บนต้นไม้ เขารออยู่นานถึง 40 นาที กว่าชีพจรจะกลับมาเป็นปกติ เฉินฮวนจึงเล็งไปที่คางของหมูป่าอย่างมั่นคง แล้วยิงซ้ำเข้าที่คออีก 3 นัด
เมื่อแน่ใจว่าหมูป่าตายสนิทแล้ว เฉินฮวนซึ่งระมัดระวังตัวอยู่ตลอดจึงค่อย ๆ ไต่ลงจากต้นไม้
รอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด นอกจากจะโล่งใจที่ตัวเองตอบสนองได้เร็วและล่าหมูป่าตัวใหญ่ขนาดนี้ได้แล้ว เฉินฮวนยังอดทบทวนเรื่องที่ตัวเองเข้าป่ามาเก็บยาในครั้งนี้ไม่ได้
“ยังเสี่ยงเกินไป ไม่มีอาวุธที่ถนัดมือ คราวหน้าต้องระวังให้มากกว่านี้”
เขาถอดเสื้อออก แล้วบิดน้ำที่ซึมอยู่ด้านในอย่างแรง เหงื่อไหลพรั่งพรูออกมาตามแรงบิด
เมื่อเดินวนรอบหมูป่าอยู่สองสามรอบ หัวใจของเขาก็เริ่มเต้นเร็วขึ้นอีกครั้ง
หมูป่าตัวใหญ่ขนาดนี้ ถ้าขนกลับไปได้ คงทำให้ทั้งหน่วยผลิตต้องตกตะลึงแน่
ในปี 1976 การซื้อเนื้อหมูต้องใช้คูปองเนื้อ ส่วนโควตาเนื้อหมูของพนักงานทั่วไปในแต่ละเดือนก็มีเพียงประมาณ 1 ชั่งเท่านั้น
แต่เฉินฮวนเข้าป่ามาแค่เที่ยวเดียว ก็ล่าหมูป่าบนเขาได้หนักถึง 500 ชั่ง นี่ตั้ง 500 ชั่งเชียวนะ! เอาไปทำหมูรมควัน แล้วแบ่งขายให้สหกรณ์จัดซื้อจัดหาอีกสักส่วน ก็พอให้ครอบครัวเขาได้กินหมูทุกมื้อไปครึ่งปีแล้ว!
แต่พอคิดถึงขั้นตอนต่อไป เฉินฮวนก็เจอปัญหาทันที หมูตัวนี้ใหญ่เกินไป ด้วยน้ำหนักถึง 500 ชั่ง เขาคนเดียวไม่มีทางขนกลับไปได้แน่
แต่ถ้ากลับไปเรียกคนมาช่วย ความลับของหุบเขายาแห่งนี้ก็ต้องเปิดเผยแน่นอน ฟูหลิงกับฮวงจินในตะกร้าสะพายหลังของเขามีตั้งมากมาย เรื่องที่ขายได้ราคาสูงถึง 200 หยวน คงแพร่ไปทั่วหมู่บ้านใกล้เคียงภายในพริบตา
หรือว่า...จะยอมทิ้งหมูตัวใหญ่ขนาดนี้ไปงั้นเหรอ?
เฉินฮวนทำใจไม่ได้จริง ๆ
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง เฉินฮวนก็มองเนินเขา ก่อนจะนึกแผนการหนึ่งขึ้นมาได้!
เขาหาต้นสนที่ลำต้นใหญ่เท่าปากชาม แล้วตัดออกมาเป็นท่อนไม้ยาว จากนั้นก็ขนก้อนหินขนาดใหญ่มาจากกลางไหล่เขา พอเอาท่อนไม้สอดเข้าไปในหลุม เฉินฮวนก็ทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดลงบนคานงัด แล้วออกแรงกดลง
