เหวินฮั่นลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนรวบรวมความกล้าเอ่ยว่า “ท่านอา ข้าอยาก…อยากหาเงิน เปิดหอสุรา…”
สิ้นเสียง สีหน้าของฉินเหอวั่งก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง
“บัณฑิต ชาวนา ช่างฝีมือ พ่อค้า! พ่อค้าต่ำต้อยที่สุด เข้าใจหรือไม่?” เขาผุดลุกขึ้น หมายจะลงมืออีกครั้ง ฉินฮ่าวหรานรีบขวางไว้ตรงกลาง
“พี่ใหญ่ รอให้ข้าถามให้จบก่อน เหวินฮั่นมีความคิดของตนเอง ท่านลองฟังดูก่อน อีกอย่าง พ่อค้าแล้วอย่างไร หากไม่มีพ่อค้า อาหาร เสื้อผ้า และข้าวของเครื่องใช้ที่พวกเรามีจะมาจากที่ใด?”
ฉินเหอวั่งจ้องบุตรชายคนเล็ก “ถึงอย่างไรก็ห้ามค้าขาย…ฮ่าวหราน เจ้าเอาใจพวกเขาเกินไปแล้ว
หากถามข้า ไม้เรียวสร้างบุตรกตัญญู ดูเหวินป๋อสิ ข้าตีเขาอยู่บ่อยครั้ง เขาจึงเชื่อฟัง เด็กคนนี้อย่างเหวินฮั่น คงเป็นเพราะถูกตีน้อยเกินไป”
จู่ ๆ เขาก็ทอดถอนใจ “ตอนเด็ก ข้าไม่ตั้งใจเล่าเรียน ท่านพ่อก็จะเฆี่ยนตีข้า ตอนนั้นข้าจึงตั้งปณิธานไว้ว่า หากวันหนึ่งได้เป็นบิดาคน จะต้องยุติการอบรมสั่งสอนด้วยไม้เรียวให้ได้…”
ฉินฮ่าวหรานฟังแล้วชะงักไป ถามว่า “แล้วบัดนี้เล่า?”
ฉินเหอวั่งถอนหายใจ สีหน้าซับซ้อน “บัดนี้หรือ…ข้าอยากกล่าวเพียงว่า ท่านพ่อ หมัดเท้าของท่านในกาลก่อนยังไม่ไวพอ ไม่หนักพอ…มิฉะนั้น ข้าคงสอบเป็นซิ่วไฉได้ตั้งนานแล้ว”
ฉินฮ่าวหรานนิ่งอึ้งไป ครั้นได้สติกลับคืนมาก็หัวเราะจนตัวโยน น้ำตาแทบไหล
ฉินเหวินหยวนที่ยืนมองอยู่ด้านข้างก็หัวเราะตามไปด้วย
ฉินฮ่าวหรานหันไปมองบุตรชายคนโต “เหวินหยวน เจ้าอย่าบีบบังคับให้บิดาต้องลงมือ บิดาเองก็เคยฝึกหมัดเท้ามาหลายปีในวัยเยาว์”
ฉินเหวินหยวนสะดุ้ง รีบหลบไปอยู่หลังฉินเหอวั่งผู้เป็นลุงใหญ่ พลางร้องไปหลบไปว่า “ท่านลุงใหญ่ช่วยข้าด้วย! มีท่านลุงใหญ่คุ้มครอง ข้าก็ไม่กลัวหมัดเท้าของท่านพ่อแล้ว!”
