เย่ชิวผลักประตูเข้าไป ก็ได้ยินเสียงชายหญิงคู่หนึ่งดังมาจากห้องน้ำ
“ช่วงนี้จะอัดอั้นตายข้าอยู่แล้ว”
“ก็ยังอาบน้ำไม่เสร็จเลยนะ เห็นเจ้าร้อนรนเป็นลิงเลย...”
ตูม!
เย่ชิวราวกับถูกสายฟ้าฟาดเข้าใส่เต็มๆ ใบหน้าซีดขาว
เพราะประโยคหลังนี้ เป็นเสียงของจางลี่ลี่
จางลี่ลี่เป็นแฟนสาวของเย่ชิว
ทั้งคู่เป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนแพทย์ อยู่ด้วยกันสองปี หลังเรียนจบก็สมัครเข้าเป็นหมอในโรงพยาบาลเจียงโจวพร้อมๆ กัน ตอนนี้ต่างอยู่ในช่วงทดลองงาน ยังไม่ได้บรรจุ
เย่ชิวไม่เคยคาดคิดเลยว่าจางลี่ลี่จะทรยศเขา
ได้ยินเสียงหอบหายใจดังแว่วจากในห้องน้ำ ความโกรธของเย่ชิวถึงขีดสุด กำหมัดแน่นแล้วก้าวยาวๆ มุ่งไปห้องน้ำ
เขาอยากเห็นหน้าว่า ไอ้ชายชั่วในนั้นเป็นใครกันแน่!
ทว่า เมื่อเขาเดินถึงหน้าประตูห้องน้ำ ก็หยุดเท้าลง
เห็นผู้ชายคนนั้นแล้วจะได้อะไร?
จะเปลี่ยนความจริงได้หรือ?
ระยะห่างแค่บานประตู แต่กลับทำให้เย่ชิวรู้สึกว่า วินาทีนี้เขากับจางลี่ลี่เหมือนห่างไกลกันสุดฟ้า
พอเถอะ ในเมื่อเคยรักใคร่กันมา ก็รักษาหนากันครั้งสุดท้ายเถิด!
เย่ชิวสูดลมหายใจลึก หมุนตัวเตรียมจากไป บังเอิญตอนนั้น เสียงสนทนาก็ดังขึ้นในห้องน้ำ
“เร็วเข้า เย่ชิวใกล้เลิกงานแล้ว ถ้าเขาเห็นเข้าจะแย่เอา”
“เห็นก็เห็นเท่านั้น ข้ามิกลัวมัน”
เย่ชิวขมวดคิ้ว เสียงผู้ชายคนนั้นฟังดูคุ้นหู
ได้ยินจางลี่ลี่พูด “เจ้านี่เลวจริง ... จริงสิ เรื่องบรรจุข้า พูดกับพ่อเจ้ายัง?”
“วางใจได้ พ่อข้าเป็นรองผอ. จะให้เจ้าบรรจุมันก็แค่พูดประโยคเดียว”
เป็นเขา!
เย่ชิวมั่นใจแล้วว่าชายในห้องน้ำคือใคร กั้วเส้าชง!
กั้วเส้าชงเป็นหมอศัลยกรรมของโรงพยาบาลเจียงโจว อาศัยพ่อเป็นรองผอ.โรงพยาบาล มักจะโอหังอวดดีเป็นปกติ
ตั้งแต่เข้าศัลยกรรมวันแรก เย่ชิวก็ได้ยินซุบซิบเรื่องกั้วเส้าชงมากมาย อย่างบังคับแฟนที่ท้องให้ทำแท้ง จีบหญิงมีเจ้าของ พูดบังคับพยาบาลสวย...
ว่าแล้ว กั้วเส้าชงก็คือคนเลว!
“เพื่อบรรจุ ลี่ลี่ถึงกับไปยุ่งกับไอ้คนเลวกั้วเส้าชงนี่ คุ้มหรือ?” เลือดในอกเย่ชิวรินหยด
ในห้องน้ำ
จางลี่ลี่ถามอีก “เย่ชิวจะบรรจุไหม?”
“มันไม่มีทาง” กั้วเส้าชงว่า “ข้าถามพ่อมา พวกเจ้าที่เป็นหมอทดลองงานรุ่นนี้ มีโควตาบรรจุคนเดียว นอกนั้นรอปีหน้า”
จางลี่ลี่ว่า “เย่ชิวสอบเข้าได้เต็ม ประพฤติช่วงทดลองงานก็ดี แล้วที่สำคัญ หมอใหญ่ไป๋ยังเห็นค่ามันมาก”
“หมอใหญ่ไป๋เห็นค่าแล้วหาพ่อมึงสิ” กั้วเส้าชงว่า “แต่ฟังพ่อข้าว่า หมอใหญ่ไป๋เคยมาหาพ่อข้า อยากยกโควตาบรรจุให้เย่ชิว ข้าก็ไม่เข้าใจ ว่าทำไมหมอใหญ่ไป๋ดีกับเย่ชิวจัง หรือพวกเขามีจู๋จี๋กัน?”
“เหลวไหลอะไร หมอใหญ่ไป๋สวยขนาดนั้น จะไปชอบเย่ชิวได้ไง”
“ก็จริง หมอใหญ่ไป๋ทำหน้านิ่วทั้งวัน ทีท่าเหมือนกันคนอื่นออกห่าง ดูยังไงก็เป็นหญิงเย็นชา”
“แล้วเจ้าถามพ่อเจ้ายัง ตอนนี้โควตาบรรจุจะให้ใคร?”
“ยังต้องถามอีก? ก็ต้องเป็นเจ้าดิ! น่าเสียดายไอ้หนูเย่ชิวนั่น ไม่ใช่แค่ไม่ได้บรรจุ ยังถูกสวมเขา อนาถจริง”
“ทำไม เจ้าสงสารมัน?” จางลี่ลี่ถาม
“สงสารบ้าอะไร!” กั้วเส้าชงหัวเราะ “ว่าแล้วไอ้เด็กนั่นช่างโง่นัก คบเจ้าสองปี กลับไม่ยอมหลับนอน ใครไม่รู้คงนึกว่ามันฝึกวิชาเด็กต่ำกว่าสิบ”
“พอเถอะ พูดให้น้อยหน่อย!”
“พูดมันแล้วเจ้าเป็นห่วงหรือ? ก็นะ ในเมื่อเจ้าคบมันสองปี...”
“เหลวไหลอะไร ไอ้ลูกนอกสมรส ข้าจะเป็นห่วงมันทำไม!” จางลี่ลี่พูดอย่างดูแคลน
เย่ชิวที่ยืนอยู่นอกประตูได้ฟังประโยคนี้ ลมหายใจถี่รัว หน้าแดงจัด นัยน์ตาจ้องแทบปะทุเป็นไฟ
ลูกนอกสมรส...
สองคำนี้ถึงแม้น่าเกลียด แต่ก็พูดได้ไม่ผิด เขาก็คือลูกนอกสมรสจริงๆ
ก็เพราะเขาเป็นลูกนอกสมรส มารดาของเขาจึงถูกขับไล่ออกจากตระกูล
เรื่องนี้ เป็นความลับที่เย่ชิวไม่กล้าเอ่ยปากบอกใครที่สุด
เขาเล่าให้จางลี่ลี่เพียงคนเดียวฟัง
“เย่ชิวเป็นลูกนอกสมรส? เป็นยังไง? เจ้ารีบบอกข้ามา” กั้วเส้าชงถาม
จางลี่ลี่พูด “จนถึงวันนี้ เย่ชิวก็ยังไม่รู้ว่าใครคือบิดาแท้ๆ ของมัน”
“เป็นไปได้ไง ไม่รู้กระทั่งบิดาตัวเอง? มันหลอกเจ้าละสิ?”
“มันไม่รู้จริงๆ”
“แล้วมารดามันมีมันกับใคร?” กั้วเส้าชงว่า “ถึงจะเป็นกับหมา ก็ควรรู้ชื่อหมาตัวนั้นสิ...”
เส้นเอ็นบนหน้าผากเย่ชิวปูดโปน มารดาคือเกล็ดมังกรกลับหัวของเขา ไม่ยอมให้ใครเหยียดหยามเป็นอันขาด ด้วยความโกรธจึงถีบประตูผ่างออกทีเดียว
“เพล้ง!”
ประตูห้องน้ำถูกถีบพังครืน ในนั้นพลันเกิดความโกลาหลอลหม่าน
“อ๊ะ...” จางลี่ลี่กรีดร้องลั่น รีบคว้าผ้าเช็ดตัวมาพันกาย
กั้วเส้าชงก็ตกใจ รีบผลุดจากอ่างอาบน้ำ เมื่อเห็นชัดว่าคนที่ปรากฏตรงประตูคือเย่ชิว อารมณ์หวาดหวั่นพลันหายวับ กลับแสยะยิ้มออกมา “ลี่ลี่ ดูสิใครมา?”
จางลี่ลี่มองไปที่ประตู อึ้งไป “เย่ชิว เจ้ากลับมาตอนไหน?”
“ข้ากลับมาสักพักแล้ว ต้องขออภัย รบกวนการดีของพวกเจ้า” เย่ชิวสีหน้าทะมึน คุมความโมโหไว้อย่างสุดกำลัง
จางลี่ลี่รีบอธิบาย “เย่ชิว เรื่องมิได้เป็นอย่างที่เจ้าคิด ข้า...”
“ข้าเห็นกับตาอยู่ หรือเจ้ายังจะบอกข้า ว่าที่ข้าเห็นทั้งหมดเป็นของปลอม? จางลี่ลี่ ข้าไม่คิดเลย ว่าเจ้าจะเป็นคนอย่างนี้!”
การซักถามของเย่ชิวทำให้จางลี่ลี่โกรธแค้นจนเสียหน้า
จางลี่ลี่เลยไม่สนใจอธิบาย พูดเฉยชาว่า “ตอนนั้นข้าคงตาฝาดจริงๆ ไม่อย่างนั้นจะไปชอบไอ้หน้าตัวเมียอย่างเจ้าได้”
“คบกับเจ้ามาสองปี เจ้าส่งให้ข้าแต่กำไลหินโสโครกวงหนึ่ง ยังบอกว่าเป็นของตกทอดประจำตระกูล ข้าถ่มน้ำลายใส่”
จางลี่ลี่ถอดกำไลหยกขาวจากข้อมือ โยนใส่มือเย่ชิว พูดว่า “แต่นี้ไป ข้าเดินทางสวรรค์อันราบเรียบของข้า เจ้าเดินทางนรกคับแคบของเจ้า เจ้ากับข้าไม่มีเยื่อใยใดๆ อีก!”
เย่ชิวยืนนิ่งตาค้างมองจางลี่ลี่ ใจเย็นเยียบ
หญิงที่ตนรัก ทำไมถึงได้เปลี่ยนไปเป็นเช่นนี้?
กั้วเส้าชงตวัดแขนกอดเอวจางลี่ลี่ ยิ้มให้เย่ชิว “ไอ้หนู อยากดูรายการสดไหม? ข้ากับลี่ลี่แสดงให้เจ้าดูก็ได้นะ”
“ดูยายมึงสิ” เย่ชิวชกหมัดใส่หน้ากั้วเส้าชง
เผียะ!
กั้วเส้าชงจมูกแตกระบือ
“แม่ง กล้าตีกู กูกำจัดมึง” หมัดของกั้วเส้าชงกระหน่ำใส่เย่ชิวไม่ยั้ง
กั้วเส้าชงสูงหนึ่งเมตรเก้า สูงกว่าเย่ชิวหนึ่งหัว ปกติก็ชอบออกกำลัง รูปร่างบึกบึน เย่ชิวไม่ใช่คู่มือมันเลย
ไม่นาน เย่ชิวก็ถูกต่อยล้มลง
“ไอ้ลูกนอกสมรส ก็แค่นี้ กล้าตีกูด้วย ช่างหาที่ตายดีนัก!”
กั้วเส้าชงต่อยไปพักหนึ่ง เมื่อยแล้ว กระทืบเท้าหนึ่งอย่างแรงใส่เย่ชิวจนนิ้วหักสองนิ้ว
“อ๊าก...” เย่ชิวร้องด้วยความเจ็บปวด แล้วหมดสติไป
“บอบบางนัก ยังกล้าลงมือกับกู ช่างเป็นพวกดีแต่ลมปาก”
กั้วเส้าชงถ่มน้ำลายใส่ร่างเย่ชิว มันไม่ได้สังเกตว่า ขณะนั้นมีเลือดซึมจากนิ้วเย่ชิว ซาบเข้าไปในกำไลหยกขาว...