เจียงเหยาฟังบทสนทนาระหว่างหวังผอจื่อกับสวีต้าจ้วงจบ ก็ถึงกับตกตะลึงจนแทบยัดไข่ไก่เข้าปากได้ทั้งฟอง นางรีบยกมือปิดปาก กลัวจะเผลอส่งเสียงใด ๆ จนทำให้สองแม่ลูกคู่นั้นระแวง
จากนั้นนางก็ย่องอย่างเงียบเชียบไปหาหลี่อี๋เหนียงอย่างรวดเร็ว
หลี่อี๋เหนียงในชุดกระโปรงสีม่วงอ่อนกำลังนั่งปักผ้าเช็ดหน้าอยู่ในลานเรือน เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเร่งร้อน ก็เห็นเจียงเหยาบุตรสาวของตนวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา
บุตรสาวผู้นี้สุขุมมาแต่ไหนแต่ไร วันนี้กลับร้อนรนถึงเพียงนี้ ย่อมต้องมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นเป็นแน่ นางจึงวางงานเย็บปักในมือลงอย่างเร่งด่วน
“เกิดเรื่องอันใดขึ้น เหตุใดจึงลนลานเช่นนี้?”
หลี่อี๋เหนียงมีรูปโฉมธรรมดา นับได้เพียงว่าสะอาดสะอ้าน เจียงเหยามีหน้าตาคล้ายคลึงกับนาง นี่เป็นปมในใจเพียงหนึ่งเดียวของหลี่อี๋เหนียงตลอดหลายปีมานี้ นางเป็นบุตรอนุ มีฐานะต่ำต้อยก็แล้วไป แต่กลับไม่มีใบหน้างามล่มเมือง
เจียงเหยาชิงชังหลี่อี๋เหนียงอยู่ในใจอย่างยิ่ง ทว่าทั่วทั้งจวนโหว นอกจากหลี่อี๋เหนียงแล้ว ก็ไม่มีผู้ใดรักใคร่นางจากใจจริง
ฉินซื่อผู้เป็นมารดาเลี้ยงกับเจียงชิงเอ๋อร์มองนางเป็นบ่าวไพร่ คอยชี้นิ้วสั่งการอยู่ทุกวี่วัน ทั้งยังไม่เคยให้นางปรากฏตัวในงานสำคัญ การมีอยู่ของนางราวกับเป็นความอัปยศของจวนโหว
ดังนั้น แม้จะไม่สนิทสนมกับหลี่อี๋เหนียง แต่นางก็ยังมาหาอีกฝ่ายทุกครั้งที่มีเรื่อง
เมื่อเข้ามาใกล้ เจียงเหยากลับไม่สนใจแววห่วงใยในดวงตาของหลี่อี๋เหนียง หากเชิดคาง วางท่าถือตัวแล้วเอ่ยถามเสียงแข็ง
“เหตุใดท่านจึงไม่คำนับข้า?”
ในจวนโหว บุตรอนุมีฐานะต่ำต้อย ส่วนอนุยิ่งมีฐานะต่ำลงไปอีก ไม่ต่างจากบ่าวไพร่
