ราวกับผู้มีอำนาจที่สุขุมเยือกเย็น กำลังตรวจตราอาณาเขตของตัวเอง
เสิ่นซิวอวี้กวาดตามองทุกคนอย่างเรียบเฉย ก่อนพยักหน้าเล็กน้อยโดยไม่พูดอะไรสักคำ
แต่แรงกดดันอันเข้มข้นนั้นทำให้แม้แต่จงอี้หนงที่เมื่อครู่ยังส่งเสียงออดอ้อนชวนคุย ก็อดปิดปากไม่ได้
【สามนาที ฉันต้องรู้ประวัติผู้ชายคนนี้ให้หมด!!】
【…แด๊ดดี้!】
【คุณพระ นี่มันประธานจอมเผด็จการในนิยายรักชัด ๆ… ออร่าผู้มีอำนาจทะลุจอออกมาแล้ว】
【พอนึกว่ายังมีแฟนเก่าของเขาอยู่ในรายการ ก็รู้สึกไม่เข้ากันสุด ๆ… หน้าตาแบบนี้ดูยังไงก็ไม่เหมือนคนมีความรักเลยนะ】
【คนแบบนี้ควรส่งไปแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับคนที่ไม่ได้รัก แล้วค่อยรักกันหลังแต่ง ไม่ใช่มารายการหาคู่!】
【จริง ๆ ถ้าเป็นรักแบบบังคับ ฉันก็ไหวนะ…】
【อะไรเนี่ย เขามันพวกไม่รู้ตัวว่ารัก แถมเมินภรรยา จนสุดท้ายต้องตามง้อเมียแทบตายชัด ๆ!】
【ขำจะตาย… ดูก็รู้แล้วว่าพวกเธอชอบผู้ชายคนนี้มาก ถึงกับยัดบทพระเอกจากพล็อตยอดฮิตให้ไม่หยุด】
เมื่อหลินชูเซี่ยเห็นเสิ่นซิวอวี้ ขอบตาก็แดงขึ้นเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น มือทั้งสองข้างขยำกันอย่างประหม่า
ตอนนี้มีเจ็ดคนแล้ว
ตามกติกาที่ผู้เข้าแข่งขันทั้งแปดคนจะทยอยเข้ารายการในวันแรก ขาดอีกแค่แขกรับเชิญหญิงคนสุดท้าย
เจียงเฉินนั่งอยู่บนโซฟา สีหน้าดูสงบนิ่ง แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม
ไม่ต้องคิดก็รู้ คนสุดท้ายต้องเป็นแฟนเก่าที่ขี้ขลาด ไม่โดดเด่นจนต่อให้โยนเข้าไปในฝูงชนก็หาไม่เจอของเขาแน่ ๆ
ยัยบ้านนอกที่ไม่เอาไหนแบบนั้น เดี๋ยวพอเดินเข้ามา คงแนะนำตัวติดอ่างด้วยซ้ำ
ในที่สุด
รถตู้สีดำก็มาจอดหน้าวิลล่า
ประตูรถเปิดออก
สิ่งแรกที่ปรากฏในภาพถ่ายทอดสดคือเรียวขาขาวเนียนจนแทบแสบตา
เท้าสวมรองเท้าส้นสูงสีดำสายรัดเส้นเล็กที่ออกแบบมาอย่างมีสไตล์
จากนั้นชุดเดรสกำมะหยี่ผ่าสูงสีแดงไวน์สไตล์ฝรั่งเศสก็ปรากฏขึ้นในภาพ
หญิงสาวก้าวลงจากรถ ผมลอนใหญ่สยายคล้ายสาหร่ายทะเลทิ้งตัวอย่างเกียจคร้านบนไหล่เนียนผ่อง
เธอยืนอยู่กลางแสงแดด เผยใบหน้าสวยเฉี่ยวสะดุดตา
หางตาเชิดขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคู่งามราวกับจิ้งจอก ต่อให้ไม่ยิ้มก็ยังชวนให้ใจหวั่นไหว
ริมฝีปากแดงสด งดงามราวกุหลาบป่ามีหนามที่กำลังผลิบานอย่างเย้ายวน
ข้อความวิ่งบนหน้าจอที่เมื่อครู่ยังแต่งพล็อตนิยายให้เสิ่นซิวอวี้อย่างบ้าคลั่ง พลันเงียบหายไปชั่วขณะ
วินาทีถัดมา ข้อความก็หลั่งไหลมาแน่นขนัดยิ่งกว่าเดิม
【?????ทำไมจู่ ๆ เปลี่ยนช่องล่ะ】
【สวยจนฉันสะดุ้งเลย】
【…แม่! [คลั่งรัก]】
【ทีมงานรายการนี้เจ้าเล่ห์จริง ๆ ของดีเอามาปล่อยท้ายสุดเลย [เบะปาก]】
【ถ้าให้ผู้ชายคนที่ 4 กับผู้หญิงคนที่ 4 ออกมาก่อน พวกเธอจะยังมองเห็นคนอื่นอีกเหรอ? [ร้องไห้ขำ]】
【คิดว่าออกมาคนสุดท้ายแล้วจะมองเห็นคนอื่นหรือไง…】
【นี่ ๆ อย่าตัดสินคนจากหน้าตาสิ! ผู้หญิงสวยขนาดนี้นิสัยส่วนใหญ่แย่มากนะ】
【↑ คนที่ตัดสินคนจากหน้าตาก็คือเธอชัด ๆ…】
ส้นสูงกระทบทางเดินกรวด ส่งเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง
ฉือเหยียนผลักประตูวิลล่าเข้าไป
ทันทีที่ประตูเปิดออก สายตาของทุกคนในห้องนั่งเล่นก็หันมารวมอยู่ที่เธอโดยไม่รู้ตัว
เกียจคร้าน สวยเฉี่ยว และงดงามจนยากจะหาสิ่งใดมาเปรียบ
แค่เธอยืนอยู่ตรงนั้น ก็เป็นคำอธิบายของทั้งสามคำได้ดีที่สุดแล้ว
เจียงเฉินกำลังถือแก้วน้ำ ทำทีชวนหลินชูเซี่ยคุยอย่างไร้พิรุธ พอเหลือบเห็นเงาคนตรงประตู ร่างทั้งร่างก็แข็งค้างไปทันที
ขอบแก้วกระทบฟัน เกิดเสียงกึกเบา ๆ
เขาเบิกตากว้าง ตกตะลึงจนไม่อยากเชื่อสายตา
นี่…ฉือเหยียนเหรอ?
ฉือเหยียนยัยบ้านนอกที่ชอบใส่กระโปรงขาวราคาถูก ก้มหน้าก้มตา ไม่กล้าแม้แต่จะพูดเสียงดังน่ะเหรอ?
เป็นไปไม่ได้…
ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด!
เมื่อไม่กี่วันก่อน ตอนถ่ายทำช่วงเจอแฟนเก่า เธอยังไม่ได้เป็นแบบนี้เลย!
แค่ไม่กี่วัน ทำไมถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้?!
แต่ใบหน้านั้น…ก็เป็นเธอชัด ๆ
หัวใจเจียงเฉินเต้นกระหน่ำ ในหัวปั่นป่วนไปหมด
แต่หลังจากตกตะลึงอยู่ชั่วครู่ ความรู้สึกลึก ๆ ที่ทั้งลับลวงและหลงตัวเองก็แผ่ซ่านขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
หึ…ทำตัวแตกต่างจากเดิมขนาดนี้ ที่แท้ก็แค่ต้องการดึงดูดความสนใจจากเขาเท่านั้น
เหมือนเมื่อวานที่จงใจทำท่าทางแล้วบล็อกเขานั่นแหละ อยากให้เขาสนใจมากขึ้นใช่ไหมล่ะ
กลอุบายเล่นตัวแบบนี้ เขาเห็นมาเยอะแล้ว
คิดได้ดังนั้น เจียงเฉินก็เก็บซ่อนความตกใจทันที ลุกขึ้นทักทายราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
นอกจากเจียงเฉินแล้ว คนอื่น ๆ ก็มีสีหน้าแตกต่างกันไป
เย่เฟยคุณหนูเอาแต่ใจเลิกคิ้ว ดวงตาที่เดิมดูเกียจคร้านฉายแววชื่นชมขึ้นมา
เธอชอบผู้หญิงสวยแบบนี้ ที่ดูไม่เสแสร้งและเขียนความทะเยอทะยานไว้บนใบหน้า
รอยยิ้มหวานของจงอี้หนงแข็งค้างไปชั่ววินาที ในใจพลันส่งสัญญาณเตือนดังลั่น
ต้วนหรานที่กดปีกหมวกลงต่ำ ทำทีหลับอยู่ตรงมุมห้อง พอได้ยินเสียงก็เงยหน้าขึ้นอย่างหงุดหงิด แต่เมื่อเห็นฉือเหยียนชัด ๆ ดวงตาลุ่มลึกของเขาก็หรี่ลง
ฉีซิงเหย่ที่พยายามสร้างบรรยากาศอย่างเต็มที่อ้าปากค้างด้วยความตกใจอย่างไม่ปิดบัง ก่อนขยับตัวโดยไม่รู้ตัว นั่งห่างจากหลินชูเซี่ยมากขึ้น
แม้แต่เสิ่นซิวอวี้ที่ดูไม่เข้ากับบรรยากาศในวิลล่ามาตลอด ก็ยังมองเธอนานกว่าปกติ
【ฉากที่ทุกสายตาจับจ้องมาที่คนเดียวแบบนี้ มันสะใจจนฉันรู้สึกเหมือนกระหม่อมจะปลิวแล้ว…】
【สวยเฉี่ยวจนดูดุดันเกินไป…แต่ผู้หญิงแบบนี้ไม่ค่อยเป็นที่ชอบของผู้ชายหรอกนะ…】
【พูดแบบนั้นก็ไม่ถูก เธอจะบอกว่าผู้ชายไม่อยากแต่งกับผู้หญิงแบบนี้ก็ได้ แต่จะบอกว่าไม่อยากคบไม่ได้หรอก…】
【ได้คบกับผู้หญิงคนนี้สักครั้ง ก็เอาไปนึกถึงได้ทั้งชีวิต… [เลือดกำเดาไหล]】
“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อฉือเหยียน”
ฉือเหยียนเผยอริมฝีปากแดง เสียงของเธอฟังดูเกียจคร้านสบาย ๆ ราวกับแปรงเล็ก ๆ ที่มีตะขอเกี่ยวใจคนฟัง
คนอื่น ๆ ต่างก็เริ่มแนะนำตัวตามกันมา
หลังจากทักทายกันพอเป็นพิธี ก็ถึงช่วงพาชมวิลล่าตามธรรมเนียม
วิลล่าหัวใจเต้นมีขนาดใหญ่มาก นอกจากห้องนอนแยกชายหญิงที่ตกแต่งอย่างมีเอกลักษณ์แล้ว ยังมีสระว่ายน้ำกลางแจ้ง ห้องดูหนังฟังเพลง และห้องครัวแบบเปิดขนาดกว้างขวางอีกด้วย…
ทุกคนเดินชมกันเป็นขบวนใหญ่และแบ่งห้องพักเสร็จ เวลาก็ใกล้ค่ำแล้ว
นี่จึงเป็นการกระตุ้นภารกิจใหม่โดยอัตโนมัติอีกครั้ง—
ช่วยกันทำมื้อเย็นในวิลล่า
“คืนนี้ทุกคนอยากกินอะไรกัน?” ฉีซิงเหย่เดินไปที่เคาน์เตอร์กลางในครัวแบบเปิดอย่างกระตือรือร้น เขาพับแขนเสื้อฮู้ดขึ้น เผยให้เห็นท่อนแขนกำยำ “ผมทำอาหารบ้าน ๆ กับอาหารตะวันตกได้อยู่บ้าง”
หนุ่มหล่อสดใสราวกับโกลเด้นรีทรีฟเวอร์อาสาทำอาหารเอง ความประทับใจที่ทุกคนมีต่อเขาพุ่งสูงขึ้นทันที
เย่เฟยยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ยิ้มเหมือนไม่ยิ้ม “งั้นก็น่าจะดูก่อนสิว่าในตู้เย็นมีอะไรบ้าง”
ฉีซิงเหย่ตบหน้าผาก “จริงด้วย” พูดจบก็เดินไปเปิดตู้เย็น
ว่างเปล่าไม่มีอะไรเลย
【ฮ่า ๆ ๆ จะอยากกินอะไรก็ช่าง ทำได้อย่างเดียวคือผัดอากาศสินะ!】
【ฉันว่าแล้ว รายการจะพลาดช่วงไปซื้อของด้วยกันที่ช่วยกระชับความสัมพันธ์ได้ยังไง】
【นี่ไม่ใช่เพราะทีมงานงกจริง ๆ เหรอ? [สงสัย]】
“อ่า ฮ่า ๆ” ฉีซิงเหย่หัวเราะแห้ง ๆ สองครั้ง “เห็นมีเครื่องปรุงอะไรครบ ก็เลยนึกว่าในตู้เย็นมีของอยู่ซะอีก”
