เจิ้งปินหน้าซีดเผือด ถอยกรูดไปสามก้าว ก่อนชนเข้ากับประตูเหล็กด้านหลัง เสียงดัง “โครม!”
เขาเบิกตากว้าง จ้องมือของฟู่เจียงถิง รูม่านตาหดตัวอย่างรุนแรง
“คะ...คุณก็เป็นผู้มีพลังพิเศษเหมือนกัน...”
นิ้วมือของฟู่เจียงถิงขยับเล็กน้อย สายฟ้าสายที่สองก่อตัวขึ้นตรงปลายนิ้ว แสงสีม่วงขาวสะท้อนบนใบหน้าด้านข้างอันเย็นชาของเขา ฉาบให้บรรยากาศเย็นเยียบขึ้น
แต่สายฟ้านั้นสว่างวาบเพียงชั่วขณะ ก่อนจะถูกเขาเก็บกลับไป
เขาเอียงศีรษะเล็กน้อย มองฮวาหลีที่นั่งอยู่บนเบาะข้างคนขับ
ตอนนี้ดวงตากลมโตของนางเบิกกว้าง กำลังมองมาทางนี้ด้วยความตื่นเต้นระคนอยากรู้อยากเห็น
ฟู่เจียงถิงละสายตา แล้วหันกลับไปมองเจิ้งปิน
เขาฆ่าคนต่อหน้านางไม่ได้
ร่างกายของนางอ่อนแอเกินไป รับแรงกระทบกระเทือนไม่ไหว
ถึงอย่างนั้น ความคิดชั่ว ๆ ที่เจิ้งปินเพิ่งมีเมื่อครู่ ก็เพียงพอให้มันตายได้ถึงสิบครั้งแล้ว
ดวงตาทั้งสองของฟู่เจียงถิงพลันมืดลง พลังไร้รูปร่างสายหนึ่งแผ่กระจายออกจากตัวเขา แผ่คลุมเจิ้งปินอย่างเงียบเชียบ
เจิ้งปินสะท้านไปทั้งร่าง รูม่านตาพลันไร้จุดโฟกัส ยืนนิ่งค้างอยู่กับที่ราวกับเปลือกกายที่ถูกควักวิญญาณออกไป
นี่คือพลังจิตของฟู่เจียงถิง
ขอเพียงประทับตราจิตลงไป คนผู้นั้นก็จะกลายเป็นทาสของเขานับแต่นั้น
ทั้งกายและใจล้วนทำตามคำสั่งของเขา แม้แต่ความตายก็ไม่อาจเลือกเองได้ หากเขาสั่งให้เจิ้งปินตาย เจิ้งปินก็จะเดินชนกำแพงด้วยตัวเอง
“ไปย้ายของ” ฟู่เจียงถิงสั่งเสียงเรียบ
เจิ้งปินพยักหน้าอย่างเลื่อนลอย หันหลังเดินไปที่ประตูใหญ่ แล้วลงมือยกท่อเหล็กกับแผ่นเหล็กที่ขวางทางเข้าออกด้วยตัวเอง
