เหมียวซิ่นฉือคิดมาถึงตรงนี้ ก็รีบปฏิเสธข้อสันนิษฐานของตัวเองทันที
ยักษ์ใหญ่อย่างสกุลมู่จะเข้ามายุ่งเรื่องของสำนักเล็ก ๆ อย่างพวกเขาได้อย่างไรกัน
เป็นไปได้สูงว่าฝาแฝดคู่นั้นผ่านมาทางนี้และบังเอิญเจอกับไอ้ขยะหลิงมั่วเยวียนพอดี เรื่องถึงได้กลายเป็นแบบนี้
ใช่แล้ว มันคือเรื่องบังเอิญ ต้องเป็นเรื่องบังเอิญแน่นอน
เหมียวซิ่นฉือพยายามโน้มน้าวใจตัวเองอยู่เช่นนั้น
ขอแค่คราวนี้พวกเขาจับสัตว์ร้ายที่หนีไปกลับมาได้ ลูกชายก็จะได้เป็นเจ้าสำนักน้อย ต่อไปสำนักชิงเสียก็จะเป็นของพวกเขา
เวลานี้หลิงมั่วเยวียนยังคงพามู่เฟิงหัวกับพวกเดินเที่ยวอยู่ในเมืองเล็ก
จนกระทั่งพลบค่ำ หลิงมั่วเยวียนถึงได้พาพวกนางซื้อของที่เขาคิดว่าอร่อยในเมืองเล็กนี้มาจนครบทุกอย่าง
ในกระเป๋าของมู่หานเฟิงมีเกาลัดคั่วอยู่ห่อหนึ่ง มือก็กำลังแกะเกาลัดคั่วอยู่ ส่วนในมือของมู่เฟิงหัวก็มีผลไม้แห้งห่อหนึ่ง กินไปเรื่อย ๆ อย่างสบายอารมณ์
หลิงมั่วเยวียนถอนหายใจแล้วพูดว่า "วันนี้ก็ยังหาเบาะแสไม่เจอเลย เจ้าสัตว์นั่นหลบไปซ่อนอยู่ที่ไหนกันนะ สมบัติเวทแสดงว่ามันอยู่ในเมืองเล็กนี่แล้วนี่นา"
มู่เฟิงหัวรู้ว่าสัตว์ที่หลิงมั่วเยวียนพูดถึง ก็คือสัตว์ร้ายที่หนีออกมาจากสำนักชิงเสียของพวกเขา
หลิงมั่วเยวียนพูดจบก็หยิบแผ่นกลมสีดำขนาดเท่าฝ่ามือออกมาใบหนึ่ง ใส่พลังวิญญาณเข้าไป กระตุ้นสมบัติเวทชิ้นนี้
ดวงตาของเขาที่เดิมทีเต็มไปด้วยความห่อเหี่ยว พลันมีประกายแสงวาบขึ้นมา ตื่นเต้นจนร้องว่า "มีแล้ว!"
เขาเทียวค้นหาไปทั่วทั้งเมืองเล็กนี้มาหลายวันแล้ว ก็ยังไม่เจอเบาะแสเลย ตอนนี้ในที่สุดก็เห็นสมบัติเวทมีปฏิกิริยาแล้ว จะไม่ให้ตื่นเต้นได้อย่างไร
