ปกติฮั่วเฉินทำตัวเป็นพี่ชายได้ดีมาก แต่เขามีนิสัยค่อนข้างสุดโต่ง ถ้าไม่อบรมให้ดี ต่อไปอาจเดินไปในทางที่ผิดได้
“ฉันเป็นแม่ก็จริง แต่ก็ยอมรับว่าติดค้างเธออยู่ ถ้ามีความกล้าก็โกรธฉันสิ ทำไมถึงไม่กล้า? หรือว่าเธอก็เหมือนไอ้เจียงเสี่ยวกังนั่น ชอบรังแกคนอ่อนแอแต่กลัวคนเก่ง?”
“ฮั่วหนิงเป็นน้องสาวของเธอ ถ้าวันหนึ่งพ่อกับแม่ตายไป เธอก็จะเป็นญาติเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่บนโลกนี้ แล้วเธอยังตะคอกใส่น้องแบบนั้นอีกเหรอ?”
ฮั่วเฉินกัดริมฝีปากล่างแน่น ไม่พูดอะไรสักคำ ที่จริงเขาเองก็รู้สึกว่าไม่ควรตะคอกใส่น้องสาว แต่เมื่อครู่เขาควบคุมอารมณ์ไม่อยู่จริง ๆ
เฉียวอันดีกับพวกเขามาก แต่วันนี้ที่ห้างสรรพสินค้า ทั้งที่เธอรู้อยู่แล้วว่าเขาอยากได้ของเล่น แค่เพราะเขาอายเกินกว่าจะเอ่ยปากขอ เธอก็เลยไม่ซื้อให้
เดินดูของอยู่ตั้งนาน แต่กลับไม่ซื้ออะไรให้เขาเลยสักอย่าง
ฮั่วเฉินรู้สึกไม่สบายใจ
“ฮั่วเฉิน ฉันเป็นแม่ของเธอ ฉันยอมรับว่าเมื่อก่อนละเลยพวกเธอมากเกินไป จนทำให้เธอขุ่นเคืองฉัน เพราะอย่างนั้นช่วงนี้ฉันถึงพยายามชดเชยให้เต็มที่ แต่...”
เฉียวอันสูดหายใจลึก ๆ แล้วพูดต่อ “แต่การชดเชยนี้ก็ไม่ได้ไร้ขีดจำกัด ครึ่งเดือนมานี้เธอไม่เรียกฉันว่าแม่สักครั้ง ไม่เคยยิ้มให้ฉันเลยสักหน ฉันอยากถามว่า ตอนนี้เธอยังเกลียดฉันอยู่ใช่ไหม?”
เกลียดหรือ?
ฮั่วเฉินเอียงศีรษะน้อย ๆ เมื่อก่อนเขาทั้งเกลียดทั้งกลัวแม่
แล้วตอนนี้ล่ะ?
ครึ่งเดือนมานี้ เฉียวอันเตรียมเครื่องนอนผืนใหม่ เสื้อผ้าและรองเท้าให้พวกเขา แถมยังเป็นอย่างที่เธอพูดไว้ ทุกมื้อมีเนื้อให้กิน
