กลับมาถึงตัวอำเภอ เหล่าปัญญาชนที่ลงชนบทก็นั่งเกวียนวัว ส่วนฮั่วจิ้งชวนคืนจักรยานแล้วสะพายกระสอบป่านเก่า ๆ เดินตามหลังพวกเธอมา
เศษไม้โผล่ออกมาจากกระสอบ จางเจียหนิงอยากพูดว่าเศษขยะอะไรถึงเก็บกลับบ้านไปหมด แต่เมื่อครู่ถูกสวนกลับจนเข็ด เลยไม่กล้าพูดออกมา
สวีจิ้นหังไม่ได้พูดอะไรอีกเลย
พอมาถึงที่พักปัญญาชน ทุกคนก็เตรียมทำมื้อเย็นและจัดของที่ซื้อมา
สวีจิ้นหังกลับเข้าห้องไปนั่งเหม่ออยู่ริมเตียงเตา จางเจียหนิงเดินเข้าไปถามว่า “พี่ ยังจะคบกับปัญญาชนลู่ต่อไปไหม ผมว่าแม่คงไม่เห็นด้วยหรอก”
ตระกูลจางกับตระกูลสวีคบหากันมาหลายปี แต่ก่อนตระกูลจางมีอำนาจเหนือกว่าตระกูลสวี พ่อของสวีจิ้นหังเริ่มต้นจากการเป็นเจ้าหน้าที่รัฐตัวเล็ก ๆ ต่อมาอาศัยตระกูลจางช่วยสนับสนุน จึงไต่เต้าขึ้นไปเรื่อย ๆ
แม่ของสวีจิ้นหังแสดงออกต่อคนนอกว่าเป็นผู้หญิงอ่อนโยน ใครอยู่ใกล้ก็รู้สึกอบอุ่น แต่ความจริงแล้วเธอมีความต้องการควบคุมคนอื่นสูง สมัยเธอยังสาว แม่สามียังสุขภาพแข็งแรง พี่ชายสองคนของสวีจิ้นหังจึงอยู่ในการเลี้ยงดูของแม่สามี พอสวีจิ้นหังเกิด แม่สามีก็สุขภาพไม่ดีจนเลี้ยงเด็กไม่ไหว เขาจึงเติบโตมากับแม่
เพราะเข้าไปก้าวก่ายเรื่องของลูกชายคนโตกับคนรองไม่ได้ แถมลูกชายทั้งสองก็ไม่สนิทกับเธอ แม่ของสวีจิ้นหังจึงเข้มงวดกับเขาเป็นพิเศษ ตั้งแต่เรื่องเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันไปจนถึงเรื่องใหญ่ ๆ อย่างการเรียนและการคบเพื่อน เธอต้องซักถามทุกเรื่อง
หลังพ่อแม่ของจางเจียหนิงถูกส่งไปชนบท เขาก็สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าท่าทีของแม่สวีจิ้นหังเปลี่ยนไป ต่อมาพ่อสวีวิเคราะห์สถานการณ์แล้วเห็นว่าตระกูลจางยังมีโอกาสกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง แม่สวีถึงยอมให้ทั้งสองคนคบหากันต่อ
