ฉินฮ่าวหรานพิงกำแพงอิฐ หลับตารวบรวมสมาธิ
ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าใด จากส่วนลึกของตรอกพลันมีเสียงกระทบโลหะดังขึ้น เป็นเสียงที่ต่างจากเสียงไม้เคาะบอกเวลา คล้ายฆ้องทองแดงหรือแผ่นเหล็กถูกเคาะเบา ๆ
ฉินฮ่าวหรานลืมตาขึ้นทันที
ท่ามกลางความมืด ดวงตาของเขาปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว นอกช่องว่างของม่านผ้าน้ำมัน ความมืดมิดที่ปกคลุมสนามสอบหลวงดูคล้ายจะเจือแสงสีเทาอมคราม
ฟ้าใกล้สางแล้ว
“ตึง!”
เสียงปืนใหญ่ลูกแรกดังสนั่นเหนือสนามสอบหลวงโดยไร้สัญญาณล่วงหน้า จนแก้วหูของฉินฮ่าวหรานอื้ออึง
“ตึง!” ปืนใหญ่ลูกที่สองดังตามมาติด ๆ
“ตึง!” เสียงปืนใหญ่ลูกที่สามตามมา เสียงสะท้อนยาวนาน กระทบและก้องกังวานไปมาตามตรอกห้องสอบ ก่อนจะค่อย ๆ สลายไปในที่สุด
ฉินฮ่าวหรานได้ยินชัดเจนว่ามีเสียงทึบดังปึงมาจากห้องข้าง ๆ ตามด้วยเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดสั้น ๆ
คาดว่าผู้เข้าสอบผู้นั้นอาจมีอายุไม่น้อย ถูกเสียงปืนใหญ่ทำให้ตกใจจนผุดลุกจากม้านั่งอย่างแรง ศีรษะจึงกระแทกกับเพดานหินเตี้ย ๆ เข้าเต็มรัก
ฉินฮ่าวหรานจัดเสื้อคลุมสีเขียวครามที่ยับยุ่งเล็กน้อยจากการขดตัวอย่างรวดเร็ว แม้ในที่แคบเพียงคืบเช่นนี้ หลังม่านผ้าน้ำมันจะไม่มีผู้ใดมองเห็น เขาก็ยังยืดแผ่นหลังตรง หันหน้าไปทางที่ว่าการอำเภอในสนามสอบหลวงโดยประมาณ แล้วยืนอย่างสง่าขรึม
นี่คือพิธียิงปืนใหญ่เพื่อเปิดพิธีในโถง หมายความว่าประธานคุมสอบ รองประธานคุมสอบ และเหล่ากรรมการคุมสอบต่างลุกขึ้นแล้ว อีกไม่นานจะประกอบพิธีคารวะก่อนเริ่มสอบ นับเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่เคร่งขรึมที่สุดของการสอบคัดเลือกขุนนาง
เสียงปืนใหญ่ยังไม่ทันจาง เสียงดนตรีกลองอันโอ่อ่าก็ดังมาจากที่ว่าการอำเภอตรงใจกลางสนามสอบหลวง
เสียงกลองหนักแน่นดุจเสียงหัวใจ เสียงระฆังและหินดนตรีใสกังวานประหนึ่งเสียงธารน้ำไหล อีกทั้งยังมีเสียงขลุ่ยและปี่แว่วประสานอยู่ด้วย คลอเป็นท่วงทำนองพิธีการ ล่องไหลไปในแสงอรุณที่ค่อย ๆ สว่าง
เมื่อเสียงดนตรีแผ่วลง เสียงอันกังวานเปี่ยมพลังเสียงหนึ่งก็ดังมาจากบริเวณแท่นจันทร์ของที่ว่าการอำเภอ ไกลลิบแต่กลับแผ่ครอบคลุมทุกมุมของสนามสอบหลวง เล็ดลอดเข้าไปในห้องสอบทุกห้อง
