เช่นเคย เฉียวอันวางหมู ผัก และน้ำปรุงรสที่ต้องใช้วันนี้ไว้ในครัวเรียบร้อยแล้ว
กินอาหารเช้าเสร็จ เธอก็ปั่นจักรยานออกจากบ้านไป
เฉียวอันออกไปได้ไม่นาน ฮั่วจี้วิ๋นก็เดินเข้าไปในครัว
ครัวเล็ก ๆ มีพื้นที่รวมกันไม่ถึงสิบตารางเมตร มีเตาสามเตา ตะกร้านึ่งสิบใบ และเครื่องปรุงที่ใช้ในชีวิตประจำวันอีกเล็กน้อย
ฮั่วจี้วิ๋นหยิบเนื้อหมูขึ้นมาดม
ไม่ผิดแน่ เป็นกลิ่นของหมูป่า
เมื่อมองไปข้าง ๆ ก็เห็นเห็ดหอม กุยช่าย ต้นหอมใหญ่ และแป้งสาลีถุงใหญ่
ผักพวกนี้ไม่ใช่ของที่จะหาได้ทั่วไปเลย
ฮั่วจี้วิ๋นเลยค้นครัวจนทั่ว แต่ก็ไม่พบอะไรผิดปกติ
ท้ายที่สุด สายตาของเขาก็หยุดอยู่ที่น้ำปรุงรสซึ่งแบ่งใส่ไว้ในกะละมังหลายใบ
พอก้มลงไปดม ฮั่วจี้วิ๋นก็รู้ทันทีว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
ในน้ำปรุงรสมีกลิ่นที่เขาไม่เคยได้กลิ่นมาก่อน
เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่กลิ่นของเครื่องปรุงที่วางอยู่บนเตาในบ้าน
ฮั่วจี้วิ๋นถอนหายใจเงียบ ๆ
เฉียวอันจะเชื่อใจเขาเมื่อไรกันนะ?
อารมณ์ที่พลุ่งพล่านมาไวก็จางหายไปเร็วเช่นกัน
ฮั่วจี้วิ๋นคิดได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรพวกเขาก็เพิ่งกลับมาพบกันหลังจากพลัดพรากกันมานาน อยู่ด้วยกันยังไม่ถึงเดือน จะพูดเรื่องเชื่อใจหรือไม่เชื่อใจคงเร็วเกินไป
ขอแค่เขาทำให้มากขึ้นอีกหน่อย มากขึ้นอีก เฉียวอันก็จะเข้าใจความรู้สึกของเขาสักวัน
ปิดประตูครัวแล้ว ฮั่วจี้วิ๋นก็กลับไปก้มหน้าทำกล่องไม้ต่อ
กล่องไม้เริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้ว ฮั่วจี้วิ๋นถือมีดแกะสลักอย่างระมัดระวัง ค่อย ๆ แกะสลักบางอย่างลงบนฝากล่อง
เฉียวอันนำอาหารไปส่งที่โรงอาหารกรมทหารประจำเมือง และบังเอิญเจอหลี่เต้าหมิงกำลังกินข้าวอยู่พอดี
