"เจ้าทำอะไร?"
หลี่เฉินเอ่ยถามด้วยสีหน้าตกตะลึง
"นายท่านมิใช่จะฉวยก่อนฟ้าจะมืดค่ำ เพื่อ ยะ ยัง…"
อนุภรรยาตัวน้อยก้มหน้ากล่าวพลางถอดเครื่องนุ่งชั้นในสุดทิ้ง ดวงหน้าแดงดั่งเลือด น้ำเสียงเบาหวิวราวกับยุง ติดขัดอึกอัก!
หลี่เฉินนิ่งงัน ก่อนจะถึงบางอ้อ "เจ้าเข้าใจผิดแล้ว ข้าบอกว่า จะลองยิงเกาทัณฑ์นี่ดูต่างหาก!"
"หา?!"
อนุภรรยาตัวน้อยยกมือปิดหน้า ทรุดกายลงนั่งยองๆ
หลี่เฉินใจหวั่นไหวอยู่พักหนึ่ง สุดท้ายก็อดกลั้นเอาไว้ได้
เดินไปหยิบอาภรณ์มาสวมให้นาง แล้วเปิดประตูออกไป
อนุภรรยาตัวน้อยอยู่ในเรือนแต่งกายด้วยความลนลาน นึกถึงการกระทำที่ชวนขายหน้าของตนเมื่อสักครู่ก็ส่งเสียง "อือ" เบาๆ ก่อนจะยกมือขึ้นปิดใบหน้าแดงฉานอีกครั้ง สะบัดกายกระทืบเท้า ช่างน่าอายเหลือเกิน!
ส่วนหลี่เฉินออกมายืนอยู่ตรงลานหน้าบ้าน ก้มมองลงไป
ร่างกายของเขากลับดีเกินเหตุ
ดูไปแล้ว หลังจากข้ามภพก็น่าจะไร้ปัญหา ยามค่ำคืน จะลองขอให้อนุภรรยาตัวน้อยช่วยพิสูจน์ดูสักหน่อย?
หากหายดีแล้วจริง ก็จะอิ่มหนำสำราญ!
คิดถึงตรงนี้ ในสมองก็พลันปรากฏภาพเรือนร่างอันงดงามดุจหยกของอวี้ชิงหว่านขึ้นมา…
เขาสั่นศีรษะแรงๆ เรียกสติให้กลับเข้าที่
มองไปยังธนูในมือ—นี่คือธนูตรงที่ประกอบด้วยเอ็นและเขา
ฝีมือเยี่ยมยอด แต่แนวคิดล้าหลัง อานุภาพปานกลาง
มันเป็นสิ่งที่บิดาของเขาทำให้จางนายพรานแห่งหมู่บ้านใกล้เคียง
น่าเสียดายที่เพิ่งทำคันธนูเสร็จ จางนายพรานก็ถูกหมูป่าขวิดตาย คันธนูจึงถูกทิ้งไว้ที่นี่
นับว่าได้เปรียบแก่หลี่เฉินในตอนนี้
ในฐานะปรมาจารย์ด้านอาวุธทั้งร้อนและเย็น ชาติที่แล้วหลี่เฉินหลงใหลในเกาทัณฑ์เป็นพิเศษ
หลายครั้งในสภาพแวดล้อมที่กระสุนหมดเกลี้ยงกลางป่าทึบ เขาอาศัยการทำธนูด้วยมือลอบสังหารศัตรู เอาตัวรอดออกมาได้
แม้อาวุธนี้จะเป็นธนูล่าสัตว์แบบดึงตรง แต่ตัวธนูแข็งแรง เมื่อโก่งจนสุด พิสัยทำลายล้างเกือบถึงสี่สิบก้าว
นับว่าพอใช้การได้บ้าง
ใช้ไม้ผุทำเป็นเป้า วางพิงต้นไม้ต้นหนึ่งที่ห่างจากลานบ้านออกไปมาก เขาก็เริ่มทดสอบ
โก่งคันศร พาดลูกเกาทัณฑ์ จังหวะที่จิตแน่วแน่ เป้านั้นก็พลันขยายใหญ่ขึ้นในสายตาเขา!
การรับรู้เหนือธรรมดาแบบนี้จะเกิดได้ก็ต่อเมื่อจิตวิญญาณหลุดพ้นจากการจดจ่อขั้นสูงสุดเท่านั้น
ในบรรดาหนึ่งหมื่นคนยิงเกาทัณฑ์ อาจมีเพียงหนึ่งเดียว
คลายสาย ระยะยี่สิบก้าว ตรงเข้าสู่ใจกลางเป้า!
หลี่เฉินเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
ก่อนหน้านี้ แม้แต่ในช่วงรุ่งเรืองสุดขีด การจะเข้าสู่สภาวะจดจ่อขั้นสูงสุดและยิงสกัดอย่างแม่นยำ ก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยสิบวินาที!
แต่เมื่อสักครู่ เขาเพียงตั้งจิตโก่งคันศร ก็เข้าสู่สภาวะนั้นในพริบตา
นั่นหมายความว่าความสามารถในการลอบสังหารอย่างแม่นตายของเขาได้ยกระดับขึ้นอย่างมาก
เพื่อทดสอบข้อสันนิษฐาน
เขาจึงวิ่งออกไปอีกสิบก้าวอย่างรวดเร็ว หมุนตัวโก่งศรคลายสาย
สามสิบก้าว ยิงเข้า!
วิ่งออกไปอีกสิบก้าว ซ้ำยังกลิ้งตัวไปบนพื้น แล้วพลันโก่งศรคลายสาย
สี่สิบก้าว เข้าอีกแล้ว!
ทั้งหมดนี้เป็นการเข้าสู่สภาวะจดจ่อเหนือธรรมดาที่ดูเหมือนจะควบคุมทุกสิ่งได้ในพริบตา ทำให้หลี่เฉินประหลาดใจและดีใจ!
แต่ก็จำกัดอยู่ที่สี่สิบก้าวเท่านั้น
เพราะนี่คือพิสัยทำลายล้างของคันธนู หากไกลกว่านี้ก็จะคลาดเคลื่อน
อนุภรรยาตัวน้อยยืนพิงประตู มือประคองใบหน้า ยังคงก้มหน้ามองหลี่เฉินด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ
หลี่เฉินเดินกลับมาที่ลานบ้าน กำลังจะเอ่ยปาก จู่ๆ ก็เงยหน้าขึ้น กลับเห็นนกตัวหนึ่งบินมาจากบนฟ้า
เขาพลันพาดลูกเกาทัณฑ์ โก่งคันศรอีกครั้ง ถือสายรอจังหวะ
นกน้อยขยายใหญ่ขึ้นในสายตา ระยะห่างไกลถึงเพียงนี้ยังดูเหมือนจะแยกแยะขนสีเทาบนร่างนั้นได้
"ปั้ง!"
สายฟาดคันสั่น ลูกเกาทัณฑ์เร็วราวสายฟ้า
นกน้อยร้องโหยหวน ถูกลูกเกาทัณฑ์ทะลวงผ่าน เกือบจะร่วงหล่นลงมาเป็นเส้นตรง
หลี่เฉินผ่อนลมหายใจยาว สีหน้าเปลี่ยนไปบ้างเล็กน้อย
ฝีมือยิงจู่โจมเช่นนี้ ต่อให้ในยุคที่เน้นอาวุธเย็น คงเป็นถึงขั้นสุดยอดในหมู่มือเกาทัณฑ์กระมัง?
"จักกวัดแกว่งคันศรประดับลายให้โค้งดุจพระจันทร์เต็มดวง ทิศประจิมมองไกล เกาทัณฑ์คร่าชีวา...นก!"
อนุภรรยาตัวน้อยที่หน้าประตูเห็นภาพสะกดจิต จึงกล่าวพึมพำขึ้นมาเบาๆ
นางวิ่งไปเก็บนกตัวนั้นกลับมา แล้วยื่นให้หลี่เฉินอย่างขลาดเขลา "นายท่าน นี่นกของท่าน"
หลี่เฉินหน้าดำเป็นเส้นหมี่ ทำไมฟังแล้วมันช่างแปลกประหลาด?
"ในเตามีถ่านไฟเหลืออยู่ เจ้าเผากินเสียเถิด ข้าจะไปเดินดูบนเขาหน่อย"
หลี่เฉินดึงนกตัวนั้นออกจากคันลูกเกาทัณฑ์ ส่งให้อนุภรรยาตัวน้อย
นั่นเป็นนกปากแข็งประจำถิ่น ร่างไม่เล็ก ถอนขนออกแล้วก็ยังมีเนื้อราวสองตำลึง
"นกของนายท่านจะให้ข้าน้อยกินหรือ?"
อนุภรรยาตัวน้อยจ้องมองหลี่เฉินนิ่ง ตาเต็มไปด้วยแววไม่อยากเชื่อ
หลี่เฉินเกือบเซถลา ดึงลูกเกาทัณฑ์ขึ้นมาใส่ซองแล้วเดินออกไปข้างนอก
น้ำเสียงลอยมา "ข้าน้อยขอเชิญแม่นางกินนกตามสบาย!"
"ขอบคุณนายท่าน…"
อนุภรรยาน้ำตาซึมด้วยความซาบซึ้ง
หลี่เฉินจากไปอย่างจนใจ!
เวลาล่วงเลยถึงยามเวยแล้ว หลี่เฉินเร่งฝีเท้าเข้าภูเขา ไม่เช่นนั้นคงต้องค้างแรมกลางป่า มันไม่ปลอดภัยอย่างยิ่ง
เพิ่งออกจากบ้านไปได้ไม่ไกล หว่างนั้นสตรีหลายนางหิ้วตะกร้ากลับมาจากภูเขา แต่ละคนมีผักป่าอยู่ในตะกร้า
พอเห็นหลี่เฉินแบกคันธนูออกจากบ้านมา สายตาของสตรีเหล่านั้นก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ
"ต้าหลางตระกูลหลีนี่จะไปทำอะไร?"
หนึ่งในนั้นคือสตรีอายุราวสี่สิบ เอ่ยถามด้วยความสงสัย
หลี่เฉินจำได้ นั่นคือหลิวจินชุ่ย ภรรยาของสวีเจียงผู้ใหญ่บ้าน
"ล่าสัตว์"
หลี่เฉินตอบคำหนึ่ง
"ต้าหลางถึงกับหัดล่าสัตว์กับเขา? ระวังหมีดำเลียหน้าเล็กๆ หล่อๆ นั่นไปก็แล้วกัน น่าเสียดายแย่"
สตรีอีกผู้หนึ่งอายุสามสิบกว่า ชื่อหวังไฉเฟิ่ง หัวเราะออกมา
หลี่เฉินตั้งแต่เล็กก็หน้าตาดี พอโตเป็นหนุ่มก็ชวนให้สาวใหญ่สาวน้อยใจหวั่นไหวไม่น้อย
หากมิใช่เพราะชื่อเสียงฉาวโฉ่เกินไป เกรงว่าสตรีมากมายคงยอมทิ้งตัวเข้าหา กระทั่งยอมมาเป็นภรรยา
"จะๆ ต้าหลางตระกูลหลี ถ้าล่าสัตว์กลับมาได้จริงๆ ต้องเรียกข้าด้วยนะ ข้าจะใช้หมั่นโถวไส้เนื้อแลกกับเจ้า"
สตรีตรงริมสุดอายุยี่สิบเจ็ดแปดชื่อหม่าเหลียน กล้าบ้าบิ่นยิ่งกว่า เอ่ยพลางหัวเราะคิกคัก มือยังจงใจพยุงที่หน้าอกตนเอง
แม้หน้าตาจะไม่โดดเด่นนัก แต่รูปร่างนับว่าไม่เลวทีเดียว
ช่วงนี้มีการทำศึก ผู้ชายในทุกหมู่บ้าน นอกจากจะเป็นลูกชายคนเดียวของบ้าน อายุเกินห้าสิบปี มีความพิการทางกาย หรือยังไม่ถึงวัยยี่สิบ ตลอดจนผู้ที่ขึ้นทะเบียนช่างฝีมือแล้ว ต่างก็ถูกเกณฑ์ไปที่ด่านเป้ยเยี่ยน ไม่เป็นทหารก็ไปรับใช้แรงงาน
ฉะนั้น ตอนนี้ชายวัยฉกรรจ์ในหมู่บ้านจึงหายากนัก บรรดาสตรี โดยเฉพาะผู้ที่แต่งงานแล้ว ใจร้อนรุ่ม กิริยาจึงค่อนข้างรุ่มร้อน
ทว่า ในสายตาพวกนาง เจ้าอันธพาลน้อยที่เที่ยวเตร่ไม่ทำการทำงาน แอบลักเล็กขโมยน้อย ถึงกับจะไปล่าสัตว์?
นับเป็นเรื่องขบขันแท้
หลี่เฉินทำเป็นไม่ได้ยิน ก้าวขึ้นภูเขาไป
"ต้าหลางตระกูลหลีผู้ไร้ความรู้ความสามารถ ถึงกับเข้าภูเขาล่าสัตว์?
นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นมา?
ทุบตีภรรยาน่ะพอมีฝีมืออยู่บ้าง แต่ล่าสัตว์น่ะอย่าเลย!
ในภูเขานั่นใครๆ ก็ขึ้นไปได้หรือ?
ไม่รู้เป็นยังไง หลายปีมานี้ บนภูเขาหลังบ้าน มีทั้งหมีดำ หมูป่า แถมยังได้ยินว่าเมื่อเร็วๆ นี้มีเสือโคร่งมา ฆ่าคนไปตั้งมากมาย ไม่มีใครกล้าขึ้นภูเขาล่าสัตว์แล้ว
การที่เขาไปนั่นมิใช่หาที่ตายรึ?"
สตรีสองคนมองแผ่นหลังของหลี่เฉิน ต่างเบ้ปาก พูดจาเสียดสีถากถางอยู่อย่างนั้น
"พอเถิด เด็กคนนั้นเนื้อแท้ไม่ได้ชั่วช้า หวังดีกับเขาบ้างเถอะ"
หลิวจินชุ่ยผู้มีจิตใจเมตตาขมวดคิ้วกล่าว
หันไปมองร่างของหลี่เฉินที่เดินห่างไปไกล ในแววตามีความกังวลอยู่บ้าง!
…
ครึ่งชั่วยามต่อมา หลี่เฉินก็เข้าสู่ป่าลึก
ก่อนหน้านี้ยิงเกาทัณฑ์ไปห้าครั้งล้วนโก่งคันเต็มแรง ร่างกายตอนนี้ทนไม่ไหวอยู่บ้าง มือยังคงสั่นเทา
เข้าภูเขามาครู่ใหญ่ เขาจึงค่อยทุเลาลง