“ได้ ถ้าเธอสะดวก ฉันก็อยากให้เธอไปจัดซื้อของมาอีกชุดหนึ่ง คราวนี้อยากได้ปริมาณมากกว่าเดิมด้วย เพราะอีกไม่นานก็จะเข้าหน้าหนาวแล้ว ฉันอยากส่งผักฟรีดรายกับของแห้งไปให้ด่านชายแดนด้วยบ้าง”
ฮั่วจี้วิ๋นรู้ว่าเฉียวอันอยากออกไปข้างนอก จึงตอบตกลงแทนเธอทันที
แต่เขาก็ยังไม่ลืมขออนุมัติจากอู๋อิงกั๋ว ให้ส่งทหารสองนายไปคุ้มกันเฉียวอัน
คืนนั้นตอนเฉียวอันรู้ข่าวนี้ เธอกำลังตั้งชื่อให้เด็กทั้งสองอยู่
ฮั่วจี้วิ๋นเห็นตัวอักษรแน่นเต็มหน้ากระดาษ ก็รู้ได้ทันทีว่าภรรยาใส่ใจเรื่องนี้มากแค่ไหน
“คิดชื่อที่ถูกใจได้สองชื่อหรือยัง” ฮั่วจี้วิ๋นถามเสียงเบา
เฉียวอันกัดปลายปากกา “นายเลือกสองชื่อเถอะ ชื่อพวกนี้ฉันชอบทั้งนั้นเลย”
ฮั่วจี้วิ๋นเงยหน้ามองสมุดบันทึก
เขาครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนนิ้วจะหยุดลงบนตัวอักษรสองตัว “พี่สาวชื่อฮั่วอิง ส่วนน้องสาวชื่อฮั่วเจาแล้วกัน”
เฉียวอันวงกลมตัวอักษรทั้งสองไว้ “ดี พรุ่งนี้เราไปแจ้งทะเบียนกัน”
เมื่อตั้งชื่อให้เด็กทั้งสองเรียบร้อยแล้ว ฮั่วจี้วิ๋นก็พูดถึงเรื่องที่อู๋อิงกั๋วอยากจัดซื้อผักฟรีดรายกับของแห้งเพิ่มอีก
“ผักในถุงมิติของเธอพอไหม” ฮั่วจี้วิ๋นนึกถึงถุงมิติของเฉียวอัน ในความทรงจำ แปลงผักที่นั่นดูเหมือนไม่ได้ใหญ่โตนัก
“พอสิ ผักที่นั่นโตเร็วมาก ฉันเก็บเกี่ยวเป็นระยะแล้วทำเป็นผักฟรีดราย เก็บไว้ในโกดัง มีมากพอให้กองทัพตะวันตกเฉียงเหนือกินตลอดหน้าหนาว”
เฉียวอันเอนพิงตัวฮั่วจี้วิ๋น “คราวนี้ฉันจะซื้อสมุนไพร ของแห้ง แล้วก็เครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่มอีกหน่อย ส่งไปหยุนเฉิงพร้อมขบวนรถทหาร ฉันจะไปที่นั่นด้วย จะได้เปิดร้านทั้งสามร้านให้ได้”
