เผยจิ่นอวี๋มองดูฝูงผีเสื้อเกล็ดสีที่เต็มท้องฟ้า เอ่ยถามมู่เฟิงหัวว่า "สหายธรรมมู่ ผีเสื้อเกล็ดสีนี้มีวิธีแก้ไขหรือไม่"
แม้มู่เฟิงหัวจะวิ่งหนีไวมากก่อนหน้านี้ แต่เผยจิ่นอวี๋ก็รู้สึกแปลก ๆ ว่ามู่เฟิงหัวน่าจะมีวิธีรับมือได้
มู่เฟิงหัวตอบว่า "เกล็ดของผีเสื้อเกล็ดสีนี้แทรกซึมไปทั่วทุกที่ ต่อให้ผู้บำเพ็ญกางปราณคุ้มกายก็ไม่มีประโยชน์อะไร เว้นแต่จะเป็นผู้บำเพ็ญที่มีขั้นบำเพ็ญสูงส่งถึงขั้นหนึ่งกระบี่มีพลังแยกฟ้าดินได้ ปราณกระบี่ก่อเกิดเป็นพายุดาบกล้าที่สามารถบดขยี้ผีเสื้อเกล็ดสีทั้งหมดนี้ให้แหลกละเอียด แถมต้องควบคุมทิศทางของพายุดาบนั้น ให้พัดพาซากของผีเสื้อเกล็ดสีและเกล็ดของมันออกไปไกลสุดลูกหูลูกตาด้วยแรงดั่งพายุถล่ม มิฉะนั้น ต่อให้หลงเหลือเกล็ดเพียงนิดเดียวก็ยังเป็นอันตรายอย่างยิ่ง"
มู่หงอวี่ถึงกับอ้าปากค้าง ที่แท้ก็เพราะพี่เฟิงหัวตรวจพบผีเสื้อเกล็ดสีเข้ามาใกล้แล้วจึงวิ่งหนีเร็วจี๋ ตามที่พี่เฟิงหัวว่า หากจะจัดการกับผีเสื้อเกล็ดสีดำทะมึนพวกนี้ให้สิ้นซากจริง ๆ ต้องเป็นผู้ที่มีพลังระดับอันปั๋วเป็นอย่างน้อย
แต่ผู้ที่มีพลังระดับนั้นไม่อาจเข้ามาในแดนลับเฉียนหยวนได้
เผยจิ่นอวี๋ฟังจบก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ด้วยพลังในตอนนี้ของเขา เพียงหนึ่งกระบี่ยังไม่พอจะทำลายฝูงผีเสื้อเกล็ดสีนี่ได้
"แต่ว่า น่าจะมีวิธีอื่น" มู่เฟิงหัวจ้องมองดอกไม้ยักษ์รอบกายพลางครุ่นคิด พลางพึมพำกับตนเอง "ผีเสื้อเกล็ดสีชอบเกสรและน้ำหวานดอกไม้เป็นพิเศษ แม้จะเป็นสัตว์อสูรระดับสี่ แต่โดยตัวมันแล้วไม่มีพลังต่อสู้เลย ที่สำคัญคือเกล็ดของมันมีพิษร้ายแรงมาก... ได้แล้ว!"
