เฉียวอันเดินเข้าบ้าน ปิดประตูใหญ่ แล้วเก็บมีดทำครัวเข้าไปในถุงมิติ
“แม่! เมื่อกี้เสียงหน้าบ้านดังมากเลย แม่ไม่เป็นอะไรใช่ไหม?” ฮั่วหนิงวิ่งออกมาจากในห้อง
เฉียวอันกลัวว่าเด็กทั้งสองคนจะตกอยู่ในอันตราย จึงล็อกพวกเขาไว้ในบ้าน
“ไม่เป็นไร แม่แค่ไปดูบ้านลุงหวัง แวะไปแสดงความห่วงใยหน่อย อย่างไรพวกเขาก็กินหมูที่ผสมยาเข้าไปแล้วนี่นา~”
ใบหน้าเล็ก ๆ ของฮั่วเฉินตึงขึ้นเล็กน้อย “เธอคิดจะจัดการพวกเขาไว้ตั้งแต่วันนี้แล้วใช่ไหม?”
เฉียวอันเลิกคิ้ว เด็กสี่ขวบกลับมองออกถึงเรื่องนี้ได้ ช่างฉลาดเกินวัยจริง ๆ
“ตั้งใจผสมยาลงในเนื้อหมู แล้วยังไปประกาศผ่านลำโพงอีก พวกเขาต่อให้มีเรื่องคับแค้นใจก็พูดไม่ออก”
“ไม่ใช่แค่นั้น พรุ่งนี้พวกเขายังต้องชดใช้เนื้อหมูให้บ้านเราอีกหนึ่งชิ้น แถมต้องขอโทษเราต่อหน้าคนทั้งหมู่บ้านด้วย”
คิ้วตาของเฉียวอันโค้งเป็นรอยยิ้ม ดูเจ้าเล่ห์ราวกับสุนัขจิ้งจอก
ในใจฮั่วเฉินคิดว่าเฉียวอันเก่งจริง ๆ แต่ใบหน้ายังคงเย็นชาเช่นเดิม “อืม แบบนี้ค่อยพอรับได้หน่อย”
“วันนี้แม่หยุดงาน พวกหนูสองคนอยากทำอะไรไหม? แม่จะอยู่เป็นเพื่อน”
“แม่คะ หนูอยากไปในเมือง หนูยังไม่เคยไปเลย!”
ฮั่วหนิงจับมือเธอแล้วเขย่าไปมา
เด็กทั้งสองโตมาจนอายุป่านนี้ ไม่เคยออกจากหมู่บ้านเหลียนฉือเลยสักครั้ง ส่วนเฉียวอันมาอยู่ที่นี่ได้กว่าครึ่งเดือน เอาแต่ยุ่งกับธุระของตัวเอง จึงไม่มีเวลาพาพวกเขาออกไปไหน
วันนี้ได้หยุด แถมยังมีรถสามล้อด้วย ไปเที่ยวได้พอดี
“ได้ กินข้าวกลางวันเสร็จแล้วเราค่อยออกเดินทางกัน ดีไหม?”
“ดีค่ะ!! แม่ดีที่สุดเลย!” ฮั่วหนิงกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ
