(มา ๆ เอาสมองมาวางไว้ก่อน!)
……
“ซี้ด!”
“เจ็บชะมัด!”
นี่คือความรู้สึกแรกหลังนารูโตะได้สติ
ความเจ็บปวดนี้ราวกับมีเข็มนับร้อยนับพันเล่มทิ่มแทงผิวหนังและกล้ามเนื้อพร้อมกัน ลึกลงไปถึงกระดูก เขาเจ็บจนเกือบหมดสติไปอีกครั้ง
เดี๋ยวนะ?
ตายไปแล้วยังเจ็บได้ด้วยเหรอ?
ความคิดนี้เพิ่งผุดขึ้นมา วินาทีถัดมา กระแสความทรงจำมหาศาลเกินบรรยายก็ทะลักเข้าสู่สมองของนารูโตะอย่างบ้าคลั่ง
เขาเห็นหมู่บ้านโคโนฮะอันกว้างใหญ่ เห็นใบหน้าทรงอำนาจทั้งสี่บนผาหินโฮคาเงะ เห็นเด็กชายผมทองผู้โดดเดี่ยว นั่งอยู่บนชิงช้าคนเดียว มองดูเด็กคนอื่น ๆ ที่พ่อแม่มารับกลับบ้าน
เขาเห็นเด็กชายก่อเรื่องป่วนทุกวัน วาดภาพบนผาหินโฮคาเงะ วิ่งวุ่นไปทั่วถนน ทั้งหมดก็เพื่อเรียกร้องความสนใจจากคนอื่นสักนิด
เขาเห็นอาจารย์อิรุกะยื่นราเม็งอิจิราคุให้ เห็นเจ้าหนูสวมแว่นตากันลมตะโกนว่า “ฉันจะเป็นโฮคาเงะให้ได้!”
เขาเห็นตัวเองฝึกวิชาแยกร่างอย่างเอาเป็นเอาตาย เห็นตัวเองขโมยม้วนคัมภีร์ผนึก เห็นใบหน้าเหี้ยมเกรียมของมิซึกิ และแผ่นหลังของอิรุกะที่ยืนขวางอยู่ตรงหน้าเขา เลือดไหลอาบ
เห็นการรวมตัวครั้งแรกของทีมเจ็ด เห็นซาสึเกะ หนุ่มผมดำขี้เก๊ก เห็นซากุระ สาวผมชมพูผู้คลั่งไคล้หนุ่มหล่อ เห็นคาคาชิที่ถือหนังสือปกเหลืองเล่มหนึ่งพลางพูดว่า “ฉันหลงทางบนเส้นทางชีวิตน่ะ”
เขาเห็นตัวเองถูกมัดไว้กับเสาไม้ มองคาคาชิแบ่งข้าวกล่องให้ซาสึเกะกับซากุระ ท้องร้องโครกครากด้วยความหิว…
ความทรงจำยังคงหลั่งไหลเข้ามาไม่หยุด
ภารกิจที่แคว้นนามิโนะคุนิ การปะทะกับสองพี่น้องนักฆ่า คาคาชิถูกซาบุสะใช้วิชาคุกน้ำขังไว้ ส่วนเขากับซาสึเกะร่วมมือกันเล่นละคร ใช้ร่างแยกเงาและดาวกระจายลมปีศาจทำลายวิชาคุกน้ำ
จากนั้นก็เป็นโมโมจิ ซาบุสะ นินจาถอนตัวจากคิริงาคุเระ ชายผู้น่ากลัวที่แบกดาบประหารขนาดใหญ่ไว้บนบ่า
ภาพสุดท้ายหยุดนิ่งอยู่ท่ามกลางกระจกน้ำแข็ง
เข็มพันเล่มโปรยปรายเต็มท้องฟ้า เด็กหนุ่มผู้สวมหน้ากากหน่วยลับแห่งคิริงาคุเระ มีน้ำเสียงเย็นชาเหมือนน้ำแข็ง…
“อุว้า~”
นารูโตะสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ หลุดพ้นจากอาการเวียนหัวที่เกิดจากความทรงจำซึ่งถูกยัดเยียดเข้ามา
เขาลืมตาขึ้น สิ่งที่เห็นคือท้องฟ้าสีเทาหม่น กับหมอกบาง ๆ ที่ลอยอวลอยู่รอบตัว
พื้นดินใต้ร่างเย็นเฉียบและแข็งกระด้าง กลิ่นดิน กลิ่นคาวเลือด และกลิ่นไอน้ำปะปนกันอยู่ในอากาศ
นารูโตะนิ่งไปสามวินาที ก่อนค่อย ๆ ยกมือขึ้นมองตรงหน้า
นี่คือมือเล็กเรียวของเด็กคนหนึ่ง ผิวมีรอยถลอกอยู่บ้าง แต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นมือของเด็กหนุ่มอายุราวสิบสองหรือสิบสามปี
เขากำหมัด ลองสัมผัสพลังประหลาดที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายนี้
จักระ
“ฉัน…ข้ามโลกมาแล้วเหรอ?”
นารูโตะพึมพำ เสียงแหบพร่าอย่างหนัก “แถมยังข้ามมาเป็นอุซึมากิ นารูโตะอีก?”
“ตัวเอกของเรื่องนินจาคาถาโอ้โฮเฮะ ที่ตะโกนว่าจะเป็นโฮคาเงะ แล้วสุดท้ายก็ได้เป็นโฮคาเงะรุ่นที่เจ็ดจริง ๆ น่ะนะ?”
“หรือเพราะชื่อเล่นของฉันคือนารูโตะ เลยได้ข้ามมาเป็นอุซึมากิ นารูโตะ?”
เหตุการณ์ที่มีอยู่แค่ในนิยายออนไลน์ กลับเกิดขึ้นกับตัวเขาจริง ๆ
นารูโตะหลับตา สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ
ไม่กี่วินาทีต่อมา เขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาตกตะลึงสงบลงไปมาก แทนที่ด้วยรอยยิ้มขื่นขมอันซับซ้อน
“ช่างเถอะ ได้มีชีวิตใหม่อีกครั้งก็ดีมากแล้ว”
นารูโตะพึมพำด้วยความรู้สึก
ชีวิตก่อนหน้านี้ เขาตายตอนอายุแค่สามสิบปี
ไม่ใช่มะเร็ง ไม่ใช่โรคร้าย และไม่ได้ถูกรถบรรทุกชนกระเด็น
เรียกว่าหาเรื่องตายด้วยตัวเองล้วน ๆ
พูดแล้วก็เหลือเชื่อ
เดิมทีเขาเป็นคนธรรมดา จนอายุสิบแปดปี จู่ ๆ ก็ปลุกพลังพิเศษขึ้นมาได้
ไม่ใช่ความสามารถหวือหวาอย่างพ่นไฟ ปล่อยน้ำ หรือปล่อยไฟฟ้า แต่เป็นพรสวรรค์ชนิดพิเศษอย่างยิ่ง นั่นคือการควบคุมร่างกายได้อย่างสมบูรณ์
พลังนี้ทำให้เขาควบคุมเซลล์ทุกเซลล์ เส้นประสาททุกเส้น และกล้ามเนื้อทุกมัดในร่างกายได้อย่างแม่นยำ
เขาสามารถกระตุ้นสมองบางส่วนได้ด้วยตัวเอง ทำให้ความคิดแจ่มชัดและเฉียบคมขึ้นอย่างผิดปกติ ทั้งความจำและความสามารถในการใช้เหตุผลก็เหนือกว่าคนทั่วไปมาก
เมื่อได้รับบาดเจ็บ เขาสามารถควบคุมกล้ามเนื้อรอบบาดแผลให้หดตัวเพื่อห้ามเลือด เร่งการแบ่งตัวของเซลล์ให้แผลสมาน แผลเล็ก ๆ ตกสะเก็ดได้ในไม่กี่วินาที ส่วนแผลร้ายแรงก็ฟื้นตัวได้ภายในไม่กี่นาที
แม้แต่ในบางสถานการณ์ เขายังบังคับร่างกายให้มองข้ามความเหนื่อยล้าและต่อสู้ต่อไปได้
ฟังดูสุดยอดมาก
และเขาก็ใช้พลังนี้ทำเรื่องดี ๆ มาหลายครั้งจริง ๆ ทุกครั้งที่ไถเจอข่าวความอยุติธรรมที่ชวนให้โมโหจนแทบระเบิด ไม่ว่าจะเป็นนายจ้างใจดำกดขี่คนงาน นักเลงอันธพาลก่อเหตุทำร้ายคนกลางถนน หรือคนเลวที่มีเส้นสายลอยนวลไม่ต้องรับโทษ ไฟแห่งความยุติธรรมในใจเขาก็ลุกโชนขึ้นมา
จากนั้นเขาก็ลงมือ
เขาสวมหน้ากากทำเองแบบง่าย ๆ อาศัยการควบคุมร่างกายปรับท่วงท่าและเสียงให้แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง แล้วลอบเข้าไปในบ้านของคนเลวพวกนั้นตอนกลางดึก พอรุ่งเช้า พวกนั้นก็จะพบว่าเรื่องชั่ว ๆ ที่ตัวเองทำถูกเปิดโปงไปทั่วอินเทอร์เน็ต มีใบปลิวตัวโตติดอยู่เต็มย่านที่พัก พร้อมหลักฐานที่จัดเรียงไว้อย่างเรียบร้อยหน้าสำนักงานตำรวจ
เขายังเคยจัดการพวกอันธพาลที่ทำร้ายคนกลางถนนอยู่หลายคน ทำให้พวกนั้นต้องนอนซมอยู่บนเตียงนานถึงสามเดือน แต่โรงพยาบาลกลับตรวจไม่พบสาเหตุอะไร บอกได้แค่ว่า “เนื้อเยื่ออ่อนฟกช้ำ!”
ความจริงแล้วเขาใช้แรงอย่างแม่นยำกระตุ้นจุดประสาทของอีกฝ่าย
วิธีการแนบเนียน ผลลัพธ์สะใจ
เสียงชื่นชมในโลกออนไลน์ดังระงม ฉายา “วีรบุรุษรัตติกาล” กับ “โรบินฮู้ดแห่งยุค” แพร่สะพัดไปทั่ว
เขาเริ่มเหลิง คิดว่าตัวเองเป็นผู้พิทักษ์ความยุติธรรม เป็นผู้ผดุงความถูกต้องที่อยู่นอกเหนือกฎเกณฑ์
แต่ครั้งหนึ่ง สองครั้งก็แล้วไป
ครั้งที่สาม ครั้งที่สี่ ครั้งที่ห้า…
เดินริมแม่น้ำบ่อยเข้า สักวันก็ต้องเปียกรองเท้า
ระหว่างลงมือครั้งที่ห้า ในที่สุดเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงก็จับตาดูเขา
คืนนั้นเขาเพิ่งจัดเตรียมเซอร์ไพรส์ไว้ในบ้านของเป้าหมายเสร็จ เสียงฝีเท้ารัวเร็วและเป็นระเบียบก็ดังขึ้นในโถงทางเดินอย่างกะทันหัน ลำแสงจากไฟฉายส่องกวาดผ่านหน้าต่าง
เขารีบหนีออกทางหน้าต่างด้านหลัง ถูกไล่ตามไปจนถึงริมหน้าผาบนภูเขารกร้างแห่งหนึ่งแถบชานเมือง
ลมภูเขาพัดกระโชกแรง ผู้ไล่ล่าด้านหลังใกล้เข้ามาทุกที เขากัดฟันคิดจะกระโดดไปยังโขดหินที่ยื่นออกไปอีกฝั่ง แต่เท้ากลับลื่น
จากนั้นก็เป็นหุบเหวลึกสุดหยั่งถึง แล้วสติก็ดับวูบ
“ชาตินี้ฉันจะไม่ทำผิดซ้ำแบบเดิมอีกเด็ดขาด”
นารูโตะกำมือเล็ก ๆ คู่นั้นแน่น พร้อมสาบานในใจ “ต่อให้เห็นเรื่องอยุติธรรมใหญ่โตแค่ไหน ถ้ายังไม่มีพลังมากพอและหลักประกันความปลอดภัยที่แน่นอน ฉันจะไม่ออกหน้าเด็ดขาด”
“ผิดกฎหมายก็คือผิดกฎหมาย ต่อให้เจตนาดี ก็ไม่ได้แปลว่าจะลงมือโดยไม่ต้องรับผิดชอบได้”
ขอเตือนทุกคนไว้ด้วยว่า อย่าคิดเอามาตรฐานของตัวเองไปอยู่เหนือกฎหมายเด็ดขาด หาเรื่องตายแล้วตายจริงนะ
เขาผ่อนลมหายใจยาว แล้วเริ่มจัดระเบียบความทรงจำของอุซึมากิ นารูโตะอย่างละเอียด
ช่วงเวลานี้…
นารูโตะขมวดคิ้วแน่น ก่อนจะค่อย ๆ คลายออก
ตอนนี้เขาอยู่ในช่วงกลางของภารกิจที่แคว้นนามิโนะคุนิ ผ่านบททดสอบเกะนินของคาคาชิและกลายเป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการของทีมเจ็ดแล้ว กำลังติดตามคาคาชิ ซาสึเกะ และซากุระ คุ้มกันดาซึนะผู้สร้างสะพานมายังแคว้นนามิโนะคุนิ และต่อสู้กับโมโมจิ ซาบุสะ นินจาถอนตัวจากคิริงาคุเระ รวมถึงฮาคุ ลูกน้องของเขา
บาดแผลที่เขามีตอนนี้เกิดจากเข็มพันเล่มของฮาคุ
เข็มที่บางราวเส้นขนแทงทะลุร่าง แม้ส่วนใหญ่จะเลี่ยงจุดสำคัญไปได้ แต่ความเจ็บปวดราวกับถูกเข็มนับพันแทงทั่วร่าง และสภาวะคล้ายตายที่ตามมา ล้วนเป็นฉากที่ต้องเกิดขึ้นตามเนื้อเรื่องต้นฉบับ
“ยังดีที่เป็นช่วงเวลานี้”
นารูโตะอดรู้สึกโล่งใจไม่ได้
