ซูเหม่ยหลานยิ้มสดใส พลางพูดกับหยางลี่ฮวาว่า “ออกไปอยู่ข้างนอกเองแล้ว ก็เก็บเงินเดือนไว้ให้ดี อย่าเอาไปใช้สุรุ่ยสุร่ายอีกล่ะ”
จากนั้นเธอก็หันไปตบหยางลี่จวินเบา ๆ “อย่าให้พี่สามซื้อของให้เธออีกนะ ได้ยินไหม...”
“พอเถอะ นาน ๆ ทีลี่จวินจะดีใจขนาดนี้ อีกอย่าง นี่ก็เป็นน้ำใจจากพี่สาวอย่างลี่ฮวา ลี่ฮวายังไม่ได้พูดอะไรเลย แต่คุณกลับบ่นไม่หยุดอยู่ตรงนี้” หยางต้าเฉียงตัดบทซูเหม่ยหลานที่กำลังพร่ำบ่น ลูก ๆ นึกถึงครอบครัว ช่วยเหลือที่บ้านบ้าง แล้วมันไม่ดีตรงไหน
ซูเหม่ยหลานชะงักไปชั่วขณะ แต่ไม่นานก็ปรับอารมณ์ได้ แล้วลูบผ้าที่หยางลี่ฮวานำกลับมาด้วยความชอบใจ
“ของนี่ดีจริง ๆ วันแต่งงานของพี่ใหญ่เธอกำหนดแล้ว เอาไปทำผ้าปูที่นอนกับปลอกผืนใหม่ให้เขาพอดี...สีก็สวยด้วย ที่เหลือยังเอาไปตัดกางเกงให้พ่อกับน้องชายได้อีก” ทำงานเป็นคนงานโรงทอผ้าก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยก็ซื้อผ้ามีตำหนิได้
หยางลี่ฮวาแอบกลอกตา สรุปว่าเธออุตส่าห์ซื้อของลำบากลำบนหอบกลับมา แต่ตัวเองกลับไม่ได้อะไรเลยสักอย่าง ตอนนี้เธอไม่ใช่คนที่ยังเรียนหนังสือและต้องพึ่งพาครอบครัวทุกอย่างอีกแล้ว
บางเรื่องที่ควรแย่งชิงก็ต้องแย่ง อย่าคิดว่าเธอยังเป็นคนเดิมเหมือนเมื่อก่อน
“แม่ ผ้าผืนนี้สวยใช่ไหม ถ้าเอาไปตัดกระโปรงจะสวยขนาดไหนกันนะ อีกอย่าง หนูเริ่มทำงานแล้ว อย่างน้อยก็ควรมีเสื้อผ้าดี ๆ สักสองชุดไว้ผลัดเปลี่ยนสิ” หยางลี่ฮวาพูดพลางยิ้มมุมปาก สายตาจับจ้องซูเหม่ยหลานตลอดเวลา
