“อ้อ คุณหลิว ทำไมคุณถึงไปทำงานที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษล่ะ ที่นั่นเป็นที่ที่คนอยู่ได้หรือครับ”
หลิวฉางชวนบ่นในใจว่า ผู้ชายคนนี้พูดจาไม่รู้จักคิดเสียเลย แต่ก็รู้ว่าหวงจื้อซินเป็นคนพูดตรง ไม่มีเจตนาร้าย
“หมอหวง ผมก็ไม่มีทางเลือกครับ คราวก่อนผมไปเป็นล่ามภาษาญี่ปุ่นที่ศาลาว่าการเมือง สุดท้ายก็ถูกดึงตัวไปทำงานที่สถานีตำรวจ จะทำยังไงได้ครับ ที่บ้านมีคนทั้งครอบครัวต้องเลี้ยง”
“เข้าใจ เข้าใจ” หวงจื้อซินพยักหน้า ยุคสมัยมันก็เป็นอย่างนี้ ไม่ทำงานแล้วจะเลี้ยงครอบครัวได้อย่างไร เพียงแต่เขายังไม่ค่อยเห็นด้วยที่หลิวฉางชวนไปทำงานที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ
“เอ้อ ผมยังมีอีกเรื่องอยากรบกวนคุณ” หวงจื้อซินตบศีรษะตัวเองเบา ๆ
“เรื่องอะไรครับ” หลิวฉางชวนไม่คิดเลยว่าหวงจื้อซินจะมีเรื่องให้ช่วยมากมายขนาดนี้
“คืออย่างนี้ครับ น้องชายภรรยาผมถูกจับไปจากสำนักพิมพ์เมื่อเช้านี้ มีคนถูกจับไปพร้อมกันอีกหลายคน คุณหลิวช่วยคิดหาทางให้ผมหน่อยนะครับ ไม่ต้องห่วง ผมไม่ให้คุณช่วยเปล่า ๆ ที่บ้านผมยังมีทองก้อนใหญ่สองแท่ง คุณหลิวช่วยเอาเงินนี่ไปวิ่งเต้นให้หน่อยเถอะครับ ขอร้องล่ะ”
หวงจื้อซินลุกขึ้นค้อมคำนับหลิวฉางชวน เขาหมดหนทางจริง ๆ น้องภรรยาเป็นคนหุนหันพลันแล่น คราวนี้ก่อเรื่องใหญ่เข้าแล้ว แต่จะไม่ช่วยก็ไม่ได้ ตอนนี้ภรรยาของเขายังร้องไห้โวยวายอยู่ที่บ้าน
“เขาถูกจับข้อหาอะไรครับ” หลิวฉางชวนต้องรู้เรื่องให้ชัด ในฐานะสายลับที่ซ่อนตัวอยู่ สิ่งสำคัญที่สุดคือการรักษาความปลอดภัยของตนเอง จากนั้นจึงค่อยทำภารกิจที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย เขาไม่เข้าไปยุ่งเรื่องของคนอื่นโดยง่าย
