หลังจัดการขั้นตอนอันยุ่งยากในการสมัครสอบคัดเลือกขุนนางและการสอบระดับมณฑลที่สำนักศึกษาประจำเมืองเหมียนหยางเสร็จสิ้น ฉินฮ่าวหรานก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นเล็กน้อย ทว่ากลับไม่กล้าผ่อนคลายแม้แต่น้อย
การสอบระดับมณฑลจะจัดขึ้นที่อู่ชาง เมืองหลวงประจำมณฑล ในเดือน 8 นั่นจะเป็นการประชันฝีมืออันดุเดือดซึ่งรวบรวมผู้มีความสามารถจากทั่วทั้งหูเป่ยและหูหนาน ย่อมเทียบมิได้กับการสอบคัดเลือกขุนนางในเมืองแห่งหนึ่ง
เขาเดินทางไปยังห้องหนังสือของอาจารย์ผู้สอนหวัง คำนับลาแล้วกล่าวว่า “การสอบคัดเลือกขุนนางครั้งนี้ผ่านไปได้อย่างราบรื่น ล้วนเป็นเพราะคำสั่งสอนของอาจารย์และเหล่าอาจารย์ทั้งหลายตลอดมา ศิษย์กำลังจะกลับอู่ชางเพื่อเตรียมตัวสอบ จึงมาอำลาอาจารย์ขอรับ”
อาจารย์ผู้สอนหวังมองฉินฮ่าวหรานที่สุขุมขึ้นทุกวัน แววตาเปี่ยมความยินดี “ฮ่าวหราน รากฐานของเจ้ามั่นคงแล้ว ทั้งความรู้ความเข้าใจก็เปิดกว้างขึ้น การไปสอบระดับมณฑลที่เมืองหลวงประจำมณฑลครานี้นับว่าเหมาะสมยิ่ง จงจำไว้ ในสนามสอบสิ่งสำคัญคือจิตใจต้องสงบ งานเขียนมีค่าตรงที่เหตุผลกระจ่าง ถ้อยคำสื่อความ ไม่จำเป็นต้องจงใจแสวงหาความแปลกใหม่ ไปเถิด สำนักศึกษาประจำเมืองจะรอฟังข่าวดีจากเจ้า”
หลังอำลาอาจารย์ผู้สอนหวัง เขาก็ไปคารวะอาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาอีกหลายท่านตามลำดับ รวมถึงอาจารย์หลิว จากนั้นจึงหาเวลาแวะไปหอเจียงฮั่น มิได้ไปเพื่อดื่มกินเลี้ยงฉลอง หากไปเยี่ยมเยียนคนในตระกูลทั้งสามคน ได้แก่ ฉินเหอวั่ง ฉินอันเหอ และฉินชิวโส่ว
เมื่อเถ้าแก่ซุนแห่งสำนักหนังสือเหวินหัวจ้ายทราบว่าฉินฮ่าวหรานกลับมาแล้ว ก็รีบเร่งมายังสำนักศึกษาประจำเมือง ครั้นพบฉินฮ่าวหรานที่หน้าสำนักศึกษาซึ่งกำลังจะออกไปข้างนอก จึงดึงเขาไปยังมุมสงบ แล้วหยิบถุงเงินออกมาจากอกเสื้อ
“คุณชายฉิน ในที่สุดท่านก็กลับมาแล้ว! นี่คือส่วนแบ่งจากบันทึกคัมภีร์สี่เล่มเมื่อปีก่อน เดิมทีคิดว่าหากท่านยังไม่กลับมา จะฝากสำนักคุ้มภัยนำไปส่งที่อู่ชาง”
