“เฉิงเฉิง ตื่นได้แล้ว เราจะออกไปกันแล้ว!”
ลู่ซีเฉิงขยี้ตาแล้วลุกขึ้นนั่งบนเตียง เธอเหมือนจะฝันไป ในฝันมีคนพูดอยู่ข้างหูเธอไม่หยุด แถมยังร้องไห้ด้วย พูดว่าอะไรนะ?
ประตูห้องถูกผลักเปิด หัวเล็ก ๆ โผล่เข้ามา “ตู้ตู้ ตื่นได้แล้ว!”
ลู่ซีเฉิงส่ายหัว ไม่สนใจความฝันนั่นแล้ว “ได้จ้ะ เล่อเล่อช่วยหยิบเสื้อผ้าให้พี่หน่อยได้ไหม?”
เล่อเล่อรีบเอาเสื้อผ้ามาส่งให้ตรงหน้า ลู่ซีเฉิงแต่งตัวเรียบร้อยแล้วเดินออกจากห้อง แม่สกุลลู่ถือกระบุงใบใหญ่เดินออกมาจากครัว “รอเธอคนเดียวเลย มาช่วยแม่ถือของหน่อย จะถือกระบุงหรือถือไก่ตัวนั้น?”
“ถือกระบุงค่ะ” เธอคว้ากระบุงมาถือทันที โอ้โห หนักชะมัด!
“ไหวไหม ถ้าไม่ไหวก็ถือไก่แทน กระบุงหนักนะ”
“ไม่เอา แม่ถือไก่เถอะค่ะ” ตอนเด็กเธอเคยโดนไก่จิก เลยกลัวสัตว์ประเภทนี้มาก
ลู่ซีเฉิงถือกระบุงด้วยสองมือ เดินตุปัดตุเป๋ลงบันได “แม่ ทำไมต้องเอาฟักทองไปด้วยล่ะ!” ฟักทองลูกนี้หนักเป็นพิเศษ
“เอาไปให้คุณปู่กิน ท่านชอบกิน” แม่สกุลลู่กับลู่นานเฟยเดินนำหน้า เห็นลูกสาวเดินอืดอาดตามหลังจนหน้าแดงก็ส่ายหน้า “ไหวหรือเปล่า ถ้าไม่ไหวก็เอามาให้แม่ถือ!”
“ไหวค่ะ” ลู่ซีเฉิงหายใจออกเฮือกหนึ่งแล้วเร่งฝีเท้าขึ้นสองก้าว เธอไม่ได้ไร้ประโยชน์ขนาดนั้นสักหน่อย
แม่สกุลลู่ไม่ได้พูดอะไรต่อ ตั้งใจอยากฝึกให้ลูกสาวแข็งแรงขึ้น จึงพากันเดินบ้างหยุดบ้าง ลู่ซีเฉิงสลับถือกระบุงด้วยมือซ้ายบ้าง มือขวาบ้าง บางทีก็ใช้สองมือช่วยกัน ต่อมาไม่รู้คิดยังไงถึงวางฟักทองลงกับพื้นแล้วใช้เท้าเตะกลิ้งไป แม่สกุลลู่กับลู่นานเฟยมองเธอจัดการกับมันไปมา แม้จะเสียเวลาไปมาก แต่สุดท้ายก็ไปถึงจนได้ ทั้งคู่ถอนหายใจโล่งอก รู้ไหมว่าตลอดทางพวกเธออึดอัดแค่ไหน สู้ถือเองยังจะดีกว่า! ส่วนเล่อเล่อตัวน้อยกลับสนุกสนานมาก ตอนที่ลู่ซีเฉิงกลิ้งฟักทอง เจ้าตัวก็ยืนกรานจะลงไปกลิ้งด้วยกัน
