อวี๋เจียวถูกอวี๋ว่างหิ้วลงจากรถเหมือนลูกเจี๊ยบตัวหนึ่ง
อวี๋ว่างหน้าตาเย็นชา ก้าวฉับ ๆ ไปข้างหน้า
อวี๋เจียวปล่อยให้เขาจับต้นคออย่างว่าง่าย ในใจแอบบ่นว่าเขาขี้อายเกินไป
ผู้ชายใกล้จะ 30 แล้ว แค่ถูกมองสองทีจะเป็นอะไรไป? เนื้อก็ไม่ได้หายไปสักสองชิ้นเสียหน่อย
อีกอย่างก็คนในครอบครัวเดียวกันทั้งนั้น น้ำดีไม่ไหลออกนอกบ้าน
เธอแค่มองสองทีเอง ไม่ได้ขอจับสักหน่อย
พอลงจากรถ พ่อบ้านก็เดินมาต้อนรับ พอเห็นภาพตรงหน้าก็ตกใจ แต่ไม่นานก็โล่งอก
คุณหนูใหญ่ซนเกินไป โดนคุณชายอบรมอยู่บ่อย ๆ
แต่ส่วนใหญ่คุณชายจะทำหน้าเย็นชา แล้วไล่เธอไปยืนสำนึกผิดในห้องใต้ดิน
ท่าทีวันนี้กลับดูสนิทสนมกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาเสียอีก
พ่อบ้านรู้สึกซับซ้อน พลางฟังคุณหนูใหญ่พึมพำเบา ๆ ว่า “รับรองว่าไม่ได้คิดร้าย” “รับรองว่าถูกใส่ความ” “บังเอิญเห็นเข้า” “ไม่ได้ตั้งใจ” อะไรทำนองนั้น
พ่อบ้านทำเป็นมองไม่เห็นไม่รับรู้ แสร้งว่าไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น
ถึงคุณหนูใหญ่จะอายุน้อย แต่ก็เป็นคนร้ายกาจอยู่ดี
หลายปีก่อน ตอนงานวันเกิดของคุณปู่ใหญ่ ชายชราอายุเกิน 80 ปีแล้ว คุณหนูใหญ่กลับตั้งใจดึงเก้าอี้ตอนที่เขากำลังจะนั่ง เพียงเพราะอยากสนุก
หลังจากนั้นคุณปู่ใหญ่ก็เข้าโรงพยาบาล
ส่วนคุณหนูใหญ่ก็โดนพ่อแท้ ๆ ตี
ตลอดหลายปีมานี้ คนรับใช้ในบ้านก็มักโดนเธอรังแกอยู่บ่อย ๆ หลายคนทยอยลาออกไป ต่อมาคุณชายเข้มงวดกับเธอมากขึ้นเรื่อย ๆ คนในบ้านถึงค่อย ๆ อยู่กันอย่างสงบ
เพราะมีตัวอย่างก่อนหน้า ทุกคนจึงหลบเธอราวกับเห็นงูพิษ ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่อยากเข้าไปยุ่ง
พ่อบ้านรีบเดินตาม พร้อมรายงานเรื่องในบ้าน แล้วถือโอกาสพูดขึ้นว่า
“ผู้ช่วยเฉินรอคุณอยู่ในห้องหนังสือแล้วครับ”
ผู้ช่วยเฉินรีบมาทันทีที่ได้รับโทรศัพท์จากคนขับรถ เพื่อประสานงานเรื่องอุบัติเหตุทางรถยนต์คืนนี้
อวี๋เจียวรู้ว่าอีกเดี๋ยวอวี๋ว่างคงต้องยุ่ง จึงรีบสงบเสงี่ยมทำตัวว่าง่าย
เมื่อเดินมาถึงทางแยก บนชั้นสองมองเห็นห้องหนังสืออยู่ไกล ๆ
ชายร่างสูงใหญ่หยุดเดิน เขาก้มตามองน้องสาวตัวแสบที่กำลังมองเขาตาละห้อย
เสียงเล็ก ๆ ทั้งอ่อนหวานและออดอ้อนดังขึ้นว่า
“พี่คะ หนูผิดไปแล้ว หนูไม่ได้ตั้งใจมองพี่ถอด—”
ก่อนที่พ่อบ้านจะหันมามอง อวี๋ว่างก็พูดเสียงเรียบเย็นว่า
“หุบปาก”
ยัยตัวแสบยอมหุบปากอย่างว่าง่าย แล้วยกนิ้วทำท่ารูดซิปปิดปาก
อวี๋เจียวร้ายกาจมาตลอด
แต่ไม่รู้ทำไม อวี๋ว่างกลับรู้สึกว่าอวี๋เจียวคืนนี้น่ารักกว่าที่เคย
ก็ซุกซนก่อเรื่องเหมือนเดิม แต่เมื่อก่อนน่ารำคาญจนให้อภัยไม่ได้
พอมาถึงคืนนี้ กลับดูทั้งซื่อบื้อทั้งน่าเอ็นดู
แม้แต่ตอนนี้ที่ยืนอยู่ใต้แสงเงาของโคมไฟริมถนน ผมสีเหลืองสว่างของเธอก็ดูอ่อนโยนกว่าปกติ
แสงไฟทำให้เส้นผมของเธอดูฟูฟ่อง ขนตายาวหนาและงอนงามกระพือเบา ๆ ตามจังหวะกะพริบตา ชวนให้หัวใจคนมองอ่อนยวบ
อวี๋ว่างมองหน้าเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดว่า
“กลับห้องไปนอน พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน”
พูดจบ อวี๋ว่างก็ก้าวฉับ ๆ ขึ้นชั้นบน
ดูท่าเขาคงไม่คิดจะเอาเรื่องเธอแล้ว
อวี๋เจียวหรี่ตายิ้ม ก่อนจะหันไปยิ้มกว้างให้พ่อบ้านที่กำลังยืนตาค้าง
พ่อบ้านกระตุกหน้าทีหนึ่ง แล้ววิ่งหนีไปโดยไม่หันกลับมามอง ราวกับเห็นผี
-
คฤหาสน์ตระกูลอวี๋กว้างใหญ่โอ่อ่าหรูหรา แม้แต่ราวสีขาวตรงทางเดินก็ยังแกะสลักอย่างประณีตเป็นพิเศษ
อวี๋เจียวเดิน ๆ หยุด ๆ พลางเดินจับโน่นแตะนี่ รู้สึกสงสัยไปหมดทุกอย่าง
พอเดินผ่านระเบียงเชื่อม เธอยังเอากิ่งไม้ไปแหย่ปลาในน้ำเล่นด้วย
พวกคนรับใช้พากันเดินอ้อมเธอ ไม่มีใครสนใจอวี๋เจียวเลย เธอเองก็ยินดีทำตัวเหมือนอากาศ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาปั้นบุคลิกให้เหมือนเจ้าของร่างเดิม
ในห้องโถงมีแสงไฟสว่างจ้า กลิ่นขนมปังจาง ๆ ลอยออกมา
อวี๋เจียวตาเป็นประกาย รีบเดินเข้าไป
โคมระย้าคริสตัลหรูหราส่องแสงลงบนพื้นสะอาดเป็นเงาวับ ทันทีที่อวี๋เจียวก้าวเข้าไป ก็เห็นร่างบอบบางร่างหนึ่งยืนขวางหน้าเธออยู่
พอเห็นชุดของอีกฝ่าย มุมปากอวี๋เจียวก็กระตุก—
ชุดเมดสีขาวดำ หูแมวสีเดียวกัน ที่คอมีปลอกคอตกแต่งห้อยกระดิ่งเล็ก ๆ ชายกระโปรงสั้นแค่ต้นขา ถุงน่องสีขาว รองเท้าพื้นตึกสีดำ
พอเห็นเธอเดินเข้ามา อีกฝ่ายก็ยิ้มบาง ๆ
“คุณหนูใหญ่กลับมาแล้วเหรอคะ อิจฉาความสัมพันธ์ระหว่างคุณหนูใหญ่กับคุณอวี๋จริง ๆ ดึกป่านนี้ยังมารับด้วยตัวเองเลย~”
อวี๋เจียว: “……”
ให้ตายสิ!
นี่คงไม่ใช่นางเอกไป๋เหมียนเหมียนหรอกนะ!
ไป๋เหมียนเหมียนในต้นฉบับไม่ได้แต่งตัวแบบนี้นี่นา!
อวี๋เจียวมึนงงจนแทบเสียสติ ยืนตาค้างมองสิ่งมีชีวิตประหลาดตรงหน้าดึงชายกระโปรงตัวเอง
ในเวลาเดียวกัน เสียงลึกลับเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากทางชุดเมด
「โฮสต์ แน่ใจนะว่าแต่งแบบนี้ได้? คาแรกเตอร์ของคุณคือรักเดียวใจเดียวเหมือนแสงจันทร์สีขาวนะ!」
「โฮสต์ เปลี่ยนชุดเถอะ เส้นเรื่องเปลี่ยนไปเพราะคุณแล้ว ทางที่ดีทำตามขั้นตอนไป อย่าก่อเรื่องอีก…」
โฮสต์?
อวี๋เจียวตะลึง แต่เมดที่ยืนอยู่ตรงหน้ากลับปิดปากยิ้ม ทว่าเสียงของเธอดังขึ้นมาเองกลางอากาศว่า
「ยุ่งอะไรด้วย ระบบเอไอเป็นแค่ชุดข้อมูล จะไปรู้อะไร ผู้ชายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ตัดสินกันด้วยสายตา ความใคร่ก่อให้เกิดความรัก」
「ตอนนี้ฉันต่างหากที่เป็นนางเอก ในฐานะธิดาแห่งวิถีสวรรค์ ฉันพูดอะไรทุกอย่างก็ต้องเป็นอย่างนั้น!」
「น่ารำคาญจริง ยัยตัวประกอบบ้านนอกในนิยายยังจะให้ฉันก้มหัวเรียกคุณหนูใหญ่อีก เมื่อไหร่ถึงจะได้ออกจากเรื่องไปสักที?」
คนกับระบบคุยกันต่อหน้าเธออย่างออกรส
ถึงขั้นกำหนดวันตายของเธอไว้แล้วด้วย
มุมปากอวี๋เจียวกระตุก “เสี่ยวไป๋ เธอขวางทางแล้ว”
ไป๋เหมียนเหมียนที่ทะลุมิติเข้ามาในนิยายทำสีหน้าน่าสงสาร ราวกับถูกกลั่นแกล้งมาหนักหนา
“เอ๊ะ ฉันเหรอคะ?”
“ขอโทษนะคะคุณหนูใหญ่ ฉันจะหลบเดี๋ยวนี้…”
พูดจบ ไป๋เหมียนเหมียนก็ขยับเท้าเล็ก ๆ หลบไปด้านข้าง
กลิ่นขนมอบหอมเข้มลอยมา อวี๋เจียวมองตามกลิ่นไป
บนโซฟาข้างโต๊ะกลาง มีร่างสูงใหญ่ที่สะดุดตาอย่างยิ่งนั่งอยู่!
สูทสีเทาเงินทรงเนี้ยบ กางเกงสูทห่อหุ้มขายาวที่ไขว่ห้างกัน แม้แต่ท่านั่งพิงโซฟาก็ยังแผ่ความรู้สึกควบคุมทุกสิ่งและไม่อยากให้ใครเข้าใกล้
แสงเงาจากโคมระย้าคริสตัลสาดลงบนใบหน้าคมเข้มราวกับแกะสลักของชายหนุ่ม
คิ้วตาลุ่มลึก โหนกคิ้วคมชัน เปลือกตาบางเฉียบ ดวงตาสีเขียวเข้มเกือบดำสะท้อนแสงระยับ ใบหน้าลูกครึ่งชัดเจน!
อีกฝ่ายเล่นโทรศัพท์อย่างไม่ใส่ใจ คล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม สายตาเลื่อนผ่านไป๋เหมียนเหมียนมาตกอยู่บนตัวเธอ
ชั่วพริบตานั้น ดวงตาสีเขียวหมึกหรี่ลงเล็กน้อย สีทองหม่นเข้มข้นแผ่ซ่านใต้แสงไฟ ราวกับมีเปลวเพลิงกำลังลุกไหม้
ป๋อเซียว!
ป๋อเซียว ไอ้โรคจิตวิปริตที่ภายนอกดูสง่างามสูงศักดิ์ แต่แท้จริงแล้วโหดเหี้ยมเลือดเย็น มาหาถึงบ้านแล้ว!
อวี๋เจียวขนลุกซู่!
รู้สึกเหลวไหลเหมือนเพิ่งเข้าเขตเริ่มต้นก็เจอบอสใหญ่เข้าให้แล้ว!
อวี๋เจียวคว้าไป๋เหมียนเหมียนที่เพิ่งหลบไปอย่างไม่เต็มใจกลับมา ดึงให้ยืนคั่นกลางระหว่างตัวเองกับป๋อเซียว พูดตะกุกตะกักว่า
“อย่า ๆ เสี่ยวไป๋ เธอยืนตรงนี้แหละ—”
ไป๋เหมียนเหมียนเซถลาเพราะถูกดึง
อวี๋เจียวหันหลังเตรียมวิ่งหนี
แต่พอเธอหันหลัง เสียงทุ้มลึกก็ดังมาจากทางโซฟา น้ำเสียงต่ำลึกสง่างามและอันตราย เอ่ยชื่อเธอ
“อวี๋เจียว”
อวี๋เจียวทำเป็นไม่ได้ยิน
วินาทีต่อมา เสียงบันทึกที่คุ้นหูก็ดังออกมาจากลำโพง เสียงค่อย ๆ ดังขึ้นและเลี้ยวลดคดเคี้ยวราวกับถนนบนภูเขาสิบแปดโค้ง ก่อนจะมุดเข้าหูเธอ
“…คุณป๋อ~ เบบี๋ซุ่มซ่ามจัง~ ทำเอาน้ำหกใส่ตัวอีกแล้ว~ อยากให้มือใหญ่ ๆ ของพี่ช่วยเช็ดจังเลย~”
ฝีเท้าที่กำลังย่องหนีของอวี๋เจียวหยุดกึก
ไม่กี่วินาทีต่อมา
อวี๋เจียวค่อย ๆ ขยับตัวช้า ๆ มองป๋อเซียวที่นั่งอยู่บนโซฟาผ่านตัวไป๋เหมียนเหมียน แล้วฝืนยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน
“บังเอิญจังเลยค่ะคุณป๋อ มาเจอกันที่นี่ได้ด้วย…”
ไป๋เหมียนเหมียนไม่ยอมแพ้
“รถคุณป๋อเสียกลางทาง ฉันเป็นคนพากลับมานะคะ!”
อวี๋เจียวแทบอยากบีบคอเธอให้ตาย
เก็บ ๆ ๆ เก็บผู้ชายไปทั่ว
ทีนี้เป็นไงล่ะ เก็บระเบิดกลับมาลูกหนึ่ง
เสียงหัวเราะต่ำ ๆ ดังมาจากทางโซฟา ฟังดูอู้อี้และแฝงความยินดีร้ายกาจบางอย่าง
ราวกับปีศาจกำลังนับถอยหลัง พลางเอ่ยชื่อเธอ
“ทำไมยืนไกลขนาดนั้นล่ะ อวี๋…เจียว?”
เขาพูดทีละคำ หัวเราะเสียงต่ำอย่างมีนัยลึกซึ้ง
“ไม่ใช่ว่าอยากให้มือใหญ่ ๆ ของพี่ช่วยเช็ดให้เหรอ?”
“เบบี๋…ของพี่?”
