สมองของถูเทียนเยว่เกิดอาการชาไปชั่วขณะ
เขาชะงักไปครู่หนึ่งถึงจะหวนคืนสติและรวบรวมเสียงพูดของตนได้ แต่ชั่วขณะนั้นเขาไม่รู้จะตอบมู่เฟิงหัวอย่างไร "นี่ นี่..."
"ไม่ต้องการหรือ?" มู่เฟิงหัวถาม
"ต้องการ!" สมองของถูเทียนเยว่กลับมาทำงานตามปกติในที่สุด เขาวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียได้ในชั่วพริบตาและตอบตกลงทันที
การที่เผ่าเป่าชิ่งประกาศรับมอบหมายเชิญชวนผู้บำเพ็ญมนุษย์ให้ช่วยเหลือพวกเขาผ่านการทดสอบบรรลุนิติภาวะ ก็เพราะต้องการกระชับสายสัมพันธ์กับมนุษย์มิใช่หรือ?
บัดนี้มนุษย์ยื่นมือเข้าช่วยเหลือพวกเขาจัดการเผ่าเงือกทะเล เช่นนี้ย่อมเป็นสิ่งที่พวกเขาปรารถนาจะเห็น
แม้จะต้องออกเงิน แต่นี่คือก้าวแรกของมิตรภาพมิใช่หรือ
หลังจากมู่เฟิงหัวลงทะเบียนแล้ว ทางเผ่าเป่าชิ่งก็ตรวจสอบประวัติของนางมาแล้ว ข้อมูลที่พบระบุว่ามู่เฟิงหัวพยายามหาเงินมาตลอด ครานี้ถูเทียนเยว่ถึงได้ประจักษ์แก่ใจตนเอง
และในขณะนี้ จากเรือเหาะของเผ่าเงือกทะเล มีผู้บำเพ็ญสิบกว่าคนเหาะบินตรงมา
พวกเขาบินมาอยู่เหนือหัวเรือเหาะของเผ่าเป่าชิ่ง มองลงมายังถูเทียนเยว่ด้วยสายตาเหยียดหยาม หัวหน้าผู้บำเพ็ญเผ่าเงือกทะเลยิ้มเยาะอย่างเสแสร้งพลางทักถูเทียนเยว่ว่า "องค์ชายรอง นานเท่าไรแล้วที่มิได้พบกัน"
มู่เฟิงหัวในเวลานี้ก็กำลังสำรวจพวกเงือกทะเลเหล่านี้อยู่เช่นกัน
ต้องยอมรับว่ารูปลักษณ์ของเผ่าเงือกทะเลนั้น บุรุษก็หล่อเหลา สตรีก็งดงาม ทั้งบุรุษยังมีรูปร่างสูงสง่า ส่วนสตรีก็มีทรวดทรงองค์เอวอรชร ได้รูปได้สัด ใบหน้าและรูปร่างของพวกเขาล้วนประหนึ่งของขวัญที่สวรรค์ลำเอียงมอบให้
เงือกทะเลที่เป็นหัวหน้านี้มีเรือนผมยาวสลวยสีเขียวดั่งสาหร่าย ดวงตาล้ำลึกคู่หนึ่ง สีของม่านตาดำแซมด้วยน้ำเงินเข้มจาง ๆ ดั้งจมูกโด่งเป็นสัน ใบหน้าราวกับประติมากรรมชั้นเลิศ เสื้อผ้าบนร่างน่าจะเป็นผ้าแพรเงือกอันเป็นเอกลักษณ์ของเผ่าเงือกทะเล บางเบาดั่งปีกจั๊กจั่น พลิ้วไหวดั่งหลุดพ้นจากโลกียวิสัย ยิ่งขับให้ผู้บำเพ็ญเงือกทะเลผู้นี้ดูมีสง่าราศี
