พูดอะไรของเขาน่ะ?
เอาใจคนพาลไปวัดใจสุภาพบุรุษหรือไง?
คิดว่าเขาไม่เคยเรียนหนังสือจนฟังไม่รู้เรื่องหรือไง!
“ได้ นายเป็นสุภาพบุรุษ งั้นเราก็คอยดูกันว่าจะเป็นสุภาพบุรุษแบบไหน!” ปัญญาชนชายที่ลงชนบทโมโหจนหัวเราะออกมา ขี้เกียจเถียงต่อ พวกเขาพากันเป่าโคมตะเกียงดับแล้วเดินออกไป
“น้ำมันก๊าดเป็นของที่พวกเราซื้อมานะ พวกเธออย่าใช้!” ปัญญาชนที่เพิ่งมาใหม่ยังไม่ได้รับคูปองน้ำมันก๊าด
พอทุกคนออกไปหมด สวีจิ้นหังกับเสิ่นอันหนิงก็คุยกันข้างเตาไฟ ส่วนจางเจียหนิงกลับเข้าห้องไปจัดสัมภาระ เขาคิดว่าจะหาเวลาย้ายออกไปอยู่ข้างนอก แต่ต้องไปคุยกับพวกปัญญาชนชายที่ลงชนบทให้เรียบร้อยก่อน
เขาหยิบเงินของตัวเองออกมานับ ได้ทั้งหมด 115 หยวน เขาถามปัญญาชนที่ลงชนบทคนอื่น ๆ แล้ว ถ้าประหยัดหน่อย ปีหนึ่งก็ใช้เงินไม่กี่หยวน เพราะฉะนั้นถึงจะพึ่งตัวเองอย่างเดียว เขาก็น่าจะอยู่ได้อีกหลายปี
ลู่ซีเฉิงกลับเข้าห้องไปด้วย พลางนึกถึงน้ำเสียงและสีหน้าตอนเสิ่นอันหนิงพูดเมื่อครู่ นี่คิดจะเปลี่ยนมาใช้แผนอ่อนแอบอบบางแล้วหรือไง?
เลียนแบบเธอเหรอ?
เธอไม่ได้อ่อนแอสักหน่อย!
พอฮั่วจิ้งชวนมา ลู่ซีเฉิงก็นั่งจ้องเขากินข้าว ตอนกลางคืนย่างปีกไก่ น้ำมันจากหนังไก่ไหลออกมา เธอกินไปสองสามชิ้น ที่เหลือยกให้เขา ฮั่วจิ้งชวนกินปีกไก่ราวกับฝึกฝนมาอย่างดี กัดเข้าไปแล้วคายกระดูกออกมาได้ทั้งชิ้น ไม่เหมือนเธอที่กินจนมือมันเยิ้มไปหมด
“สองชิ้นสุดท้าย เธอกินเถอะ!” ฮั่วจิ้งชวนคีบปีกไก่ขึ้นมาชิ้นหนึ่ง