เมื่อหวังหม่านถุนพาเจ้าหน้าที่กองการผลิตมาถึง เสิ่นอันหนิงก็ถูกหิ้วลากมาเหมือนหมาตาย ประธานสตรีฉวยจังหวะที่คนอื่นไม่ทันสังเกตตรวจดูเธอคร่าว ๆ นอกจากผมเผ้ายุ่งเหยิง มีปอยหนึ่งถูกกระชากจนหนังศีรษะปูดบวม ใบหน้าบวมช้ำหนัก แต่ตามตัวไม่มีบาดแผลอะไรมาก
“เกิดอะไรขึ้น?” หวังหม่านถุนถาม
พวกผู้หญิงต่างพูดกันจ้อกแจ้ก “แม่ของเกินฟากับปัญญาชนเสิ่นทะเลาะกัน แล้วก็ลงไม้ลงมือ พวกเราเข้าไปห้าม ก็เลยเป็นอย่างนี้แหละ!”
“ปัญญาชนเสิ่นสู้ไม่ไหว พวกเราเลยช่วยเธอ!” พวกเธอไม่พูดถึงเรื่องที่เข้าข้างอีกฝ่ายเลยสักคำ
ผมของแม่เฒ่าหลี่ก็ยุ่งเหยิงไม่ต่างกัน บนใบหน้ามีรอยข่วนอยู่หลายรอย เป็นฝีมือเสิ่นอันหนิง รอยหนึ่งอยู่ตรงหางตาพอดี ถ้าเลื่อนไปอีกนิด ดวงตาของเธอคงถูกข่วนจนบอด
จะเรียกว่าตีกันก็ไม่ผิด!
หวังหม่านถุนไม่ชอบเสิ่นอันหนิงอยู่แล้ว เธอจิตใจไม่ดี แถมยังไม่ซื่อสัตย์
เขารู้ว่าชาวบ้านในกองการผลิตไม่พอใจเธอ แต่ถ้าอีกฝ่ายไม่ได้ทำเรื่องเกินเลย เขาก็ไล่เธอไปไม่ได้
ที่เสิ่นอันหนิงทุบตีแม่เฒ่าหลี่ ก็ถือว่าเป็นการชดเชยให้ตระกูลหลี่แล้ว
ค่ารักษาตัวในโรงพยาบาลตั้งแปดเก้าหยวน ยังไม่เรียกให้เธอชดใช้เงินก็นับว่าดีแล้ว
อีกอย่าง เสิ่นอันหนิงมาบ้านตระกูลหลี่ดี ๆ ทำไม ไม่แน่ว่าอาจคิดแผนร้ายอะไรอีกก็ได้
หวังหม่านถุนเดาถูกเผง
เสิ่นอันหนิงมาหาหลี่เกินฟา ให้ช่วยซ่อมหลังคาและกวาดหิมะ เธอไม่คิดว่าหลี่เกินฟาจะไม่ชอบเธอแล้ว ผู้ชายแบบนั้นไม่เคยเจอผู้หญิงดี ๆ สักกี่คน พอชอบเธอเข้าแล้วจะตัดใจได้หรือ?
