ฉินฮ่าวหรานเผยยิ้มเช่นกัน “ป๋อเหวินเฉลียวฉลาด วันหน้าต้องเป็นผู้มีพรสวรรค์ด้านการศึกษาแน่ รออีกสักพัก เจ้าไปเดินเล่นในตลาด แล้วซื้อของเล่นจากเมืองหลวงให้ป๋อเหวินสักหน่อย ทั้งตุ๊กตาดินเผา กังหันลม ห่วงเก้าห่วง เลือกของดีมาสักชิ้น แล้วซื้อผ้าดี ๆ มาหลายฉื่อ ตัดชุดให้พี่สะใภ้ด้วย”
กล่าวจบ เขาก็ลุกขึ้นเดินไปยังข้างเตียง หยิบห่อผ้าจากใต้หมอนออกมา เมื่อเปิดดู ข้างในมีตั๋วเงินปึกหนึ่งกับเงินแท่งย่อยจำนวนหนึ่ง เขานับตั๋วเงินหนึ่งร้อยตำลึง แล้วยื่นให้ฉินเหอวั่ง
“เงินที่ให้เจ้าไว้ก่อนหน้านี้คงใกล้หมดแล้ว ของพวกนี้เจ้าเก็บไว้ เป็นค่าใช้จ่ายของพวกเราในเมืองหลวง อยากกินอะไรก็กิน อยากใช้อะไรก็ใช้ อย่ามัวประหยัด ซื้อของให้ทางบ้านก็เอาเงินจากนี่ไป ให้เถี่ยหลี่กับเหอหวาซื้อของฝากกลับไปด้วย...”
ฉินเหอวั่งกำตั๋วเงินแน่น ลำคอตีบตัน เอ่ยเสียงแผ่วว่า “ฮ่าวหราน เรื่องที่เจ้าพูดกับคุณชายสวี่เมื่อครู่... ข้าเข้าใจหมดแล้ว เจ้าไม่ต้องรู้สึกติดค้างอะไร เส้นทางนี้เป็นสิ่งที่คนทั้งตระกูลเลือกเอง เจ้าเป็นความหวังของพวกเราทั้งตระกูล หากสำเร็จ ก็ถือว่าบรรพชนตระกูลฉินได้รับพรจากฟ้า หากไม่สำเร็จ พวกเราก็ยอมรับ”
ขณะนั้นฉินเถี่ยหลี่กับฉินเหอหวาก็เข้ามาด้วย
ฉินเถี่ยหลี่ถูมือไปมา “ฮ่าวหราน การสอบระดับเมืองหลวงนี้จะรู้ผลเมื่อใดหรือ?”
ฉินเหอหวาก็มองเขาตาปริบ ๆ ด้วยความคาดหวัง
ฉินฮ่าวหรานให้พวกเขานั่งลง ก่อนอธิบายว่า “การสอบระดับเมืองหลวงทั้งสามรอบเสร็จสิ้นแล้ว ต่อจากนี้ก็เป็นการตรวจข้อสอบ การตรวจจะดำเนินภายในสนามสอบหลวง เจ้าหน้าที่ตรวจสอบจะปิดประตูเรือนสอบ ไม่ติดต่อกับผู้ใดภายนอก ขั้นตอนนี้ใช้เวลาราวหนึ่งเดือน ประกาศผลน่าจะวันที่ 10 เดือนสาม”
