เจียงไป๋ลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่เห็นคือเพดานสะอาดเอี่ยม
อากาศอบอวลด้วยกลิ่นประหลาด คล้ายกับว่า... บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป? กลิ่นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหลายรสผสมปนเปกัน ให้ความรู้สึกอุ่นสบาย
เธอนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหลับตาลงอีกครั้ง
ภาพหลอน แน่นอนว่าต้องเป็นภาพหลอน เมื่อครู่เธอยังถูกซอมบี้ไล่ล่าอยู่บนถนน วิ่งผ่านไปสามแยกจนหมดแรง สุดท้ายเห็นอาคารหลังหนึ่งเปิดไฟอยู่จึงพุ่งเข้าไป จะเป็นไปได้ยังไงที่พอลืมตาขึ้นมาก็เห็นสถานที่สะอาดขนาดนี้ แถมยังได้กลิ่นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอีก?
เธอลืมตาขึ้นอีกครั้ง
เพดานยังคงขาวสะอาด กลิ่นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็ยังอยู่
“...ฉันยังไม่ตายเหรอ?”
เสียงของเธอแหบพร่า ลำคอราวกับถูกกระดาษทรายขูด
เสียงผู้หญิงดังขึ้นจากข้าง ๆ ทันที น้ำเสียงเต็มไปด้วยความยินดีอย่างเห็นได้ชัด “คุณฟื้นแล้ว! รู้สึกเป็นยังไงบ้าง? เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?”
เจียงไป๋หันไปตามเสียง
หญิงสาววัยเยาว์คนหนึ่งนั่งยอง ๆ อยู่ข้างโซฟา ผมมัดเป็นหางม้า สวมชุดกระโปรงลายดอกไม้ สีหน้าจริงใจและเป็นห่วงเป็นใย
สมองของเจียงไป๋ค้างไปชั่วขณะ
เธอค่อย ๆ พยุงตัวลุกขึ้น สายตาเลื่อนจากหญิงสาวที่นั่งยอง ๆ กวาดมองสภาพแวดล้อมรอบตัว
โซฟาผ้าสีเทา พื้นกระเบื้องสะอาดเอี่ยม มุมห้องมีตู้ขายของอัตโนมัติ ข้างเครื่องมีเครื่องทำน้ำร้อนที่ยังคายไอร้อนจาง ๆ หน้าต่างใสกระจ่าง มองเห็นแสงแดดจ้าขาวโพลนด้านนอกกับเงาถนนที่บิดเบี้ยวจากไอร้อน
สายตาของเจียงไป๋กลับมาที่ใบหน้าหญิงสาว เสียงยังคงแหบพร่า “ที่นี่ที่ไหน?”
ซูถิงอวี้ยิ้ม น้ำเสียงสดใส “โรงแรมถิงอวี้! ฉันเป็นเจ้าของ ชื่อซูถิงอวี้ ตอนนี้คุณปลอดภัยแล้ว ไม่ต้องห่วง ที่นี่ปลอดภัยแน่นอน ซอมบี้เข้ามาไม่ได้”
เจียงไป๋ก้มมองแขนตัวเองโดยไม่รู้ตัว บาดแผลยังอยู่ แต่เลือดหยุดไหลแล้ว ขอบแผลยังมีร่องรอยว่ากำลังสมานด้วยซ้ำ
ซูถิงอวี้มองตามสายตาของเธอ ก่อนรีบเสริมว่า “อ้อ ไม่ต้องกังวลเรื่องติดเชื้อหรอก คุณเป็นผู้มีพลังพิเศษใช่ไหม? แผลเล็กแค่นี้พักสักสองวันก็หายแล้ว”
เจียงไป๋ยกหลังมือขึ้นดู ลวดลายสีทองละเอียดปรากฏให้เห็นราง ๆ ใต้ผิวหนัง ราวกับรอยประทับของตราเผ่าโบราณ เธอนิ่งไปชั่วขณะแล้วลดมือลง “คุณรู้ได้ยังไง?”
ซูถิงอวี้พูดขึ้นทันที “เพราะฉัน—” เธอพูดไปได้ครึ่งเดียวก็มีคนขัดจังหวะ
“เพราะเจ้านายของพวกเราก็เป็นผู้มีพลังพิเศษเหมือนกัน”
เสียงนั้นเนิบนาบ น้ำเสียงราบเรียบ คล้ายกำลังพูดถึงเรื่องธรรมดาทั่วไป
ซูถิงอวี้ชะงัก หันไปมอง เซี่ยอวี่ฮวาลุกจากโซฟาขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ เขาเดินมาข้างโต๊ะกลาง มือถือแก้วน้ำ สีหน้าเป็นธรรมชาติและรับช่วงพูดต่ออย่างแนบเนียน เขาพยักหน้าให้เจียงไป๋เล็กน้อย น้ำเสียงสุขุม “พลังของเธอค่อนข้างพิเศษ เน้นไปทางการรับรู้กับเขตแดน โรงแรมแห่งนี้อยู่ในขอบเขตพลังของเธอ ภายในม่านพลังกั้น ซอมบี้ไม่อาจรับรู้ถึงการมีอยู่ของพวกเราได้ ส่วนพวกเรา...” เขายกมือส่งสัญญาณไปยังคนอื่น ๆ ที่อยู่ที่นี่ “เป็นพนักงานที่เธอจ้างมาทั้งหมด”
สายตาของเจียงไป๋หยุดอยู่ที่เซี่ยอวี่ฮวาชั่วครู่ ก่อนไล่มองคนอื่น ๆ แล้วกลับมาที่ซูถิงอวี้ ราวกับกำลังประเมินว่าคำพูดนี้น่าเชื่อถือแค่ไหน
ซูถิงอวี้อ้าปาก สมองหมุนเร็วจี๋อยู่รอบหนึ่ง ในที่สุดก็เข้าใจว่าตัวเองเกือบเผลอหลุดเรื่องระบบออกไปเมื่อครู่ เธอรีบรับคำต่อจากเซี่ยอวี่ฮวา กระแอมเบา ๆ “แค่ก ๆ... ใช่ ประมาณนั้นแหละ ยังไงตอนนี้คุณก็ปลอดภัย ไม่ต้องห่วง”
เจียงไป๋เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพยุงตัวนั่งหลังตรง “คุณช่วยชีวิตฉันไว้”
“ก็ประมาณนั้น ตอนคุณทุบประตูฉันอยู่พอดี” ซูถิงอวี้เกาศีรษะ “จริง ๆ หลัก ๆ คือคุณวิ่งเร็วเอง ฉันแค่ช่วยดึงคุณเข้ามา”
เจียงไป๋พยักหน้า ไม่ถามต่อ เธอกวาดตามองโถงใหญ่ ก่อนสายตาจะไปหยุดที่ตู้ขายของ แล้วถามว่า “เครื่องนั้นขายของเหรอ?”
“ใช่ ใช้แต้มแลกได้” ซูถิงอวี้กระตือรือร้นขึ้นมาทันที “มีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมปัง น้ำดื่ม ใช้สิ่งของแลกแต้มได้ คริสตัลก็ได้เหมือนกัน”
เจียงไป๋เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนล้วงของชิ้นหนึ่งออกจากกระเป๋า มันเป็นผลึกสีเทาขาวขนาดเท่าเล็บมือ เหลี่ยมคมชัด สะท้อนแสงริบหรี่ใต้ไฟ เธอวางคริสตัลไว้บนฝ่ามือ ชั่งน้ำหนักเบา ๆ แล้วถามว่า “อันนี้แลกได้เท่าไหร่?”
ดวงตาซูถิงอวี้เป็นประกาย เธอรีบเดินไปที่เคาน์เตอร์ แล้วหยิบกล่องสีทองขนาดเท่าฝ่ามือมา วางไว้บนโต๊ะกลาง จากนั้นนำคริสตัลใส่ลงในช่องเว้าของกล่อง พื้นผิวกล่องเปล่งแสงเรืองรองจาง ๆ ผ่านไปครู่หนึ่งก็ปรากฏตัวเลขแถวหนึ่งขึ้นมา:
“คริสตัลระดับ 1 แลกได้ 10 แต้ม”
ซูถิงอวี้เงยหน้ามองเจียงไป๋ “คริสตัลระดับ 1 หนึ่งเม็ดแลกได้ 10 แต้ม ห้องมาตรฐานสำหรับคนเดียวคืนละ 10 แต้มเหมือนกัน พูดง่าย ๆ ก็คือ ออกไปฆ่าซอมบี้สักตัว กลับมาก็พักได้หนึ่งคืน”
เจียงไป๋ฟังจบก็ปล่อยคริสตัลไว้ในกล่องทอง แล้วหยิบอีกเม็ดออกมาใส่ลงไป “แลกเลย”
กล่องทองส่งเสียง “ติ๊ง” ใสกังวาน คริสตัลหายไป แต้มก็เข้าบัญชี ซูถิงอวี้หยิบป้ายพลาสติกแผ่นเล็กที่ติดหมายเลขจากเคาน์เตอร์ส่งให้เธอ “ห้อง 201 ขึ้นบันไดไป ห้องแรกทางขวามือ ผ้าปูที่นอนกับเครื่องนอนสะอาดหมด คุณนอนได้สบายใจ”
เจียงไป๋รับป้ายพลาสติก ลุกขึ้นเดินไปทางบันไดสองก้าวแล้วหยุด หันกลับมามองซูถิงอวี้
“พรุ่งนี้ฟ้าสางฉันจะออกไปหาเสบียง สะสมแต้มได้พอแล้วค่อยต่อเวลา”
พูดจบเธอก็หันหลังขึ้นบันไดไป
ซูถิงอวี้ยืนนิ่ง มองแผ่นหลังผมสั้นเกรียนที่หายลับไปตรงมุมบันได แล้วพึมพำเสียงเบา “ลูกค้าคนแรก ธุรกรรมแรก สำเร็จแล้ว”
เฮยเสียจื่อพิงกำแพง ตั้งแต่เมื่อครู่ก็แทบไม่ได้พูดอะไร เขามองซูถิงอวี้แลกคริสตัลเป็นแต้มอย่างกระตือรือร้น ยื่นกุญแจให้ แล้วส่งลูกค้าขึ้นชั้นบนจนจบ จากนั้นก็ย้อนนึกถึงตอนที่เซี่ยอวี่ฮวาขัดจังหวะเมื่อครู่
เถ้าแก่สาวคนนี้เป็นคนดีทีเดียว ใจดี กล้าหาญ แต่พูดเร็วไปหน่อย คำอย่าง “ระบบ” หรือ “ผูกมัด” ไม่ใช่คำที่เอามาพูดส่งเดชในวันสิ้นโลก ถ้าวันนี้คุณชายฮวาไม่รีบรับช่วงพูด เธอคงเปิดไพ่หมดเปลือกให้คนแปลกหน้าที่เพิ่งรู้จักกันไปแล้ว ไม่ใช่ว่าหญิงสาวผมสั้นคนนั้นจะต้องมีปัญหาอะไร แต่คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ ในวันสิ้นโลก บางครั้งสิ่งที่น่ากลัวกว่าซอมบี้ก็คือคนที่ยังมีชีวิตอยู่
คิดถึงตรงนี้ เขาก็เหลือบมองเซี่ยอวี่ฮวาอีกครั้ง อีกฝ่ายกลับไปนั่งบนโซฟาแล้ว ยังคงถือแก้วน้ำ สีหน้าเป็นปกติ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เฮยเสียจื่อเบือนสายตากลับ มุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย
เอาเถอะ ในทีมมีคนหัวไวอยู่ด้วยก็ดีแล้ว
เจียงไป๋ขึ้นไปยังชั้นสอง
โถงทางเดินไม่ได้กว้างนัก แต่สะอาด ไฟสีเหลืองนวล พื้นปูด้วยกระเบื้องสีเทาอ่อน ไม่มีฝุ่น เธอเดินไปตามทางจนถึงห้องแรกทางขวามือ บนป้ายประตูเขียนว่า “201” เธอแตะป้ายพลาสติกใบเล็กในมือลงบนเครื่องอ่าน มีเสียง “ติ๊ด” ดังขึ้น ประตูก็เปิดออก
เธอผลักประตู ยืนกวาดตามองจากหน้าห้อง
ห้องพักเดี่ยวมาตรฐานของโรงแรม ขนาดไม่ใหญ่ กะด้วยสายตาน่าจะราว 15 ถึง 16 ตารางเมตร กลางห้องมีเตียงใหญ่กว้าง 1.8 เมตร ปูด้วยผ้าปูที่นอนและผ้าห่มสีขาว ข้างเตียงมีโต๊ะหัวเตียงเรียบง่าย บนนั้นวางโคมไฟตั้งโต๊ะดวงเล็กกับกระดาษโน้ตหนึ่งแผ่น กระดาษยังว่างเปล่า ตรงข้ามเตียงเป็นโต๊ะเขียนหนังสือกับเก้าอี้ พื้นโต๊ะสะอาดไม่มีฝุ่น มุมห้องมีราวแขวนเสื้อแบบเปิดโล่งเรียบง่าย แขวนไม้แขวนเสื้อเปล่าไว้สองอัน หน้าต่างไม่ใหญ่นัก ม่านกันแสงสีเบจปิดอยู่จนมองไม่เห็นด้านนอก
ห้องน้ำอยู่ทางขวามือเมื่อเข้ามา ประตูเปิดอยู่ มองเห็นโถสุขภัณฑ์ อ่างล้างหน้าขนาดเล็ก และกระจกหนึ่งบาน มุมห้องเป็นพื้นที่อาบน้ำแคบ ๆ กั้นด้วยกระจกใส บนอ่างล้างหน้ามีผ้าขนหนูพับเรียบร้อยกับสบู่ก้อนเล็กวางอยู่
เจียงไป๋เดินเข้าไปแล้วปิดประตูจากด้านใน ยืนอยู่ข้างเตียงครู่หนึ่ง เธอยื่นมือกดนิ้วลงบนที่นอน มันยืดหยุ่นดี จากนั้นก็มองหมอน หยิบขึ้นมาบีบดู ความนุ่มแข็งกำลังพอดี
เธอนิ่งไปสองสามวินาที วางหมอนกลับที่เดิม แล้วหันเข้าไปในห้องน้ำ
เจียงไป๋บิดก๊อกน้ำ น้ำไหลพรั่งพรูออกมา ใสสะอาด ไม่มีสิ่งเจือปนและไม่มีกลิ่น เธอก้มมองเสื้อคลุมบนตัวที่ขาดหลายแห่ง เปื้อนฝุ่นและคราบเหงื่อ ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถอดเสื้อคลุมไปแขวนบนราว จากนั้นก็เปิดก๊อกอีกครั้ง ล้างฝุ่นบนแขนกับน่องอย่างง่าย ๆ เธอไม่มีเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยน จึงทำได้แค่ซักเสื้อคลุม โชคดีที่ผ้าบางและแห้งเร็ว
หลังล้างหน้าล้างตาอย่างง่าย ๆ เจียงไป๋ก็เดินกลับไปที่เตียง ล้มตัวลงนอน ดึงผ้าห่มขึ้นมาถึงอก แล้วหลับตาลง