“เอ่อ...สหายฮั่ว พวกเรานั่งลงคุยกันดี ๆ ได้ไหม แบบนี้...” สวีจิ้นหังคิดว่าการแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ไม่เหมาะ แต่...ไม่มีใครสนใจเขาเลย ชายหนุ่มกลุ่มนี้อายุราวยี่สิบ กำลังเลือดร้อนและชอบผดุงความยุติธรรมที่สุด พวกเขาถือไม้กับคานหาม พุ่งเข้าไปด้านใน พวกปัญญาชนชายที่ลงชนบทมองหน้ากัน กัดฟันแน่น กฎหมายคงไม่เอาผิดคนหมู่มาก ทุบไปก่อนแล้วกัน พวกเขาจึงตามเข้าไปด้วย
ชายหนุ่มคนที่เอาน้ำตาลออกมาเป็นคนแรก ลากชายสองคนที่ยืนตกตะลึงอยู่ในลานบ้านออกมา จากนั้นก็ฟาดคานหามใส่เก้าอี้ไม้ไผ่ตรงทางเข้าบ้านจนมันล้มลง แล้วเงื้อเท้ากระทืบเก้าอี้จนพังยับเยิน
ประตูไม้ โต๊ะเก้าอี้ ม้านั่ง หม้อชามไห ถังน้ำ เตาไฟ ตู้ในบ้าน ไม่มีสิ่งใดรอดพ้นความเสียหาย ชาวบ้านกองการผลิตถ้ำหลงเหมียนยืนอยู่หน้าประตูใหญ่ เว้นระยะห่างจากชายร่างสูงที่เป็นหัวหน้าอยู่ไกล ๆ ได้ยินเพียงเสียงโครมครามดังมาจากด้านใน
เมียของหวงเหล่าซานตกใจจนกรีดร้อง “อ๊าย! ฆ่าคนแล้ว ช่วยด้วย! บ้านฉัน บ้านของฉัน...” บ้านของเธอพังพินาศแล้ว มือที่หวงเหล่าซานถือกล้องยาสูบสั่นเทา หวงต้าร์เอ๋อร์หลบอยู่ข้างหลังเขา ทั้งสองมองหวงอาเป่า “หัวหน้ากองการผลิต หัวหน้ากองการผลิตต้องให้ความเป็นธรรมกับพวกเรานะ!”
หวงอาเป่าเดือดดาลจนแทบคลั่ง “พวกแกกล้ามาก กล้ามาอวดเบ่งในกองการผลิตของพวกเรา ต้าหนิว เอ้อร์หนิว พวกแกสองคนยังยืนบื้อทำอะไรอยู่ ไปจัดการมันสิ!”
ชายสองคนหน้าตาเหี้ยมเกรียมเดินออกมาจากฝูงชน ด้านหลังยังมีคนอีกหลายคนที่ดูดุร้ายไม่แพ้กัน พวกเขาเดินตรงเข้ามาหา จางเจียหนิงเก็บก้อนหินจากพื้นขึ้นมา ใบหน้าซีดเผือด สวีจิ้นหังสูดหายใจลึก เขาเคยฝึกต่อสู้กับทหารมาสองสามกระบวนท่า รับมือสองคนพร้อมกันไม่น่ามีปัญหา ขณะที่กำลังจะลงมือ ชายเสื้อผ้าขาดวิ่นตรงหน้าก็เตะเข้าที่อกของคนที่ชื่อต้าหนิวจนร่างปลิวไปไกลห้าหกเมตร ชาวบ้านที่ยืนดูอยู่ด้านข้างถูกชนจนล้มระเนระนาด
