กาลเวลาสามวันผ่านพ้นไปชั่วพริบตา พริบตาเดียวก็ถึงวันจัดงานเลี้ยง ณ ที่ว่าการเมืองของเจ้าเมือง งานเลี้ยงนี้เป็นธรรมเนียมที่ทางการท้องถิ่นจัดขึ้นเพื่อแสดงความยินดีแก่บัณฑิตใหม่จากการสอบระดับเมือง ทั้งยังอาศัยโอกาสนี้กระชับไมตรีระหว่างอาจารย์กับศิษย์
วันนั้นฟ้าเป็นใจ สายลมอ่อนพัดเย็นสบาย ท้องฟ้ากระจ่างใสราวชำระล้างจนหมดจด สวนด้านหลังที่ว่าการเจ้าเมืองจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว
แม้จะไม่หรูหราตระการตาเทียบเท่าสวนหลวง ทว่าศาลาและหอชมทิวทัศน์กลับเรียงรายอย่างมีชั้นเชิง ทางคดเคี้ยวทอดลึกสู่ความสงบ ดอกไม้และแมกไม้เขียวชอุ่ม เผยกลิ่นอายสง่างามอันสุขุมและพิถีพิถันของที่ว่าการได้อย่างพอเหมาะ
เหล่ามือปราบในชุดเจ้าหน้าที่รับใช้ยืนประสานมืออยู่ตามมุมต่าง ๆ สีหน้าเคร่งขรึม ยิ่งเสริมบรรยากาศให้ดูขรึมขลัง
ถงเซิงหน้าใหม่ทยอยเดินทางมาถึง ส่วนใหญ่เปลี่ยนมาสวมเสื้อผ้าที่ดีที่สุดของตน แม้จะมีผู้สวมผ้าแพรต่วนอยู่ไม่น้อย ทว่าคนส่วนมากยังคงสวมเสื้อคลุมผ้าฝ้ายสะอาดเรียบร้อย
ใบหน้าของพวกเขาเปี่ยมด้วยความตื่นเต้นและกระวนกระวายที่ยากจะข่มกลั้น จับกลุ่มสนทนากันเบา ๆ ทว่ากลับเหลือบมองทางเข้าสวนเป็นระยะ เฝ้ารอการมาถึงของตัวเอกในวันนี้
ฉินฮ่าวหรานยังคงสวมเสื้อคลุมผ้าฝ้ายสีเขียวตัวเดิมที่เก่าคร่ำคร่า ในหมู่ถงเซิงหน้าใหม่ เขามีอายุน้อยที่สุด ทว่ารัศมีไร้รูปของอันดับหนึ่งในการสอบระดับเมืองกลับทำให้เขาโดดเด่นดุจไข่มุกท่ามกลางกรวดทราย เป็นที่สะดุดตาอย่างยิ่ง และดึงดูดให้บัณฑิตหลายคนพูดคุยถึงเขา
ยามซื่อสองเค่อ (เก้าโมงครึ่ง) เสียงฝีเท้าค่อนข้างวุ่นวายดังมาจากนอกสวน ฝูงชนที่ยังคงส่งเสียงอื้ออึงอยู่บ้างพลันเงียบกริบ สายตาทุกคู่หันไปยังทางเข้าเป็นตาเดียว
เจ้าเมืองหลัวเยี่ยนเฉินค่อย ๆ ก้าวเข้ามา โดยมีขุนนางใต้บังคับบัญชารายล้อม
