การปรากฏตัวกะทันหันของซูเสียนทำให้ไต้หมู่ไป่ขมวดคิ้ว น้ำเสียงไม่ปิดบังความรังเกียจเลยสักนิด
“ซูเสียน ที่นี่ไม่มีคอกหมูให้แกนอน แกมาที่นี่ทำไม”
“เห่า!”
ซูเสียนขี้เกียจสนใจเขา สายตาร้อนแรงกวาดมองไปที่สามสาว
พลางเผยรอยยิ้มอบอุ่นทักทาย “สาวน้อยน่ารักทั้งหลาย สวัสดี ยินดีต้อนรับสู่สถาบันชรีค”
หนิงหรงหรงกระพริบตาปริบ ๆ ในสำนักเจ็ดสมบัติหลีลี๋ของนาง คนหน้าตาดีมีไม่น้อย แต่พี่ใหญ่ตรงหน้ากลับให้ความรู้สึกลึกลับและผ่อนคลาย พูดจาไม่เสแสร้ง สุภาพอ่อนโยน
นางแนบชิดจูจู๋ชิงและเสี่ยวอู๋ กระซิบกระซาบว่า “พี่เขาหล่อจัง ถูกสเปกฉันเลย”
เสี่ยวอู๋ฉงน? เหมือนจะไม่ค่อยเข้าใจคอนเซ็ปต์เรื่องความหล่อเท่าไร นางเหลือบมองถังซาน แล้วพิจารณาซูเสียนอย่างถี่ถ้วนอีกครั้ง
“รู้สึกไม่เหมือนใครจริง ๆ”
จูจู๋ชิงไม่ได้พูดอะไร เพียงพยักหน้าเบา ๆ
【ติ๊ง ได้รับความชื่นชอบจากหนิงหรงหรง ผลวาสนาชั่วร้าย (ผลอ่อน) 1→6%】
【ติ๊ง ได้รับความชื่นชอบจากจูจู๋ชิง ผลวาสนาชั่วร้าย (ผลอ่อน) 1→4%】
【ติ๊ง ได้รับความชื่นชอบจากเสี่ยวอู๋ ผลวาสนาชั่วร้าย (ผลอ่อน) 1→3%】
ซูเสียนยิ้มชอบใจอย่างเห็นได้ชัด ขั้นผลอ่อนแค่เพิ่มค่าความชื่นชอบก็พอ ง่ายดายกว่าเยอะ
ไม่รู้ว่าสามขั้นต่อจากนี้จะเพิ่มยังไง ชักตื่นเต้นน่าดูเลยนะ
ได้ยินเสียงกระซิบของเสี่ยวอู๋ ถังซานรู้สึกเสียหน้า โดยเฉพาะพอได้ยินว่าเสี่ยวอู๋ก็คิดว่าซูเสียนหล่อ ใจเขาปรี่ ๆ
อดถามไต้หมู่ไป่ไม่ได้ “เขาคือใคร”
ไต้หมู่ไป่กอดอก ส่งเสียงเยาะเย้ยดังลั่นว่า “คนนี้ซูเสียน ขยะขั้นเทพของสถาบันชรีค อย่าเห็นว่าเขาแก่กว่าเรามากมาย พลังวิญญาณแค่สิบแปดด่านเท่านั้น”
“อาจารย์รับสมัครบอกว่ารับแค่ยี่สิบเอ็ดด่านขึ้นไปไม่ใช่เหรอ” ตอนนี้เสี่ยวอู๋เอ่ยถามด้วยความสงสัย
ถังซานพยักหน้าตาม ใจแอบสมหวัง
เขารู้ดีว่าเสี่ยวอู๋ค่อนข้างร่าเริงและชอบต่อสู้ บูชาคนที่สู้ชนะตนมากที่สุด เห็นชัดว่าเขาคิดว่าซูเสียนต้องไม่ได้เรื่องแน่
ไต้หมู่ไป่เบ้ปาก “เขาเป็นเด็กกำพร้าที่รองประธานสถาบันรับเลี้ยง ไม่งั้นขยะแบบนี้ไม่มีทางโผล่มาในสถาบันชรีคของเราหรอก”
“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้ เส้นใหญ่!” ถังซานก็มีแววดูถูกในแง่สายตาแฝงอยู่ เขาค่อนข้างเกลียดคนพวกนี้
ซูเสียนเหลือบตามองถังซาน เขารู้ว่าถังฮ่าวอยู่แถว ๆ นี้ เขายั่วไม่ได้
แต่ไอ้ไต้หมู่ไป่นี่ เขาไม่อ่อนให้แม้แต่นิดเดียว
ดังนั้นเขาจึงพูดความจริงต่อหน้าทุกคนว่า “ไต้เส้า จอมเสเพลไร้เทียมทาน เพชฌฆาตสาวเมืองซัวถัว ราชาโรงแรมกุหลาบ เที่ยวดอกไม้เด็ดหญ้านับไม่ถ้วน...
วันนี้มีเรี่ยวแรงกลับมาสถาบันได้ยังไง แล้วยังมาพ่นขี้ทั่วอีก”
ซูเสียนพูดแบบนี้ ไต้หมู่ไป่สัมผัสถึงสายตาเย็นเยียบเสียดแทงทันที
แน่นอนว่ามาจากจูจู๋ชิงที่ยืนห่างออกไปไม่รู้กี่วา
“จอมเสเพลไร้เทียมทาน?” หนิงหรงหรงเกือบหลุดขำ หัวเราะพรืดออกมา
นางไม่เคยได้ยินคำเรียกที่สนุกแบบนี้มาก่อน
ถังซานและเสี่ยวอู๋มองหน้ากันยิ้ม ๆ ทั้งสองคนเจอไต้หมู่ไป่ที่โรงแรมกุหลาบจริง ๆ คิดว่าที่ซูเสียนพูดอาจไม่เกินจริง
“แกหาเรื่องตาย!”
โทสะของไต้หมู่ไป่พลุ่งพล่านขึ้นทันที เขาคิดไม่ตก ปกติแล้วเขาต่างหากที่กดซูเสียน
วันนี้ซูเสียนกล้าแฉปมเก่าเขา แถมต่อหน้าจูจู๋ชิงและคนอื่น ๆ ด้วย ความโกรธนี้พุ่งขึ้นมาจ่อถึงนัยน์ตาอธรรมแล้ว
พลังวิญญาณพลันพวยพุ่งออกมา ไอสังหารรุนแรงสายหนึ่งจับจ้อง锁定มาที่ซูเสียน
ถังซานกับพวกพากันถอยหลังไปหลายก้าว
“พี่ ไต้หมู่ไป่นี่เก่งกว่าตอนที่อยู่โรงแรมกุหลาบเมื่อวานอีก” เสี่ยวอู๋ขมวดคิ้ว หลบหลังถังซาน
ถังซานพยักหน้า แต่เขาคิดว่าตนไม่ได้ด้อยกว่าไต้หมู่ไป่
ซูเสียนสะบัดข้อมือ กำแน่น นิ้วดังกรอบแกรบ
“ก้าวแรกของน้องใหม่ ต้องเปิดด้วยพยัคฆ์อธรรม”
เห็นซูเสียนยังกล้ากล่าววาจาโอหัง ไต้หมู่ไป่ก็พุ่งตัวเข้าใส่
หมัดพยัคฆ์มหึมาพุ่งตรงมาที่ใบหน้าซูเสียน “ดูสิกูปากแกไม่เละ”
ซูเสียนหัวเราะเย็น มือหนึ่งยื่นออกไป ล็อกหมัดของไต้หมู่ไป่ได้อย่างง่ายดาย โลหิตแก่นของอสูรวิญญาณหมื่นปีนำมาซึ่งร่างสมบูรณ์แบบระดับวิญญาณอาจารย์
แค่ออกแรงเบา ๆ ท่าสลบไหล่มาตรฐานครั้งเดียวก็ทำให้ไต้หมู่ไป่กระเด็นลอยไป
ท่วงท่าของเขารวดเร็วมาก ไม่มียืดยาดแม้แต่น้อย
พอไต้หมู่ไป่รู้ตัวอีกที ร่างเขาก็อัดใส่ถังขยะไปแล้ว
ถังซานตะลึง จากเนตรอสูรม่วงวิเศษเขามองเห็นการออกแรงของกล้ามเนื้อซูเสียน มันอยู่ในสภาพผ่อนคลายเต็มที่
แต่ไต้หมู่ไป่ถึงจะเป็นวิญญาณเกียรติยศ ต่อให้ไม่เปิดวิญญาณยุทธ์ ก็ไม่ควรอ่อนปวกเปียกเหมือนไก่ขนาดนี้
ถ้าไม่ใช่เชิงทักษะล้วน ๆ เช่นนั้นซูเสียนก็ต้องมีพลังที่น่าสะพรึงกลัว
หรือว่าวิญญาณยุทธ์ของเขาเป็นสายพลังบริสุทธิ์? หรือว่าคน ๆ นี้ซ่อนพลังไว้ ไม่ใช่ขยะอย่างที่ไต้หมู่ไป่ว่าเลย
……
“แก... สมควรตาย!”
ไต้หมู่ไป่หลอมรวมวิญญาณยุทธ์ในพริบตา ร่างเขาขยายขึ้นหนึ่งรอบ อัดถังขยะระเบิดทันที สิ่งสกปรกพวกนั้นกระเด็นเปื้อนเลอะไปทั่ว
วงแหวนวิญญาณสีม่วงหนึ่งเหลืองสองสามวงวนเวียนอยู่บนร่างอย่างเงียบ ๆ ในช่องว่างของสายตาดูเหมือนจะมีวงแหวนวงหนึ่งพาดเสื้อชั้นในของสตรีอยู่ด้วย
“ทักษะวิญญาณแรก เกราะคุ้มกันพยัคฆ์ขาว”
ไต้หมู่ไป่ไม่ยั้งมือ เมื่อครู่เขาเสียหน้าไปมาก ตอนนี้ได้แต่อยากย่ำยี่ซูเสียน เพื่อเรียกหน้าตาคืน
เพียงก้าวเดียวก็กระโจนขึ้นเหนือหัวซูเสียน ฝ่ามือพยัคฆ์หนึ่งฟาดลงมาอย่างดุร้าย
ซูเสียนรีบถอยหลังหลบ ตอนแรกเขาตั้งใจจะสู้โต้ง ๆ แต่กลิ่นเหม็นบนตัวไต้หมู่ไป่มันแรงเกินไป
แสบจมูกจนทรมาน
ขณะถอยหนี ซูเสียนฉวยจังหวะที่อีกฝ่ายยืนแข็งจากการลงพื้น ยกเท้าถีบเข้าใส่หน้าไต้หมู่ไป่อย่างแม่นยำ
เท้านี้ลงไป ไต้หมู่ไป่ก็เหมือนขอทานเมาเหล้าปลอม ล้มกราวไปอีกด้าน แถมยังกลิ้งไปหลายตลบ
เป็นไปได้ยังไง!
ไต้หมู่ไป่มึนงงสิ้นเชิง “เขาไม่ใช่ขยะหรือ ตอนก่อน ๆ ที่ข้ารังแกเขา เขายังไม่ต้องใช้วีญญาณยุทธ์ด้วยซ้ำ
วันนี้เกิดอะไรขึ้น หรือว่าเมื่อคืนข้าเหินเวหากับคู่แฝดชั้นเลิศมากเกินไป เกิดภาพหลอน”
สิ่งแรกที่ไต้หมู่ไป่ทำคือให้รางวัลตัวเองด้วยการตบหน้าหนึ่งฉาด
“ซี่ ฟะ เจ็บจริง นี่ไม่ใช่ความฝัน”
ใบหน้าครึ่งหนึ่งของไต้หมู่ไป่บวมแล้ว ปากเบี้ยว เขามองไปทางจูจู๋ชิง แต่จูจู๋ชิงไม่มองเขาเลย สายตาจับจ้องอยู่ที่ซูเสียนตลอด
โทสะลุกท่วมเหมือนภูเขาไฟระเบิด ไต้หมู่ไป่จ้องซูเสียนเขม็ง ประชิดตัวสองครั้งก็ถูกอีกฝ่ายคลี่คลายได้สบาย ๆ เขาเริ่มกลัวแล้ว
แต่เขามีทักษะวิญญาณที่สอง ยังพอโจมตีระยะไกลได้
“คลื่นแสงดุเดือดพยัคฆ์ขาว ดูสิแกจะหลบยังไง”
พลังวิญญาณกลุ่มหนึ่งรวมตัวอย่างรวดเร็วในปากไต้หมู่ไป่ พอเขาอ้าปาก ลำแสงคลื่นลูกหนึ่งก็พ่นพุ่งออกมา
ไต้หมู่ไป่ยิ้มเย็น “ไปตายซะ”
ทันทีที่คลื่นแสงกำลังจะถูกซูเสียน ร่างหนาทะมึนแกร่งร่างหนึ่งก็มาขวางข้างหน้าซูเสียน ฝ่ามือเดียวตบกระจายคลื่นแสงนั้น
“ไต้หมู่ไป่ เจ้าเลยเถิดแล้ว!”
พอสัมผัสได้ว่าเป็นพลังวิญญาณของไต้หมู่ไป่ เจาอู๋จี๋ก็รีบรุดมาทันที เขากลัวว่าไอ้นี่จะรังแกซูเสียนอีก
“อาเจา”
ซูเสียนเห็นเจาอู๋จี๋มา ก็เรียกอย่างว่านอนสอนง่าย ถ้าไม่ใช่เพราะเจาอู๋จี๋รับเลี้ยงเขา เขาคงอยู่ไม่ถึงตอนนี้
ต่อมา รากวิญญาณยุทธ์ของเขาเสียหาย เจาอู๋จี๋ยังออกตามหาสมุนไพรทั้งวันทั้งคืน ไปขอร้องผู้คนทุกหนทุกแห่ง
ไต้หมู่ไป่รังแกเขาเป็นประจำ เจาอู๋จี๋ก็คอยปกป้องเขา ออกหน้าให้เขา
ดังนั้นเจาอู๋จี๋ในใจของเขา มีน้ำหนักมาก ยิ่งกว่าวิญญาณยุทธ์หมีกรงเล็บทองอีก
เจาอู๋จี๋หันมามองซูเสียน ฝ่ามือหนาตบไหล่เขาหนึ่งที
“ไม่เป็นไรนะ เสี่ยวเสียน?”
ซูเสียนส่ายหน้า “ไม่เป็นไรครับอา แค่คลื่นแสงนี่มันมีกลิ่นปากพ่วงมา เหม็นนิดหน่อย อีกอย่างไต้หมู่ไป่ก็ไม่ได้เล่นงานจริงจัง เขาแค่ขู่ผมเล่น ๆ”
ที่ซูเสียนช่วยพูดให้เขาแบบนี้ ส่วนหนึ่งเพราะรู้สึกว่า ในฐานะคนที่มีนิ้วทอง แค้นนี้ต้องแก้เองถึงจะสะใจ อีกด้านหนึ่ง เขาก็กำลังสร้างภาพลักษณ์ที่ดี
“หา?” เจาอู๋จี๋มองซูเสียนอย่างกังขา “ทักษะวิญญาณนั่นมาจ่อหน้าขนาดนั้น แค่ขู่?”
ซูเสียนพยักหน้า “ไม่เชื่อถามเขาดู”
เห็นเจาอู๋จี๋มองมาที่ตน ไต้หมู่ไป่รีบพูด “ใช่ครับอาจารย์เจา ผมกับซูเสียนกำลังสาธิตทักษะวิญญาณให้ถังซานพวกเขาดู อาจารย์ก็รู้ ทักษะวิญญาณนี่พอมันพุ่งออกไป มันก็คลาดเคลื่อนบ้างเป็นธรรมดา”
คำพูดนี้ทำเอาซูเสียนงงไปเลย สมกับเป็นมือเก๋าที่โลดแล่นอยู่ท่ามกลางมวลหมู่ดอกไม้ร่วงโรย หน้าด้านได้ขนาดนี้
ถังซานก็อึ้งไปเหมือนกัน เล่นแบบนี้ก็ได้เหรอ
เหล่าสาวก็ประหลาดใจ เจตนาฆ่าของไต้หมู่ไป่ชัด ๆ ไม่มีปิดบัง ลงมือก็เป็นท่าไม้ตาย ซูเสียนใจกว้างขนาดนี้ ยังช่วยพูดให้เขาอีก
【ติ๊ง ได้รับความชื่นชอบจากสามสาว!】
【ผลวาสนาชั่วร้าย (หนิงหรงหรง) 6%→9%,ผลวาสนาชั่วร้าย (จูจู๋ชิง) 4%→7%,ผลวาสนาชั่วร้าย (เสี่ยวอู๋) 3%→6%】
เก็บเกี่ยวความชื่นชอบได้อีกระลอก ซูเสียนยิ่งหนักแน่นว่าไต้หมู่ไป่ที่เป็นตัวเดินเรื่องนี้ต้องเก็บไว้ ต้องยกระดับให้เขาด้วย
อย่างไรก็ตาม เขากับจูจู๋ชิงมีสัญญาหมั้นกันตั้งแต่เด็ก ตอนพิชิตจูจู๋ชิง ไอ้ไต้หมู่ไป่นี่ต้องมีประโยชน์บ้างล่ะ
ถึงไม่มีประโยชน์ มัดไว้ก็ต้องให้เขาดูจนจบ
เจาอู๋จี๋ย่อมไม่เชื่อ เขาเหลือบมองไต้หมู่ไป่ ดึงเขาเดินไปข้าง ๆ น้ำเสียงพลันเย็นเยียบ
“ถ้าซูเสียนเป็นอะไรไป ข้าไม่รับประกันว่าเจ้าจะเดินออกจากชรีคได้อย่างปลอดภัย จำไว้ ที่นี่คือจักรวรรดิเทียนโต้ว”
ไต้หมู่ไป่กดโทสะไว้ในนัยน์ตาอธรรม องค์ชายแห่งจักรวรรดิซิงหลัวอย่างเขากลับถูกนักปราชญ์วิญญาณตัวเล็ก ๆ ข่มขู่ได้ ช่างน่าอัดอั้นตันใจยิ่งนัก
แต่พอคิดถึงสถานการณ์ของตนตอนนี้ ความอัปยศนั้นทำได้แค่กดลึกไว้ในใจ
“อาจารย์... เจา ถังซานพวกเขาสี่คนได้รับการยกเว้นด่านที่สองกับสามแล้ว ด่านที่สี่จะเริ่มทดสอบเมื่อไร” ไต้หมู่ไป่ลูบหน้าตัวเอง ถามอย่างกล้ำกลืน
เจาอู๋จี๋มองไปที่พวกเขา กำลังจะบอกว่าเดี๋ยวตน...
แต่ถูกซูเสียนปิดปากไว้
ในใจเขาพลันถอนใจโล่งอกอย่างแรง อาเจาของข้าเอ๋ย อย่ามัวแต่นึกสนุกเลยนะ ถ้าตีถังซานบาดเจ็บ หน้าบวมตาช้ำนี่ยังเบาะ ๆ
พอถูกขัดแบบนี้ เจาอู๋จี๋ก็เต็มไปด้วยเส้นดำบนหัว
“อะไรกัน เสี่ยวเสียน?”
ซูเสียนเสียงเบา “คนที่ชื่อหนิงหรงหรงนั่นเป็นคนของสำนักเจ็ดสมบัติหลีลี๋นะครับ ถ้าเกิดอาทำให้เขาบาดเจ็บขึ้นมา กระบี่ตุลาการคงฟันอาจน่วมแน่ ให้ไต้หมู่ไป่ลงมือเถอะครับ เขาชะตากรรมแข็ง”
เขาไม่กล้าพูดตรง ๆ ว่าถังฮ่าวอยู่แถวนี้ เกรงว่าเจาอู๋จี๋จะตกใจ แล้วความแตก
ถังฮ่าวต้องจับจ้องเขาอยู่แน่
เจาอู๋จี๋พยักหน้าอย่างหนักหน่วง ฝ่ามือหนึ่งตบลงบนหลังซูเสียน หัวเราะดีใจมาก
“เฮ้ย เจ้าเด็กนี่รู้จักเป็นห่วงอาแล้ว ดี ๆ อ้อ เมื่อครู่ที่เจ้าซ้อมไต้หมู่ไป่ อาเห็นหมดแล้วนะ วิญญาณยุทธ์เจ้าฟื้นคืนแล้วหรือ”
ซูเสียนหัวเราะพรืด “อา อาสุดยอดจริง ๆ มาช้ากว่านี้นิดเดียว ผมคงหักขาที่สามของเขาเพิ่มอีกขาแน่
ส่วนเรื่องวิญญาณยุทธ์ ไว้คุยกันทีหลังตอนว่าง ๆ ดูโขนก่อนเถอะ”
“ปากหมายังกับหรรมเลย แต่วิญญาณยุทธ์หายดีแล้วก็ดี” เจาอู๋จี๋ขยี้จมูกตัวเอง รู้สึกคัน ๆ แสบ ๆ
เห็นทั้งสองกระซิบกระซาบกันแล้วจากไป ไต้หมู่ไป่รู้สึกงุนงงเป็นบ้า
เขามองไปทางถังซานทั้งหลาย เอ่ยช้า ๆ “พวกเจ้าพักครึ่งเดี๋ยวก่อน อีกเดี๋ยวเริ่มทดสอบ”
พูดจบ ไต้หมู่ไป่ก็วิ่งหนีไปโดยไม่เหลียวหลัง
ซูเสียนบ่นเสียงต่ำ “แค่แผลถลอกนิดเดียวต้องหลบด้วย เสียเวลาเปล่า”
จูจู๋ชิงได้ยิน ในใจรู้สึกรสชาติที่อธิบายไม่ถูก
แผ่นหลังของไต้หมู่ไป่ นี้ ก็เหมือนกับวันนั้น
เมื่อเจอความลำบาก ก็หมุนตัวจากไป ทิ้งให้สตรีอ่อนแอเพียงคนเดียวเหยียบบนทางขวากหนาม เผชิญหน้าการล้อมกระหนาบจากทุกทิศทาง
……
(ท่านผู้อ่านทั้งหลาย ถ้าว่างก็เพิ่มเข้าชั้นหนังสือนะครับ แวะเวียนมาดูบ้าง ช่วยให้ไตท่านแข็งแรง แข็งแรงขั้นเทพ)