พล็อตเรื่องพลิกซะขนาดนี้ ใส่ในนิยายออนไลน์ยังโดนนักอ่านด่ายับสามหน้าเลยโว้ย!
หยางกวงยกมือขึ้นแข็งๆ โบกมือ "อ้าว สวัสดี จ๊ะเอ๋ ไม่คิดว่าจะเจอกันที่นี่นะ"
อวี๋จื่อซินยืนแข็งค้างที่เดิม
แน่นอนว่าเธอรู้จักหยางกวงดี นี่มันคนบ้านนอกชื่อกระฉ่อนของโรงเรียนเลยนะ!
ไอ้หมอนี่มันพวกไม่กลัวฟ้าดิน ท้าทายทุกสิ่งทุกอย่างจริงๆ!
แถมวิธีคิดก็ไม่เหมือนคนปกติธรรมดา
อวี๋เฉิงกวงในสภาพโปร่งแสงลอยเข้ามาใกล้ มาเกาะข้างหยางกวงถาม "เป็นไงบ้าง?"
"นายรู้จักลูกสาวฉันเหรอ?"
หยางกวงกดเสียงต่ำ กัดฟันกรอด "โธ่เว้ย!"
"เพื่อนร่วมห้องผมเอง!"
"พี่ไม่เคยบอกก่อนเลยว่าลูกสาวพี่ชื่ออะไร?"
"ผมเรียกเธอว่าเพื่อนร่วมห้อง แต่เธอเรียกผมว่าพ่อ มันเหมาะสมไหมเนี่ย?"
แม่ของอวี๋นั่งอยู่บนขั้นบันได มองหยางกวงกับลูกสาวด้วยความงงงวยเต็มหน้า หยางกวงกระแอมดังเฮือก "อะแฮ่ม คือว่า…พี่สะใภ้ ผมเป็นเพื่อนร่วมรบของพี่อวี๋เฉิงกวงนะครับ"
"สมัยอยู๋ในค่ายทหาร พี่อวี๋เคยใช้ตัวบังกระสุนให้ผม แถมเมื่อก่อนที่บ้านผมมีเรื่อง ยังไปขอยืมเงินแกก้อนใหญ่และยังไม่ได้คืนเลย"
"วันนี้เงินก้อนนี้ต้องคืนให้พร้อมดอกเบี้ย!"
แม่ของอวี๋ตกตะลึง
เธอมองสำรวจใบหน้าที่ค่อนข้างดูเด็กของหยางกวงขึ้นลง
เพื่อนร่วมรบ?
หนุ่มน้อยคนนี้ดูอายุสิบแปดสิบเก้าเท่านั้น
พี่อวี๋กินเวลาอยู่ในค่ายทหารเกือบยี่สิบปีก่อนปลดประจำการ อายุแบบนี้ต่อให้คิดยังไงก็ไม่ตรงกัน
อวี๋จื่อซินยิ่งหน้าแดงฉานทันที นิ้วเท้าบิดงอในรองเท้าผ้าใบอย่างบ้าคลั่ง
นี่มันพล่ามอะไรของแก!
ทั้งโรงเรียนใครๆ ก็รู้ว่าหยางกวงเป็นไอ้จังไร เด็กยากจนประจำโรงอาหารที่คอยตักซุปฟรี!
วิ่งมาที่นี่ทำเป็นเศรษฐีผู้หลักผู้ใหญ่ได้ไง?
พี่รองหัวล้านที่อยู่ข้างๆ หมดความอดทน "เด็กเกรียนมาจากไหน มาเล่นละครอยู่ได้?"
"แล้วนี่เพื่อนร่วมรบเนี่ยนะ?"
"ขนเอ็งขึ้นครบหรือยัง?"
หยางกวงชักสมาร์ตโฟนมือสองจอแตกสามรอยออกมาทันควัน "เลิกพล่าม เปิดคิวอาร์โค้ดมาซะ!"
พี่รองหัวล้านหัวเราะเยาะ ส่งสายตาเคลือบแคลง หยิบมือถือเปิดรหัสรับเงิน
"ทำเป็นขาใหญ่เหรอ?"
"ได้!"
"แปดหมื่น!"
หยางกวงชะงักไป หันไปมองอวี๋เฉิงกวงข้างๆ แม่ง…พูดอะไรไม่ออกเลย
ไอ้โรคนี้น่าจะเปลืองตังค์น่าดูเนอะ?
แต่เขาก็ยังไม่ลังเลเลยที่จะจ่ายเงิน
เพียงแต่ว่าหยางกวงใจแทบกระอักเลือดนะ
นี่คือเงินเก็บสิบแปดปีไว้แต่งเมียของเขาเลยนะ!
เงินก้อนนี้เดิมกะจะเอาไว้หาเมีย มีลูกอ้วนจ้ำม่ำ เป็นทุนเริ่มต้นสานต่อวงศ์ตระกูลตระกูลหยาง!
หัวหน้าหมู่คราวนี้พี่ทิ้งระเบิดตูมใหญ่ใส่ผมชัดๆ!
ทั้งที่เงียบสงัด
ป้าเจ้าอ้วนตาโตเบิกกว้าง คางอ้าค้าง
พี่รองหัวล้านจ้องตัวเลขบนหน้าจอมือถือ นิ้วจิ้มนับเลขศูนย์สามรอบ
แม่ของอวี๋เอามือปิดปาก น้ำตาทะลักอีกครั้ง
อวี๋จื่อซินผงกหัวขึ้นทันที จ้องหยางกวงตาเขม็ง
จ่ายจริงเหรอ?
แกมีตังค์จริงเหรอ?
หมอนี่ไม่ใช่คนที่เก็บขวดในสนามเด็กเล่นทุกวันเหรอ?
หยางกวงพยายามข่มใจไม่เอามือกุมหัวใจ รักษาภาพลักษณ์คนสูงศักดิ์ไว้ หันไปทางป้าเจ้าอ้วน
"ของล่ะ?"
"เท่าไหร่?"
ป้าเจ้าอ้วนพูดตะกุกตะกัก ถอยหลังก้าวหนึ่ง "สอ…สองหมื่น…"
"ติ๊ด"
"วีแชทได้รับเงิน สองหมื่นหยวนถ้วน"
สิบนาทีต่อมา หยางกวงกลายร่างเป็นเครื่องสแกนจ่ายเงินไร้อารมณ์
จ่ายหนี้ในใบกู้ของญาติทั้งหมดที่มีอยู่ตรงนั้นจนหมดสิ้น
พอสแกนครั้งสุดท้ายจบหนี้สามพัน หยางกวงกวาดตามองยอดเงินคงเหลือของตัวเอง
เหลือแค่สองหยวนห้าเหมาแล้ว
เยี่ยมมาก
ล้มละลายโดยสมบูรณ์
หยางกวงเก็บมือถือคืนกระเป๋ากางเกง กวาดตามองญาติฝูงนั้นเย็นยะเยือก "เคลียร์แล้ว ใบกู้ทิ้งไว้ แล้วไสหัวไปซะ!"
ญาติๆ หันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
พี่รองหัวล้านยัดใบกู้ใส่มือหยางกวง หนีบกระเป๋าหนังหันหลังเดินฉับๆ
ก่อนไปยังหันมามองหยางกวงแวบนึง อดพึมพำไม่ได้ "โคตรผีหลอกเลยโว้ย"
ฝูงคนสลายตัวไป
หยางกวงหันมามองอวี๋เฉิงกวงในสภาพโปร่งแสง
ยื่นสามนิ้วออกมาถูกัน
"หัวหน้าหมู่ ผมเอาด้วยพอไหม?"
อวี๋เฉิงกวงลอยกลางอากาศ ยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาที่ไม่มีอยู่จริง "เพื่อนยาก อยู่ในใจ!"
"วางใจ!"
"ถ้ามีชาติหน้าจริงๆ ฉันจะเป็นวัวเป็นม้าให้ก็..."
"หุบปาก!"
"ไอ้คำแบบนี้ห้ามพูดเป็นอันขาดเลยนะโว้ย!"
"แล้วพี่ไม่ใช่แกล้งผมเหรอ?"
"โลกมายาหลากสีนี่มันดีจะตาย พี่อยากให้ผมชาติหน้าไปแบกอึในชนบท ตื่นแต่เช้าตรู่มากินหญ้าให้พี่อีกเหรอ นี่ไม่ใช่การตอบแทนบุญคุณนะ นี่มันสันดานเนรคุณชัดๆ!"
"..."
อวี๋เฉิงกวงจ้องหยางกวง
ไอ้เด็กเวรนี่!
ทำไมถึงอยากชกหน้ามันนักนะ?
แต่ในใจเขาก็ยังอบอุ่น ไอ้เพื่อนคนนี้คบไม่เสียเปล่าเลยจริงๆ ก็แค่มันรู้สึกเศร้าไม่ลง
อีกไม่นาน
หยางกวงไปกับสองแม่ลูกที่ห้องดับจิต ความเย็นจากห้องดับจิตแทรกซึมเข้าตามซอกกระดูก
หยางกวงช่วยจัดการเอกสารการรับศพ
คนก็เป็นหยางกวงนี่ล่ะที่แบกออกมา!
อวี๋จื่อซินเดินอยู่ข้างหยางกวงโดยไม่ปริปาก
เธอจะเหลียวไปมองหยางกวงทุกพัก
ไอ้หนุ่มคนนี้ในคืนนี้ มันล้มล้างการรับรู้ของเธอสิ้นเชิง
มาถึงเขตบ้านเก่าแก่ของตระกูลอวี๋
หยางกวงวิ่งวุ่นไปมา ช่วยติดต่อรถจากสัปเหร่อ ตั้งโรงพิธีเล็กๆ อย่างเรียบง่าย
ป้ายผ้าขาวถูกแขวน
พวงหรีดถูกรายเรียง
ในกระถางไฟกระดาษเงินกระดาษทองถูกเผา
หยางกวงนั่งขัดสมาธิข้างกระถางไฟ โยนกระดาษเหลืองลงไปในนั้นเรื่อยๆ
อวี๋เฉิงกวงก็หมอบอยู่ตรงข้ามกระถางไฟ สูดฮู้ดกลิ่นควันจากกระดาษเงินกระดาษทองที่เผาใหม้อย่างเอร็ดอร่อย
ร่างโปร่งแสงแสดงท่าทีค่อยๆ แน่นขึ้นอย่างละเอียด
ตีสาม
อวี๋จื่อซินพิงมุมกำแพงหลับไปแล้ว
หางตายังมีรอยน้ำตา
แม่ของอวี๋ถือแก้วน้ำชาเคลือบเดินมาส่งให้หยางกวง เสียงอ่อนโยน "เสี่ยวกวง ดื่มน้ำร้อนหน่อยเถอะ"
เสียงแม่ของอวี๋แหบแห้งมาก
หยางกวงรับแก้วน้ำชามา อังให้อุ่นมือ "ขอบคุณครับพี่สะใภ้"
แม่ของอวี๋นั่งลงข้างกระถางไฟ เพิ่มกระดาษเงินกระดาษทองแผ่นนึง ไม่เงยหน้ามอง "เรื่องคืนนี้ พี่สะใภ้ไม่รู้จะขอบคุณนายยังไงเลย"
"นายกับพี่อวี๋รู้จักกันได้อย่างไรกันแน่?"
"เขาไม่เคยพูดถึงนายให้ฉันฟังเลย"
หยางกวงซดน้ำร้อนอึกนึง ใส่ใจไปตามเรื่อง "ก็รู้จักกันตั้งแต่สมัยเป็นทหารนั่นแหละ"
"เสี่ยวกวง นายเป็นเด็กดี"
"พี่สะใภ้รู้ว่า นายไม่ใช่เพื่อนร่วมรบของพี่อวี๋เลย นายยังเด็กนัก"
หยางกวงชะงักไป
แม่ของอวี๋พูดต่อ "พี่สะใภ้ก็รู้ว่า พี่อวี๋ไม่มีทางเป็นหนี้นาย"
"คนอย่างมันน่ะ เรื่องขี้เก๊กนี่ฉันรู้ดี แต่มันมีเงินเท่าไหร่ฉันก็รู้ดี มันไม่มีทางมีเงินมากมายให้นายยืมแน่"
"เงินคืนนี้ที่นายเอามานั่น เป็นเงินเก็บของนายเองใช่ไหม?"
แม่ของอวี๋หันมามองหยางกวง "นายกำลังช่วยเราแก้ทางตันอยู่ พี่สะใภ้รู้แก่ใจดี"
"เงินก้อนนี้พี่สะใภ้จะค่อยๆ หาใช้คืนนายเอง"
หยางกวงแหย่ผมยุ่งๆ ตัวเอง
นี่อธิบายไม่ถูกแล้วล่ะ
เขาเป็นชายรั้นๆ จำพวกตรงสุดขั้ว กลัวฉากซึ้งๆ ดราม่าแบบนี้ที่สุดเลย
เขาวางแก้วน้ำชาลง มือทั้งสองท้าวเข่า มองตรงไปที่แม่ของอวี๋ "พี่สะใภ้ พี่สะใภ้เข้าใจผิดจริงๆ ครับ"
"พี่อวี๋เคยช่วยผมตอนเดือดร้อนมาก่อนนะครับ เงินนี่เป็นเงินที่ผมควรจะต้องออกจริงๆ"
แม่ของอวี๋ยิ้มแห้ง "ไอ้หนูเอ๊ย ยังจะอยู่ปลอบฉันอีก"
"พี่อวี๋เองก็จากไปแล้ว แกจะพูดยังไงก็ได้ทั้งนั้น"
หยางกวงร้อนใจ
นี่มันยังไง! พูดก็ไม่ยอมเชื่อ!
หยางกวงลุกพรวดขึ้น ชี้นิ้วไปยังความว่างเปล่าตรงข้ามกระถางไฟ
"พี่สะใภ้!
ผมเป็นคนไม่เคยโกหก!"
"พี่สะใภ้ว่าคนตายไม่มีหลักฐานใช่ไหม?"
"ได้เลย!"
หยางกวงหันขวับ มองอวี๋เฉิงกวงที่กำลังนั่งยองซับธูปไฟอย่างจดจ่อ
แม่ของอวี๋สะดุ้งกับการกระทำปุบปับฉับพลันของหยางกวง มองตามปลายนิ้วของหยางกวง
ตรงนั้นมีเพียงแค่กระถางกระดาษเงินกระดาษทองที่กำลังลุกไหม้
ว่างเปล่า
แต่หยางกวงกลับพูดกับความโล่งเปล่านั้นว่า "หัวหน้าหมู่ ออกมาพูดหน่อยสิ!"
"แล้วพี่ไม่อยากร่ำลาพี่สะใภ้กับลูกสาวเราให้ดีดีหน่อยเหรอ?"
