไม่กินไม่เที่ยวไม่เล่นพนัน บางทีก็เบื่อจะตายเหมือนกันนะ ก็เลยได้แต่หาความตื่นเต้นที่ไม่ทำร้ายสุขภาพจากเรื่องพวกนี้แหละ ฉันเองก่อนจะมาเจอนายก็รู้สึกว่ามีชีวิตอยู่มันน่าเบื่อ ก่อนหน้านั้นฉันก็...”
ต้วนวั่งได้ยินก็ชะงัก แล้วหันขวับมามองซือถูอ้าน
ดวงตาเขาสั่นระริก เหมือนกำลังถามว่า เมียจ๋า ที่พูดน่ะจริงเหรอ
ซือถูอ้านเขินจนต้องดันหน้าเขาออกไปข้างหนึ่ง ไม่พูดเรื่องเมื่อกี้ต่อ แล้วเปลี่ยนหัวข้อใหม่
“ที่ฉันเล่าเรื่องนี้ให้นายฟัง ก็อยากให้นายรู้ว่าการเป็นเจ้านายไม่ใช่เรื่องง่ายนะ ความสามารถที่จะปล่อยมือให้ลูกน้องจัดการน่ะ ไม่ใช่ใครก็มีกัน อย่างน้อยฉันก็ไม่มีสมองพอ”
“แล้วถ้าผมมีล่ะ” ต้วนวั่งยังไม่ตายใจ “ถ้าผมมี ผมก็ไปจินหนานกับคุณได้ใช่ไหม”
ซือถูอ้านได้ยินแล้วมองต้วนวั่ง ตอนแรกก็ชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็หัวเราะออกมาโดยไม่ปิดบัง
