วันจับกุมมิได้ใช้ทหารท้องถิ่น ด้วยเกรงว่าข่าวจะรั่วไหล อีกทั้งกลัวว่าทหารจะสมรู้ร่วมคิดกับคนเหล่านี้ จึงส่งเพียงองครักษ์ลับลงมือเอง
องครักษ์ลับรับคำสั่งให้แยกย้ายกันบุกไปยังเรือนต่าง ๆ ถีบประตูเปิด พบผู้ใดก็จับผู้นั้น ไม่มีความปรานีแม้แต่น้อย
บางคนรู้กาลเทศะ ยอมจำนนแต่โดยดี บางคนไม่ยินยอม คิดฉวยโอกาสหลบหนีในความวุ่นวาย ทว่าก็ถูกองครักษ์ลับไล่ตามจนจับกดลงกับพื้น
ผู้ใดกล้าขัดขืน สังหาร ณ ที่นั้นโดยไม่ละเว้น
ในบรรดาคนเหล่านั้น คนที่สะดุดตาที่สุดคือหัวหน้าคนงานผู้หนึ่ง เขาถือมีดทำครัวพุ่งออกมาจากเรือนหลัง พร้อมสบถด่าพลางวิ่งออกมา
องครักษ์ลับไม่พูดพร่ำทำเพลง สะบัดมือฟันดาบกลับหลัง คมดาบฟาดลงตรงลำคอหัวหน้าคนงานพอดี
ชายผู้นั้นครางอู้อี้ เลือดสาดกระจายไปไกลสามฉื่อ ก่อนล้มลงบนบันได กระตุกอยู่สองสามครั้งแล้วแน่นิ่ง
คนที่เห็นต่างพากันขาอ่อน
ครานี้ คนที่เหลือไม่กล้าขยับซี้ซั้วอีก ต่างยอมจำนนแต่โดยดี
เพียงห้าวัน คุกของที่ว่าการอำเภอเฟินอี๋ก็มีคนล้นจนแน่นขนัด
จู่ซื่อจากกรมอาญามารายงานว่า ในคุกขังคนไว้กว่าร้อยคนแล้ว ห้องขังบางห้องต้องเบียดกันอยู่หลายสิบคน
ฉินฮ่าวหรานครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนสั่งให้ย้ายผู้ต้องหาส่วนหนึ่งไปคุมขังในเรือนที่ยึดมา โดยให้องครักษ์ลับเฝ้าไว้
ทางนี้ฉินฮ่าวหรานนั่งพิจารณาคดีอยู่ในโถงหน้า ส่วนทางนั้นเฉิงโส่วเจี๋ยนำคนไปขุดพบทรัพย์สินจำนวนมหาศาลในเรือนเก่าของจวนเหยียน
แต่หากพูดถึงการกวาดทรัพย์สินและเค้นถามที่ซ่อนเงิน ย่อมต้องยกให้ขันทีในวัง
ม่ายฝูพาคนมาถึงปุ๊บ ทั่วทั้งจวนเหยียนก็ไม่มีผู้ใดได้อยู่อย่างสงบอีก
ขันทีไม่รีบร้อนขุดห้องใต้ดิน แต่เริ่มจากจับคนก่อน สตรีในตระกูลเหยียน สาวใช้ และหญิงรับใช้ ถูกต้อนไปไว้ในเรือนด้านข้างแห่งหนึ่งทั้งหมด พวกขันทีลับปิดประตู แล้วเรียกตัวมาสอบสวนทีละคน
