ตอนกลางคืนเฉียวอันไม่มีอารมณ์ทำอาหาร เธอหยิบเกี๊ยวน้ำสองถุงออกจากถุงมิติมาต้ม
แต่เธอไม่ทันสังเกต เพราะใจลอยจึงหยิบเกี๊ยวไส้หมูสดผิดไปเป็นเกี๊ยวไส้สามสหาย
เมื่อฮั่วจี้วิ๋นกัดเกี๊ยวเข้าไปคำหนึ่ง แล้วเจอกุ้งในไส้ เขาก็มองเฉียวอันอย่างมีความหมาย
“คุณแม่! เกี๊ยวนี้อร่อยจังเลยค่ะ ของกรุบ ๆ ข้างในนี่คืออะไรเหรอคะ” ฮั่วหนิงชี้กุ้งตัวใหญ่ในเกี๊ยวแล้วถาม
เฉียวอันมองตาม หัวใจพลันเต้นขึ้นมาจุกอยู่ที่คอ เธอเงยหน้ามองฮั่วจี้วิ๋น แล้วพบว่าอีกฝ่ายก็กำลังมองเธออยู่เช่นกัน
จะอธิบายอย่างไรดี
คนในยุคนี้ หากไม่ได้อาศัยอยู่ริมทะเลหรือริมทะเลสาบ ก็แทบไม่มีทางได้กินกุ้ง
พูดให้ถูกคือ พวกเขาแทบไม่เคยเห็นกุ้งด้วยซ้ำ
แต่ฮั่วจี้วิ๋นเคยเห็นและเคยกินมาก่อน จึงยิ่งตกตะลึง
ใกล้กับที่ตั้งของกองทัพตะวันตกเฉียงเหนือมีทะเลสาบขนาดใหญ่มากแห่งหนึ่ง ที่นั่นมีกุ้งน้ำจืดอาศัยอยู่ ทหารในกองทัพจึงได้กินกันปีละไม่กี่ครั้ง
แต่มณฑลจงชวนเป็นพื้นที่ห่างไกลทะเล แถบอำเภอก็ไม่มีทะเลสาบ เฉียวอันไปเอากุ้งมาจากไหน
เขาก็กำลังรอให้เฉียวอันอธิบายเช่นกัน
“นะ...นี่คือกุ้ง” เฉียวอันพูดอย่างฝืนใจ
“คุณแม่คะ กุ้งคืออะไรเหรอคะ” ฮั่วเฉินคีบกุ้งที่ยังสมบูรณ์ขึ้นมาตัวหนึ่ง
“ก็คือ...ก็คือ...” ปกติเฉียวอันถนัดด่าคน แต่ตอนนี้กลับพูดจาติดขัดขึ้นมา
ฮั่วจี้วิ๋นยกมุมปากยิ้มบาง ๆ แล้วอธิบายเสียงเบาว่า “กุ้งเป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ในน้ำ บางชนิดอยู่ในทะเล บางชนิดอยู่ในทะเลสาบ เนื้อกุ้งอร่อยมาก มีรสหวานนิด ๆ”
