สิ่งที่ทำให้ฉินชวนและซูจิ้นตะลึงก็คือ คนที่พูดนั้นคือซูเหวินชางเสียเอง
“ทำไมถึงเป็นนายได้ล่ะ?”
ซูจิ้นมองซูเหวินชางด้วยความแปลกใจแล้วถามขึ้น
ซูเหวินชางยิ้มอย่างสุขุม แล้วพูดขึ้นว่า “ยังไง? เป็นฉันไม่ได้หรือไง ซูจิ้น ฉันเป็นอาของเธอนะ ถึงแม้อายุจะไล่เลี่ยกัน แต่เธออย่าลืมสิว่า ฉันมีศักดิ์สูงกว่าเธออยู่”
ฟังคำพูดเยาะเย้ยของซูเหวินชางแล้ว ซูจิ้นก็โมโหไม่น้อย
ฉินชวนยิ้มบาง ๆ แล้วพูดขึ้นว่า “ก็จริงอย่างที่อาว่า พวกเราไม่เคยลืมเรื่องศักดิ์เลย ฉะนั้น อาผู้อาวุโสอย่างท่าน ควรจะยอมคนรุ่นหลังบ้างไม่ใช่หรือไง ต่อให้เป็นเพียงชุดเดียวก็ไม่ควรจะมาแย่งกับคนรุ่นหลังแบบนี้ น่าจะไม่เป็นการสมควรนะ”
ฟังฉินชวนพูดจบ สีหน้าของซูเหวินชางก็เปลี่ยนเป็นเขียวเป็นซีดไปมา
ส่วนเวินเหม่ยฮวา ภรรยาของซูเหวินชาง ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กลับไม่พอใจขึ้นมา
“ซูเหวินชาง เราตกลงกันไว้แล้วนะ ว่าพอชุดนี้มาถึง ฉันจะใส่ไปงานประมูล”
เวินเหม่ยฮวาพูดกับซูเหวินชางอย่างไม่ลดราวาศอก
“ชุดนี้เราจองไว้ก่อน และอีกอย่าง จิ้นเอ๋อร์ ถ้าเธออยากได้จริง ๆ รอให้ป้าของเธอใส่เสร็จก่อนแล้วค่อยขายลดราคาให้เธอก็ได้ ไม่ต้องห่วง คนในครอบครัวเดียวกัน ฉันจะไม่คิดเงินเธอแพงหรอก”
ซูเหวินชางยิ้มอย่างยโส พูดกับซูจิ้น
“ฉินชวน ไปกันเถอะ”
ซูจิ้นโมโหจนดึงมือฉินชวนแล้วจะเดินจากไปทันที
