“องค์รัชทายาท ฮองเฮาทรงพระราชทานธนบัตรให้ข้าน้อยหนึ่งพันพวง ทั้งยังพระราชทานจวนให้ข้าน้อยอีกหนึ่งหลัง ข้าน้อยไม่ต้องการสิ่งใดอีกแล้ว!” หม่าเหลียงกล่าว
ทว่าเมื่อเอ่ยถึงธนบัตร หม่าเหลียงก็ยังดูไม่เป็นธรรมชาติอยู่บ้าง ไม่รู้ว่าควรพูดหลักการที่ตนรู้แก่องค์รัชทายาทดีหรือไม่
ไม่ว่าจะจูหยวนจางหรือจูเปียว ต่างก็มีข้อจำกัดตามยุคสมัยของตน อีกทั้งยังไม่เคยศึกษาวิชาเศรษฐศาสตร์สมัยใหม่
การออกธนบัตรต้าหมิงช่วยให้การซื้อขายสะดวกขึ้น ทั้งยังไม่หนักเหมือนเงินแท่ง เป็นเพียงกระดาษเปลือกหม่อนบาง ๆ แผ่นหนึ่ง พกพาสะดวก
แต่สิ่งใดมีคุณก็ย่อมมีโทษ ธนบัตรก็เช่นกัน มีด้านที่ดี ย่อมมีด้านที่ไม่ดี
นั่นคือ เมื่อผู้มีอำนาจพิมพ์ธนบัตรอย่างไร้ขีดจำกัด สิ่งนี้ก็จะค่อย ๆ กลายเป็นเพียงกระดาษไร้ค่า
จูหยวนจางทำเช่นนั้นจริง ๆ ส่งผลให้ธนบัตรในช่วงปลายรัชศกหงอู่เสื่อมค่าลงอย่างหนัก
หากจูหยวนจางได้ศึกษาวิชาเศรษฐศาสตร์สมัยใหม่ เขาคงไม่พิมพ์ธนบัตรอย่างไร้ขีดจำกัดเช่นนั้น
ถึงเวลานั้น ธนบัตรต้าหมิงอาจดำเนินไปบนเส้นทางพัฒนาอันมั่นคง—พิมพ์อย่างมีขอบเขต มีเงินสำรอง และมีกลไกรับคืน
หากเป็นเช่นนั้น ธนบัตรต้าหมิงก็คงไม่แทบกลายเป็นสิ่งไร้ค่าดุจกระดาษในภายหลัง........
เมื่อนึกถึงเรื่องเหล่านี้ หม่าเหลียงก็ลังเลว่าจะพูดออกไปดีหรือไม่ องค์รัชทายาทจูเปียวไม่ได้เผด็จการเหมือนบิดา น่าจะรับฟังได้
แม้จะพูดถึงข้อเสียของธนบัตรก็คงไม่เป็นไร ทว่าเรื่องนี้จูเปียวต้องนำไปกราบทูลจูหยวนจางเป็นแน่
หลังฟังแล้วจูหยวนจางจะเอาเรื่องตนหรือไม่? จะเดือดดาลจนสังหารตนหรือเปล่า?
