เมื่อถูกสายตาจ้องเขม็งของจูหยวนจางจับจ้อง หม่าเหลียงก็ขนลุกชันไปทั้งร่าง ลมปราณแท้ในกายพลันเคลื่อนตัวอย่างเงียบงัน
ให้ตายสิ ตาเฒ่าจูรับไม่ได้ถึงขั้นคิดจะคว่ำโต๊ะแล้วหรือไง? ฉันก็แค่ชี้ให้เห็นข้อเสียของการพิมพ์ธนบัตรออกมามากเกินไปเท่านั้นเอง
ปฏิกิริยาของตาเฒ่าจูจะเกินไปหน่อยแล้ว หม่าเหลียงไม่รู้เลยว่าทฤษฎีของเขาทำให้จูหยวนจางตกอยู่ในความเข้าใจผิด
ยามนี้หม่าเหลียงเริ่มวางแผนในใจแล้วว่า หากอีกประเดี๋ยวจูหยวนจางโกรธขึ้นมาและคิดจับเขา เขาควรหนีไปทางไหน!
ด้วยฝีมือของเขาในยามนี้ ตราบใดที่ไม่ถูกโจมตีด้วยอาวุธระยะไกลอย่างธนูหรืออาวุธปืน ก็น่าจะหนีรอดได้กระมัง!
ที่สำคัญคือเขาไม่เคยสัมผัสอานุภาพของอาวุธทั้งสองชนิดมาก่อน เพียงแต่สัญชาตญาณบอกว่า ร่างเนื้อของเขาคงทนรับการโจมตีเหล่านั้นไม่ไหว
ขณะเดียวกัน
หม่าเหลียงก็รู้สึกเสียใจอยู่บ้าง หากรู้แต่แรก เขาคงไม่พูดเรื่องพวกนี้กับองค์รัชทายาท
กว่าจะมีสถานะที่มั่นคง หลุดพ้นจากการเป็นผู้ลี้ภัยได้ อีกทั้งยังมีบ้านเป็นของตนเองในอิ้งเทียน
ในมือยังมีเงินก้อนโตอยู่แท้ ๆ แต่ดันปากพล่อยไปพูดกับองค์รัชทายาทถึงข้อเสียของการพิมพ์ธนบัตรออกมาอย่างพร่ำเพรื่อ
คราวนี้แย่แล้ว อีกประเดี๋ยวหากจูหยวนจางโมโหและสั่งจับเขา เขาก็มีแต่ต้องหนี
พอหนีไปแล้ว เขาก็จะไม่เหลืออะไรอีก บัดซบ งานนี้ขาดทุนย่อยยับจริง ๆ........
“ฉงปา ตั้งสติ!” จู่ ๆ ฮองเฮาหม่าก็ตวาดเสียงดัง ทำให้จูหยวนจางที่กำลังตกอยู่ในความเข้าใจผิดได้สติกลับคืนมา
ทว่า...เมื่อได้สติแล้ว จูหยวนจางยังคงมองหม่าเหลียงด้วยแววตาที่บอกไม่ถูก
หม่าเหลียงเองก็ไม่รู้ว่าจูหยวนจางหมายความว่าอย่างไร อย่างน้อยก็ไม่ใช่แววตาแบบเมื่อครู่แล้ว
