ฤดูใบไม้ผลิปีที่ยี่สิบสี่แห่งรัชศกเทียนเฟิ่ง เพิ่งพ้นวันที่สิบห้า เดือนหนึ่งไปไม่นาน
ฉินฮ่าวหรานก็ไปยังกองคัดเลือกขุนนางแห่งกรมขุนนาง
โจวหลางจง ผู้ดูแลกองคัดเลือกขุนนางเห็นฉินฮ่าวหรานมาถึง ก็รีบลุกขึ้นประสานมือ กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ใต้เท้าฉิน ขอแสดงความยินดีด้วย! ผู้ว่าการแคว้นซุ่นเทียนเป็นตำแหน่งสำคัญในเขตเมืองหลวง ผู้คนทั้งในและนอกวังต่างจับตามอง ครานี้ได้รับพระราชโองการพิเศษจากฝ่าบาทให้แต่งตั้ง ย่อมเห็นได้ว่าฝ่าบาททรงฝากความหวังอันสูงไว้กับใต้เท้า”
ฉินฮ่าวหรานถ่อมตนอยู่สองสามคำ ก่อนยื่นพระราชโองการกับหนังสือแต่งตั้งให้
โจวหลางจงรับมา ตรวจสอบตราประทับ จากนั้นลงทะเบียนชื่อ ภูมิลำเนา ชาติกำเนิด และประวัติในสมุดทะเบียน แล้วให้ฉินฮ่าวหรานลงชื่อในช่อง “ลงนาม”
เขาหยิบกล่องไม้แดงใบหนึ่งออกมาจากตู้ เปิดออก ภายในมีตราเงินหนึ่งดวง พวงกุญแจหนึ่งพวง และป้ายตราประจำที่ว่าการหนึ่งแผ่น
ตราเงินนั้นมีขนาดกว้างสองนิ้วเก้าส่วน สลักอักษรตราประจำแคว้นซุ่นเทียนสี่ตัวด้วยอักษรตราประทับเก้าชั้น ห่วงตราผูกด้วยแพรแดง
“ใต้เท้าฉิน ตราประทับ กุญแจ และป้ายตราอยู่ที่นี่แล้ว เชิญตรวจดู”
ฉินฮ่าวหรานรับมา ตรวจดูตราเงินก่อน จากนั้นจึงตรวจดูกุญแจ และสุดท้ายคือป้ายตรา
โจวหลางจงกำชับอีกคำ “ใต้เท้าฉิน ผู้ว่าการแคว้นซุ่นเทียนเป็นขุนนางสำคัญในเขตเมืองหลวง ตามธรรมเนียมต้องเข้าเฝ้าถวายพระพรและกราบทูลลา พรุ่งนี้ใต้เท้าต้องเข้าวังไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทเพื่อกราบทูลลา”
ฉินฮ่าวหรานรับคำ ประสานมือคำนับลา
รุ่งเช้าวันถัดมา ฉินฮ่าวหรานเปลี่ยนเป็นชุดขุนนาง แล้วเข้าวังเพื่อกราบทูลลา
จักรพรรดิเทียนเฟิ่งเรียกฉินฮ่าวหรานเข้าเฝ้าที่ตำหนักอุ่นด้านตะวันตกของตำหนักเฉียนชิง
“ฉินชิง ตำแหน่งผู้ว่าการแคว้นซุ่นเทียน เรามอบหมายให้เจ้าแล้ว จงเอาใจใส่ปฏิบัติหน้าที่ให้เรียบร้อย เมืองเหนือเป็นประตูสู่เมืองหลวง เราต้องการเห็นระเบียบแบบแผนทั่วทั้งเขตได้รับการปรับปรุงใหม่ ความเป็นอยู่ของราษฎรสงบสุข และตลาดบ้านเรือนเป็นระเบียบเรียบร้อย หลังเข้ารับตำแหน่ง จงยึดความสงบสุขของราษฎรเป็นหลักในการปกครอง ห้ามปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวายอีก
