ปัญญาชนชายมี 10 คน ปัญญาชนหญิงมี 7 คน เต้าหู้ 100 ชั่งราคา 8 หยวน เฉลี่ยแล้วตกคนละไม่ถึง 5 เหมา ถูกมากจริง ๆ
การขายเต้าหู้ไม่ใช่ธุรกิจของครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง แต่คนทั้งกองการผลิตต่างก็ช่วยกันทำงาน ลู่ซีเฉิงสงสัยจึงถามว่า “กองการผลิตของเราทำเต้าหู้ไม่ได้หรือคะ?” ต่อให้ทำขายแค่ช่วงสิ้นปี ธุรกิจก็คงดีมากแน่ ๆ คนมาซื้อเต้าหู้เบียดเสียดกันเป็นชั้น ๆ
ฮั่วจิ้งชวนส่ายหน้า “ข้างบนกำหนดไว้แล้วว่าแต่ละกองการผลิตจะปลูกอะไร”
เศรษฐกิจส่วนรวมต้องดำเนินตามแผนทุกอย่าง กองการผลิตไหนปลูกถั่วเหลือง กองไหนปลูกฝ้าย กองไหนปลูกพืชน้ำมัน ล้วนกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด เจ้าหน้าที่ระดับอำเภอและคอมมูนจะลงชนบทมาตรวจเป็นระยะ หลังเก็บเกี่ยวแล้วส่งส่วนที่เป็นของทางการ จากนั้นที่เหลือก็จัดการเองได้ อย่างที่วันนี้เอาออกมาขายตอนตลาดนัด
ตรงโน้นยังมีแผงขายน้ำมันถั่วเหลือง คนต่อแถวยาวไม่ต่างจากตรงร้านเต้าหู้
กองการผลิตที่ปลูกพืชเศรษฐกิจเหล่านี้มีธัญพืชไม่พอกิน เวลาซื้อขายจึงไม่ได้ใช้แค่เงิน ยังแลกของกันได้ด้วย เช่น ถั่วเหลืองเท่าไรแลกเต้าหู้ได้เท่าไร หรือมันเทศกับข้าวโพดเท่าไรแลกน้ำมันถั่วเหลืองได้เท่าไร ธัญพืชเอาไปขายไม่ได้ แต่ใช้แลกของตอนซื้อได้
ฮั่วจิ้งชวนซื้อเต้าหู้ 100 ชั่ง เขาไม่ใช่คนที่ซื้อเยอะที่สุด บ้านเลขาธิการพรรคประจำกองการผลิตกับบ้านหัวหน้ากองการผลิตซื้อกันถึง 200 ชั่ง เพราะสมาชิกในบ้านมีหลายคน เต้าหู้ 200 ชั่งยังแทบจะพอดีด้วยซ้ำ พวกปัญญาชนรู้สึกว่าซื้อมาน้อยไป จึงซื้อเพิ่มอีก 100 ชั่ง หวังหลินซงบอกให้เอาเต้าหู้ทั้งหมดขึ้นรถวัว “ซื้อมาเท่าไร ฉันจดไว้ทางนี้แล้ว กลับไปชั่งรวมกันแล้วค่อยแบ่ง”