สัมผัสของแส้เย็นเฉียบ แต่ฟาดลงบนใบหน้าแล้วไม่เจ็บ
ทว่าอวี๋เจียวที่จำคนผิดจนหน้าแดงก่ำ กลับรู้สึกว่าตรงที่ถูกแตะร้อนผ่าวไปหมด
ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาและดูเป็นผู้ใหญ่ตรงหน้าหรี่ตาลงเล็กน้อย สายตาที่ชวนให้รู้สึกถึงตัวตนอย่างแรงกล้าจับจ้องใบหน้าของเธอ แฝงอันตรายราวกับพายุกำลังจะโหมกระหน่ำ
หัวใจอวี๋เจียวสั่นไหว นิ้วมือที่เผลอคว้าสาบเสื้อของอีกฝ่ายไว้ก็คลายออกโดยไม่รู้ตัว
ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะรังเกียจ เธอจึงช่วยปัดเสื้อให้อย่างว่าง่าย น้ำเสียงเจือแววประจบเอาใจ
“พี่ หนูแค่ล้อเล่น...”
หน้าตาโดดเด่นขนาดนี้ แถมยังมีกลิ่นอายหนุ่มใหญ่ขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่ป๋อเซียว ก็ต้องเป็นอวี๋ว่าง พี่ชายคนโตของนางเอกตัวปลอมในนิยายต้นฉบับ
ยิ่งไปกว่านั้น อีกฝ่ายยังใช้คำพูดแบบนี้อบรมเธออีก
ในนิยายต้นฉบับบรรยายไว้ว่า อวี๋ว่างเป็นลูกชายคนโตของบ้าน มีนิสัยเด็ดขาดและเหี้ยมเกรียม ตั้งแต่อายุ 18 ปีก็ค่อย ๆ เข้ารับช่วงต่อกิจการของตระกูล ทำทุกอย่างอย่างมั่นคงเป็นขั้นเป็นตอน เป็นผู้ใหญ่หัวโบราณที่พูดคำไหนคำนั้น
เขาไม่ได้รู้สึกผูกพันกับน้องสาวคนนี้มากนัก เพียงแค่ใช้อำนาจในฐานะพี่ชายควบคุมเธอ ไม่เคยให้ความใส่ใจ มีแต่ให้เงิน
ภายหลังเมื่อตัวตนของอวี๋เจียวในฐานะลูกสาวตัวปลอมถูกเปิดโปง อวี๋ว่างก็แทบจะถอนสิทธิพิเศษทั้งหมดที่เคยให้เธอไปในทันที ก่อนจะไล่เธอออกจากตระกูลอวี๋ด้วยความรังเกียจ
แต่ตอนนี้เรื่องยังไม่แดง ตัวตนของเธอยังไม่ถูกเปิดโปง ทุกอย่างยังพอมีทางแก้
อวี๋ว่างร่ำรวยขนาดนี้ ต่อให้วันหนึ่งต้องไล่เธอออกจากตระกูลอวี๋จริง ๆ เธอก็ยังฉวยโอกาสนี้เอาเงินติดตัวไปได้บ้าง
หญิงสาวที่ถูกเขากดไว้กับบานประตูครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนเงยหน้าสวยขึ้นยิ้มหวานน่ารักให้เขา
“โชคดีที่พี่มาหาหนูนะ”
ถ้าอวี๋ว่างไม่มา เธอคงถูกป๋อเซียวส่งคนมาพาตัวไปซ้อมอ่วมแล้ว
อวี๋เจียวจริงใจสุด ๆ ดวงตาหยีโค้ง
“หนูขอนั่งรถพี่กลับบ้านได้ไหม หนูสัญญาว่าจะเชื่อฟัง ไม่หนีไปไหนอีกแล้ว”
ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลามองเธอ คิ้วที่ขมวดอยู่ยิ่งขมวดแน่นกว่าเดิมเล็กน้อย
น้องสาวคนนี้ไม่รู้จริง ๆ ว่าไปได้นิสัยแบบนี้มาจากใคร
ตั้งแต่เด็กก็ขี้โมโห เอาแต่ใจ ทำอะไรตามใจตัวเอง ใจแคบ และไม่เห็นใครอยู่ในสายตา
ในการประชุมสุดยอดวันนี้ อวี๋ว่างถูกคู่แข่งที่มีเจตนาร้ายถามต่อหน้าคนอื่นว่าอาการป่วยลับ ๆ ของเขาหายดีหรือยัง ทำให้คนไม่น้อยหันมามอง
หลังจากสืบเรื่องนี้ เขาถึงได้รู้ว่าน้องสาวแสนดีของเขาเป็นคนบงการอยู่เบื้องหลัง จงใจทำลายชื่อเสียงเขา
เดิมทีก็หงุดหงิดที่ต้องนั่งประชุมเผชิญหน้ากับศัตรูคู่อาฆาตอยู่แล้ว อวี๋ว่างจึงเดือดดาลจนทนไม่ไหว บุกมาถึงที่นี่ก็เพื่อเอาเรื่อง และพายัยโง่ที่ทำให้ขายหน้ากลับบ้านไปกักบริเวณ
แต่ตอนนี้ เด็กสาวตรงหน้ากลับยิ้มหวาน ไม่รู้ว่าไปกินยาอะไรผิดมาหรือเปล่า นอกจากจะยอมรับผิดดี ๆ แล้วยังเรียก “พี่” อยู่ได้ไม่หยุด
ก่อนหน้านี้เวลาอวี๋เจียวจะขอเงิน เธอจะเรียกเขาเสียงอู้อี้ว่า “พี่” แต่ถ้าไม่ได้ต้องการอะไรจากเขาก็จะเรียก “นี่” ลับหลังเขา เธอเปลี่ยนไปเรียกเขาว่า “ไอ้แก่หัวโบราณวัย 30” หรือ “ผู้ชายแก่คร่ำครึน่าเบื่อ”
แต่ตอนนี้เสียงเรียกพี่หวานหยดย้อยขึ้นทุกครั้ง น้ำเสียงก็หวานขึ้นทุกประโยค
คนเราย่อมไม่อยากตบคนที่ยิ้มให้ อวี๋ว่างขมวดคิ้วมองเธออยู่ครู่หนึ่ง แทบจะสงสัยว่าเธอถูกผีเข้า
เห็นอวี๋ว่างไม่ยอมพูดสักที อวี๋เจียวก็เริ่มไม่มั่นใจขึ้นมา
ในนิยายต้นฉบับไม่มีเรื่องแบบนี้เลย ตอนอวี๋เจียว ตัวประกอบหญิงที่ต้องรับเคราะห์ ถูกซ้อมจนสะบักสะบอมแล้วโยนกลับไป พี่ชายคนโตอย่างอวี๋ว่างก็ไปต่างประเทศแล้ว
เจ้าของร่างเดิมรักหน้าตาตัวเองมาก ต่อให้ถูกซ้อมก็ไม่กล้าบอกใคร พออวี๋ว่างกลับจากต่างประเทศ บาดแผลของอวี๋เจียวก็หายดีแล้ว เธอจึงถูกเขาคิดบัญชีชุดใหญ่
อวี๋เจียวไม่อยากโดนซ้อม และยิ่งไม่อยากถูกคิดบัญชี
เธอยื่นนิ้วสองนิ้วออกไปเอง กลัวว่าอวี๋ว่างจะรังเกียจ จึงค่อย ๆ คีบชายแขนเสื้อของอีกฝ่ายไว้เพียงนิดเดียว เสียงเล็กเสียงน้อย
“หนูรู้แล้วว่าผิด พี่”
“อย่าโกรธเลยนะ งานก็เหนื่อยพออยู่แล้ว โกรธมากไม่ดีต่อสุขภาพ พี่จะด่าหรือลงโทษหนูก็ได้ หนูยอมฟังทุกอย่าง กลับบ้านแล้วค่อย ๆ คุยกันนะ”
นาน ๆ ทีอวี๋เจียวจะพูดจาเป็นเรื่องเป็นราว
อวี๋ว่างปรายตามองเธอ น้ำเสียงแฝงคำเตือน
“เลิกเล่นลูกไม้ตื้น ๆ ได้แล้ว”
อวี๋เจียวยิ้มแฉ่ง รับปากรัว ๆ นิ้วที่เกาะชายแขนเสื้ออวี๋ว่างไว้ก็คีบอย่างระมัดระวัง ไม่ยอมปล่อย
อวี๋ว่างอดมองเธออีกครั้งไม่ได้
ปลายนิ้วมนที่ตัดแต่งมาอย่างเรียบร้อยคีบชายแขนเสื้อเขาไว้เพียงนิดเดียว แขนขาวผ่องเสียดสีกับสาบเสื้อสีเข้ม ข้อมือเรียวเล็กจนแทบกำได้รอบ ดูราวกับลูกแมวน้อยน่าสงสารที่ยังไม่หย่านม
ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาส่งเสียง “อืม” แล้วกำลังจะพาเธอออกไป แต่กลับเห็นหญิงสาวในอ้อมแขนขยับตัวอย่างมีลับลมคมใน ขยิบตาส่งสัญญาณไปอีกทาง
อวี๋ว่างยังคงสีหน้าเรียบเฉย มองตามสายตาของเธอไป—
ผู้ชายเปลือยท่อนบน
ไม่ถึงกับเปลือยหมด ท่อนบนไม่ได้สวมเสื้อ มีรอยแผลทั้งเก่าและใหม่ซ้อนทับกัน ท่อนล่างสวมกางเกงขายาวสีดำ ผมก็เปียกชื้น
ยังหนุ่มมาก หน้าตาก็ดี
อีกฝ่ายเห็นเขาแล้วก็ทักอย่างเปิดเผย ไม่หลบไม่เลี่ยง
“คุณหนูอวี๋ คุณอวี๋”
เสียงฝีเท้าดังขึ้น จี้เหวินซ่งเดินมาทางนี้
อวี๋เจียวที่เพิ่งทำตัวว่าง่ายได้ไม่ถึงครึ่งนาทีพยายามเบียดเข้าไปแนบอ้อมแขนอวี๋ว่าง หวังจะซ่อนหน้าไว้
มือใหญ่ที่สวมถุงมือสีดำยื่นมาบีบแก้มเธอ แล้วหันหน้าเธอไปทางหนึ่ง
อวี๋ว่างถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ฝีมือเธอเหรอ”
ใบหน้าอวี๋เจียวเล็กมาก
เมื่อถูกมือใหญ่ของเขาบีบไว้แทบจะบดบังใบหน้าไปเกือบครึ่ง เหลือเพียงดวงตาฉ่ำน้ำที่กะพริบปริบ ๆ ดูทั้งรู้สึกผิดและน่าสงสาร
อวี๋ว่างแทบจะโกรธจนหัวเราะออกมา
เขารู้อยู่แล้วว่าอวี๋เจียวไม่ได้ถูกผีเข้า ดูจากแผลบนตัวอีกฝ่าย ตอนที่เธอลงมือฟาดคนเมื่อครู่ก็ปกติดีทุกอย่าง
อวี๋ว่างปรายตามองเธอแล้วคลายมือที่จับเธอไว้
เขาล้วงบัตรธนาคารสีดำออกจากกระเป๋าสูท สีหน้าเรียบเฉยก่อนยื่นให้
“น้องสาวผมซุกซน เป็นเพราะผมอบรมไม่ดีเอง ในบัตรมีเงิน 300,000 ถือเป็นค่ารักษาพยาบาลกับค่าเสียหาย”
ชายหนุ่มฝั่งตรงข้ามสีหน้าไม่น่าดู ไม่ได้ยื่นมือมารับบัตรธนาคารใบนั้นทันที
อวี๋ว่างไม่ได้ใส่ใจ เขาวางบัตรธนาคารลงบนโต๊ะ จากนั้นก็เบือนสายตากลับมาโดยไม่แม้แต่จะมองอีกฝ่ายซ้ำ
“ไปกันเถอะ”
อวี๋เจียวที่ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะหนีให้พ้นการโดนซ้อมอ่วมเปลี่ยนท่าแล้ว เธอยื่นนิ้วสองนิ้วไปเกี่ยวชายเสื้อสูทของอวี๋ว่างไว้ ตั้งใจจะตามเขาไปให้ได้
เธออยากรีบไปให้พ้นแทบแย่ จึงพยักหน้าหงึก ๆ ราวกับมีสปริงติดอยู่ที่คอ
เสียงเปิดประตูดังขึ้น เมื่อเสียงฝีเท้าของพี่น้องหน้าตาดีคู่นั้นลับหายไป จี้เหวินซ่งที่ยืนอยู่กับที่จึงยกมุมปาก มองบัตรธนาคารบนโต๊ะ
ค่ารักษาพยาบาล? ค่าเสียหาย?
อวี๋เจียวเป็นพวกจิตใจบิดเบี้ยวที่ดีแต่ข่มคนอ่อนแอ
พี่ชายของเธอก็หยิ่งผยองยิ่งกว่า
มีเงินแล้วจะทำอะไรก็ได้อย่างนั้นหรือ ถึงได้ไม่เห็นชีวิตคนเป็นชีวิตคน
จี้เหวินซ่งเดือดดาลด้วยความแค้น เมื่อนึกถึงภาพอวี๋เจียวที่เดินตามอีกฝ่ายต้อย ๆ คิ้วก็พลันขมวดแน่น—
ไม่ถูกสิ
ยาพิษในปริมาณขนาดนั้น อวี๋เจียวไม่มีทางยังเดินเหินคล่องแคล่วได้ หลังดื่มไปแค่ครึ่งชั่วโมง!
-
ลมเย็นยามค่ำคืนที่ร้อนอบอ้าวถูกกั้นไว้นอกรถด้วยกระจกหน้าต่างของรถโรลส์-รอยซ์
ภายในรถ อวี๋เจียวนั่งตัวตรงอย่างเรียบร้อย
มือทั้งสองวางบนหัวเข่าอย่างว่าง่าย ราวกับนักเรียนประถมที่กำลังโดนอบรม เธอพูดเสียงเบา
“หนูผิดแล้วพี่ หนูไม่ควรพูดเหลวไหล ไม่ควรปล่อยข่าวลือใส่ร้ายลับหลัง...”
พี่ชายคนโตที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ไม่พูดอะไร สีหน้าบึ้งตึงสุด ๆ
“ยังรู้ด้วยเหรอว่าตัวเองปล่อยข่าวลือใส่ร้าย”
อวี๋เจียวไม่กล้ามองเขา เสียงยิ่งพูดยิ่งเบา ยิ่งไร้ความมั่นใจ
“พี่ยังหนุ่มยังหล่อ ดูก็รู้ว่าเก่งกาจไม่มีตก...”
สายตาเย็นเยียบจับจ้องใบหน้าเธอ
อวี๋เจียวหัวเราะ “ฮ่า ๆ” เบา ๆ พยายามคลี่คลายบรรยากาศ
เสียดายที่อวี๋ว่างไม่หัวเราะด้วย บรรยากาศเลยยิ่งกระอักกระอ่วน
อวี๋เจียวฝืนยิ้ม พลางเหลือบมองแส้ที่วางอยู่ข้าง ๆ อีกฝ่าย
แย่จริง ๆ
ถ้าถูกป๋อเซียวส่งคนลักพาตัวไปก็จะโดนซ้อมอ่วม พี่ชายปลอม ๆ ของเจ้าของร่างเดิมที่เป็นตัวประกอบก็ยังดูพร้อมจะฟาดคนได้ทุกเมื่อ
หญิงสาวที่นั่งอยู่ในรถกลอกตา ก่อนพูดอย่างมีเหตุมีผล
“พี่ จริง ๆ แล้วที่หนูทำไปก็เพื่อพี่นะ!”
