หลังจากมู่เฟิงหัวล้มตายไป ครั้นฟื้นคืนสติอีกครั้ง นางก็ตกตะลึงยิ่ง
เพราะนางตายไปแล้ว แต่ดูเหมือนจะกลับมามีชีวิตอีกครั้ง
และดูเหมือนจะเกิดใหม่เป็นทารกน้อยที่ยังไม่ลืมตาดูโลก
ตอนนี้นางขดตัวเป็นก้อนเล็ก ๆ อยู่ในครรภ์มารดา รายรอบด้วยน้ำคร่ำอุ่น ๆ ทำให้รู้สึกสบายไปทั้งร่าง จากนั้นนางก็พบว่าในท้องนี้ไม่ได้มีเพียงนางเท่านั้น ยังมีทารกอีกคนขดตัวอยู่ข้าง ๆ โดยหลับตาอยู่
ทารกน้อยข้าง ๆ นี้คือพี่ตีน้องชายร่วมท้องของนาง?
ส่วนที่รู้ว่าเป็นน้องชาย เพราะเมื่อครู่ใช้อาทานวิเศษ "มอง" ก็ "เห็น" ว่าเด็กคนนี้มีของเล็ก ๆ น้อย ๆ
การเกิดใหม่ทำให้มู่เฟิงหัวดีใจอย่างยิ่ง แต่สิ่งที่ทำให้นางประหลาดใจที่สุดคือพลังปราณอันอุดมสมบูรณ์ภายนอก! แม้อยู่ในครรภ์มารดา นางก็สัมผัสได้ถึงพลังปราณที่แผ่ซ่านอยู่ทุกหนทุกแห่งภายนอก
ที่นี่ไม่ใช่โลกเดิมที่พลังปราณเหือดแห้งสิ้นแล้วแน่นอน!
ครู่ต่อมา มู่เฟิงหัวก็พบกับวิกฤตแรกหลังเกิดใหม่ น้องชายข้าง ๆ กำลังดูดซึมสารอาหารจากร่างแม่อย่างบ้าคลั่ง ร่างนางก็เริ่มไม่สบายขึ้นมา รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าพลังชีวิตของตนกำลังไหลหายไป
มู่เฟิงหัวใช้อาทานวิเศษสำรวจตนกับน้องชายอีกครั้ง ก็ต้องตกใจ! เพราะรูปร่างของน้องชายนั้นใหญ่กว่านางเกือบสองเท่า!
เห็นได้ชัดว่าไอ้น้องชายนี่ไม่เพียงแย่งสารอาหารจากร่างแม่ แต่ยังแย่งปราณชีวิตนางอีกด้วย ถ้าไม่ใช่นางมาอยู่ที่นี่ อีกไม่นานน้องชายคงดูดกลืนร่างเดิมไป ฝาแฝดก็จะกลายเป็นลูกคนเดียว
รู้สึกถึงพลังชีวิตที่ไหลหายอยู่ตลอด มู่เฟิงหัวใจก็หนักอึ้ง เพิ่งเกิดใหม่ก็เจอวิกฤตเช่นนี้ เป็นสิ่งที่นางคาดไม่ถึงเลย
น้องชายข้าง ๆ ดูดซึมอย่างเอาอกเอาใจมากขึ้น ถึงกับขยับมือไม้เล็ก ๆ อย่างมีความสุข
ทนได้หรือ???
มู่เฟิงหัวถีบหน้าต้องชายอย่างแรงทีหนึ่ง จากนั้นก็เริ่มทุบขาท้องชายด้วยมือน้อย ๆ อย่างหนักหน่วง
ตีต้องชายต้องตีแต่เนิ่น ๆ!
น้องชายถูกตีจนงง หยุดดูดสารอาหาร มู่เฟิงหัวรีบดูดสารอาหารขึ้นมา ไม่นานน้องชายก็ได้สติ เริ่มแย่งสารอาหารอีกครั้ง
บัดซบ! ไอ้เด็กเวรนี่มันน่าเตะจริง! ฉะนั้น มู่เฟิงหัวก็ด่าอยู่ในใจพลางตีต้องชายต่อไป
ทุกครั้งที่น้องชายอยากแย่งสารอาหารและดูดปราณชีวิตของมู่เฟิงหัว ก็จะโดนมู่เฟิงหัวซ้อมเสียรุนแรง ในที่สุด น้องชายก็ถูกตีจนกลัว ไม่กล้าแย่งสารอาหารกับมู่เฟิงหัวแล้ว กลับขดตัวอยูมุมอย่างเรียบร้อยไม่กล้าขยับ
พอมู่เฟิงหัวได้สติ ก็เพิ่งรู้ว่าตอนที่ด่าน้องชายเมื่อครู่ ก็ด่าตัวเองเข้าไปด้วย แม่ของน้องก็คือแม่ของตนเหมือนกัน ดูท่าว่าต่อไปจะด่าน้องชายง่าย ๆ ไม่ได้แล้ว มิเช่นนั้นจะเผลอด่าตัวเองเข้าโดยไม่รู้ตัว
ด่าไม่ได้ งั้นก็ตีเถอะ!
สักครู่ต่อมา มารดาของพวกนางเริ่มนั่งสมาธิดูดพลังปราณ พลังปราณไหลทะลักเข้าสู่ท้องแม่ไม่ขาดสาย หล่อเลี้ยงทารกทั้งสองในครรภ์
น้องชายอยากครอบครองพลังปราณนี้แต่ผู้เดียวเหมือนเช่นเคย
แย่งสารอาหารแล้ว ยังจะแย่งพลังปราณอีก? งั้นก็ต้องรับหมัดเหล็กแห่งรักของพี่สาวสิ
มู่เฟิงหัวต่อยถีบ กระทืบจนน้องชายขดตัวอีกครั้งไม่กล้าขยับ จึงหยุดมือ
มู่เฟิงหัวรีบดูดซับพลังปราณที่ไหลเข้ามาในท้องนี้ก่อนเอง น้องชายแข็งแรงพอแล้ว นางต้องไล่ตามให้ทัน!
มู่เฟิงหัวดูดพลังปราณไปพลางใช้อาทานวิเศษอันแข็งแกร่งสัมผัสสถานการณ์ข้างนอกไปพลาง
มารดาของนางกับน้องจอมเกเรคนนี้กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ในลานบ้าน
ในฐานะมารดา มู่อีหลานรู้สึกว่าลูกสองคนในท้องเริ่มดิ้นอีกแล้ว นางหยุดดูดพลังปราณ ยื่นมือลูบท้องเบา ๆ น้ำเสียงอ่อนโยน พูดแผ่วเบาว่า "ลูกของแม่… ใกล้แล้ว อีกไม่นาน…" ตั้งแต่ตั้งครรภ์ ไม่ว่านางดูดซับพลังปราณอย่างไร ก็ถูกทารกในครรภ์ดูดกลืนไปหมด ร่างของนางจึงยิ่งอ่อนแอลงทุกที แต่นางก็ยินยอม
มู่เฟิงหัวสัมผัสได้ว่าการหล่อเลี้ยงพลังปราณถูกตัดไปแล้ว จึงลองดูดซับพลังปราณด้วยตนเองทันที การลองครั้งนี้ทำให้มู่เฟิงหัวดีใจจนเกินคาด เพราะนางพบว่าตนแม้อยู่ในครรภ์มารดา ก็สามารถดูดซับพลังปราณได้อย่างราบรื่นด้วยตนเอง! ฉะนั้นนางจึงดูดกลืนพลังปราณอย่างบ้าคลั่งดั่งตะกละ
ช่างเหมือนฝนพรำยามหน้าแล้ง!
มู่อีหลานก็รู้สึกถึงความผิดปกติของทารกในท้อง นางลูบท้องตนอย่างประหลาดใจ นางไม่เคยได้ยินและยิ่งไม่เคยเห็นทารกที่ยังอยู่ในครรภ์จะดูดซับพลังปราณเองได้ ตนตั้งครรภ์ลูกแบบไหนกันแน่?
ในเวลานั้นเอง มู่เฟิงหัวก็รู้สึกว่ามีคนเข้าใกล้
มู่อีหลานก็ได้ยินเสียงฝีเท้า นางลุกขึ้นยืนเข้าไปต้อนรับด้วยความดีใจ น้ำเสียงเปี่ยมด้วยความรักใคร่ "สามี ท่านกลับมาแล้ว! สมุนไพรที่ข้าให้ท่านเก็บมาได้แล้วหรือยัง? สมุนไพรชนิดนั้นสำคัญมาก ตอนข้าคลอดต้องใช้ ยังมีเรื่องหนึ่ง ลูกของเรา…"
มู่อีหลานกำลังจะบอกสามีเรื่องทารกในครรภ์ดูดซับพลังปราณเอง แต่ยังไม่ทันพูดจบก็ถูกขัด
"อีหลาน วันนี้ท่านดูอ่อนแอลงอีกแล้วนะ พลังยุทธ์ของท่านลดลงเหลือขั้นหลอมปราณสามแล้วหรือ?" เสียงทุ้มของบุรุษผู้หนึ่งดังขึ้น
มู่เฟิงหัวใช้อาทานวิเศษสังเกตคนผู้นี้ตั้งแต่แรกที่ชายคนนี้ปรากฏตัว บุรุษผู้นี้รูปงาม รูปร่างสูงสง่า สวมชุดคลุมสีขาวเรียบ ๆ แม้ไม่มีสิ่งใดติดตัว ก็ไม่อาจปกปิดบุคลิกสง่างามของเขาได้ พลังยุทธ์สูงกว่ามารดาหน่อย แต่ก็เพียงขั้นหลอมปราณห้าเท่านั้น
นี่คือบิดาของนางกับน้องจอมเกเร?
เพียงแต่มันเป็นภาพลวงตาของนางหรือ? จากน้ำเสียงของบิดาคนนี้ สิ่งที่นางได้ยินไม่ใช่ความห่วงใย แต่เป็นการหยั่งเชิง
มู่อีหลานได้ยินดังนั้น ลูบท้องพลางเผยรอยยิ้มอ่อนโยน ผงกศีรษะ "ที่จริงลดลงถึงขั้นหลอมปราณสองแล้ว แต่ไม่เป็นไร ทุกอย่างคุ้มค่า รอเด็ก ๆ เกิด ข้าค่อย ๆ ฟื้นพลังกลับมาได้… อ๊าาา——!!!"
มู่อีหลานยังไม่ทันพูดจบ ก็ร้องด้วยความเจ็บปวดเสียก่อน เพราะในมือของบุรุษนั้นพลันปรากฏกระบี่ยาวเล่มหนึ่ง เขาเข้าจู่โจมนางด้วยความเร็วปานสายฟ้า กระบี่เปล่งประกาย รัศมีกระบี่ดุดัน แสงสีเงินแวบผ่าน ปลายกระบี่แหลมคมของเขาแทงทะลุบ่าของนางแล้ว นี่ยังเป็นเพราะนางหลบได้ทันมิฉะนั้นกระบี่นี้คงแทงทะลุหัวใจนาง
ปลายกระบี่ถูกชักออก เลือดกระเซ็น ชายหนุ่มขมวดคิ้ว สีหน้าเวทนา "อุตส่าห์หลบได้นะ"
มู่อีหลานเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ ไม่เคยคาดคิดว่าสามีของนางจะลงมือกับนางโดยพลัน ปากนางสั่น พร่ำพึมพำด้วยความตกใจและหวาดกลัว "สา สามี ท่านทำอะไรน่ะ?"
โจวซิ่นหรานมองมู่อีหลานอย่างเย็นชา "สังหารเมียบรรลุเต๋า"
ดวงตาของมู่อีหลานหดเกร็ง จิตใจสั่นสะเทือน ไม่อยากเชื่อถ้อยคำที่ได้ยิน หนุนตักที่อ่อนโยนเอาใจใส่ แค่ชั่วข้ามคืนกลายเป็นมารร้ายโหดเหี้ยมอำมหิต
มู่เฟิงหัว: ชิบหาย!
ในโลกเซียนมักจะมีพวกโง่งมทำเรื่องสังหารเมียบรรลุเต๋า ตัดอารมณ์รักเพื่อบำเพ็ญวิถีไร้ใจ ไม่คิดว่าเพิ่งเกิดใหม่ก็เจอเข้าแล้ว
อีกอย่างนะ ขั้นหลอมปราณห้าเอง จะบรรลุเต๋าอะไร? อ่อนหัดอย่างนี้หาข้ออ้างอะไร?
มู่อีหลานหน้าซีดขาว ในใจเจ็บและแค้น มือปิดบ่าที่บาดเจ็บก้าวถอยหลัง "โจวซิ่นหราน! ข้ามีลูกของท่านอยู่ในท้อง! ไอ้สัตว์นรก!"
โจวซิ่นหรานได้ยินคำด่าของมู่อีหลานก็ไม่โกรธเลย แต่น้ำเสียงราบเรียบ "เพียงสังหารคนรักในใจ ตัดขาดความผูกพัน จึงจะเข้าสู่เต๋าที่แท้ของข้าได้—วิถีไร้ใจ"
ไอ้เวรเอ๊ย!
มู่เฟิงหัวด่าอยู่ในใจไม่หยุด ไอ้พ่องั่งนี่ไม่รู้แม้แต่ว่าวิถีไร้ใจที่แท้จริงคืออะไร ยังคิดจะเข้าสู่เต๋าอีก?
ลงดินไปสงบเถอะเหมาะกว่า!