【ตามธรรมเนียม ที่ฝากสมอง】
【ยังไงก็ตามธรรมเนียม อย่าด่าเขาในเรื่องแล้วมาด่าผู้เขียนนะ~ช่วยจับตัวร้ายในเรื่องมาให้พวกเธอแล้ว อย่าไปหาเรื่องผู้เขียน】
(ปีใหม่ เรื่องใหม่ ขอให้ทุกคนอ่านสนุกนะ!)
โทรศัพท์ของเมิ่งชิงอินมีไวรัส
แต่นอกจากจะถูกเพิ่มเข้าไปในกลุ่มแชทประหลาดกลุ่มหนึ่งแล้ว โทรศัพท์ก็ยังใช้งานได้ปกติทุกอย่าง
ชื่อกลุ่มก็แปลกมาก ชื่อว่า "กลุ่มบริหารการเอาชีวิตรอดบนถนน"
แต่เธอจำได้ว่าเธอไม่เคยเล่นเกมแนวนี้มาก่อน
ที่แปลกกว่านั้นคือ เธออยากออกจากกลุ่มแต่ก็ออกไม่ได้
ในกลุ่มไม่มีใครพูดอะไรเลย เมิ่งชิงอินอยากส่งข้อความถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่กลับมีข้อความแจ้งเตือนว่าเธอถูกระงับการพูด
ส่งข้อความไม่ได้ ออกจากกลุ่มก็ไม่ได้
เมิ่งชิงอินเลยโยนโทรศัพท์ทิ้งไว้ข้าง ๆ แล้วตั้งใจทำงานต่อ
พอเลิกงาน ลากสังขารที่เหนื่อยล้ากลับมาถึงบ้าน ก็เป็นเวลาสองทุ่มครึ่งแล้ว
กินข้าวที่โรงอาหารบริษัทมาแล้ว เมิ่งชิงอินอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ขึ้นเตียงเปิดติ๊กต็อกดูคลิปสั้น ๆ นี่คือช่วงเวลาแห่งความสุขไม่กี่ช่วงของเธอในแต่ละวัน
เธอเปิดหาช่องบล็อกเกอร์คนโปรดที่คอยประจบประแจง เขาผู้นั้นพูดจาประจบประแจงและฟังแล้วรู้สึกสบายใจสุด ๆ ใบหน้าของสาวออฟฟิศผู้ทำงานหนักอย่างเมิ่งชิงอินก็ฉาบไปด้วยรอยยิ้มพอใจในที่สุด
เธอพิมพ์คอมเมนต์ทิ้งไว้หนึ่งประโยคว่า "ขุนนางผู้ภักดี สมควรได้รับรางวัล" จากนั้นก็เตรียมจะออกจากแอป
ในตอนที่นิ้วโป้งของเธอกำลังจะแตะลงบนหน้าจอ ข้อความหนึ่งก็ผุดขึ้นมาบนหัวจอ พร้อมกับเสียง "ติ๊ง" ดังขึ้น
จากนั้น ที่มุมซ้ายบนของหน้าจอก็มีไอคอนสีเขียว ๆ โผล่ขึ้นมา
เมิ่งชิงอินกดเข้าไปดู ก็พบว่าเป็นข้อความใน "กลุ่มบริหารการเอาชีวิตรอดบนถนน" นั่นเอง
【หมาป่าขาว: รอไม่ไหวแล้ว อีกหนึ่งวัน เกมจะเชื่อมต่อกับผู้อยู่อาศัยบนดาวดวงนี้แล้ว!นึกถึงตอนที่พวกเขาตกใจกลัว ฉันก็ตื่นเต้นขึ้นมาเลย!】
【หมาป่าสีเทา: ใจเย็น ๆ พรุ่งนี้สองทุ่มกว่าจะเชื่อมต่อจริง ๆ ตอนนั้นเราจะได้มีเรื่องสนุก ๆ ให้ดูอีก】
【ไฮยีน่า: แย่หน่อย ช่วงสามวันแรกเป็นช่วงระดับความยากสำหรับมือใหม่ต่ำเกินไป ไม่มีความมันส์เลย】
【หมาป่าสีเทา: ผู้อยู่อาศัยสามารถนำสิ่งของที่ถืออยู่ติดตัวเข้าไปในเกมได้ หวังว่าพวกเขาจะคว้าโอกาสนี้ไว้ได้】
【หมาป่าขาว: มาดูกันเถอะ ว่าผู้อยู่อาศัยเหล่านี้จะเอาขยะสารพัดชนิดอะไรเข้าไปในเกม ฉันรอไม่ไหวแล้วจริง ๆ!】
【แบดเจอร์น้ำผึ้ง: สองทุ่ม นี่คือช่วงเวลาที่ผู้อยู่อาศัยส่วนใหญ่บนดาวดวงนี้กำลังกินข้าวหรือพักผ่อน เธอจะหวังให้พวกเขาเอาอะไรเข้าไปในเกมได้ล่ะ?ก็แค่พวกอุปกรณ์กินข้าวในมือเท่านั้นแหละ ส่วนของใหญ่ ๆ อย่างรถยนต์ ถึงจะถือพวงมาลัยก็เอาเข้าไปในเกมไม่ได้อยู่ดี】
【หมาป่าขาว: เพราะงั้นฉันถึงได้รอคอยไงล่ะ เอาตะเกียบ ช้อน หรือแม้แต่ไพ่เข้าไปในเกมเอาชีวิตรอด นี่มันเป็นการเริ่มต้นที่แย่ที่สุดเลย!คิดแล้วก็ตื่นเต้น】
บทสนทนาจบลงแค่นั้น
เมิ่งชิงอินอยากส่งข้อความไปถาม แต่เธอถูกระงับการพูดตลอดเวลา เลยส่งข้อความไม่ได้เลย
คนพวกนั้นดูเหมือนจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอเข้าไปอยู่ในกลุ่มด้วย พูดจาไม่รู้จักระวังปากเลย
แต่เธอกลับฟังบทสนทนาของพวกเขาแล้วงงไปหมด
เชื่อมต่อเกม?
เอาชีวิตรอดบนถนน?
ปกติเธอก็อ่านนิยายเอาชีวิตรอดบ้างเป็นครั้งคราว แต่ไม่เคยคิดว่านิยายจะกลายเป็นเรื่องจริงได้
สำหรับบทสนทนาในกลุ่ม เธอรู้สึกกึ่งเชื่อกึ่งไม่เชื่อ คิดว่ามันเป็นแค่มุกเล่น ๆ มากกว่า
เกมเอาชีวิตรอด ฟังดูไร้สาระพออยู่แล้ว
แต่กลุ่มแชทที่อยู่ดี ๆ ก็ถูกเพิ่มเข้ามา สถานะที่ถูกระงับการพูดตลอดเวลา และบทสนทนาของคนพวกนั้น กลับเหมือนก้อนกรวดเล็ก ๆ ก้อนหนึ่ง ที่ทำให้ในใจที่สงบนิ่งของเธอเกิดระลอกคลื่นขึ้นมา
พวกเขาบอกว่าพรุ่งนี้สองทุ่มจะเชื่อมต่ออย่างเป็นทางการ...
ไม่ว่าจะจริงหรือเท็จ เธอคิดว่าเธอควรเตรียมตัวไว้ล่วงหน้านิดหน่อย ถ้าเป็นเรื่องปลอม เธอลาหยุดหนึ่งวันก็ถือว่าได้พักผ่อนไป
ถ้าเป็นเรื่องจริง...
แบบนั้นวันพรุ่งนี้ก็เป็นวันที่สำคัญมาก
คิดได้แบบนั้น เมิ่งชิงอินก็เปิดแอปบริษัทขอลาหยุดหนึ่งวันทันที เหตุผลที่เขียนว่า:คนในครอบครัวเสียชีวิต ต้องกลับบ้านไปงานศพ
เธอเป็นเด็กกำพร้า โตที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ไม่มีครอบครัวเลย
เหตุผลที่เขียนแบบนี้ ก็เพราะหัวหน้างานจะได้ปฏิเสธยาก
เธอยังจำได้ตอนที่เพิ่งเข้าทำงานใหม่ ๆ ครั้งหนึ่งเคยทำงานล่วงหน้าสามวันติด วันต่อมาก็ล้มป่วยไข้ขึ้นสูงถึง 40 องศา ตัวร้อนจนแทบจะเพ้อ
เธอโทรหาหัวหน้างานเพื่อขอลาป่วย กลับได้ยินประโยคสุดกากจากหัวหน้า:“คราวหน้าไม่สบายก็บอกล่วงหน้าสิ แบบนี้ลาป่วยกะทันหัน มันทำให้ความคืบหน้าของทีมเราช้าลง!”
เธอเป็นแค่เด็กฝึกงาน งานที่ทำก็แค่เดินเอกสาร พิมพ์งาน เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงไปทำให้งานในทีมล่าช้าได้
แต่หลังจากครั้งนั้น เธอก็ตระหนักได้อย่างลึกซึ้งว่า หัวหน้างานเป็นพวกสมองทึบ คิดดูแล้วคงตอนเด็ก ๆ หัวกระแทกพื้นมา
เพราะงั้น เธอถึงใช้เหตุผลว่าคนในครอบครัวเสียชีวิต
แล้วก็เป็นการลาล่วงหน้าด้วย หัวหน้าโง่ ๆ คนนั้นคงไม่กล้าทำอะไรเธอมากนัก
สมคาด การอนุมัติลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
แต่เมิ่งชิงอินสังเกตเห็นว่า มีอีกข้อความหนึ่งเขียนไว้ว่า:“คราวหน้าอย่าเอาเรื่องแบบนี้มาพูดตอนกลางคืนนะ เอาโชคร้ายมาให้”
เมิ่งชิงอินโกรธจนหัวเราะ ที่แท้เวลาคนเราหมดคำพูดก็หัวเราะได้จริง ๆ ด้วย
เธอสบถออกมาประโยคหนึ่ง แล้วปิดแอปทันที ไม่เห็นก็ไม่ต้องปวดหัว เตรียมตัวนอน
แต่พอมีเรื่องในใจ ก็ยิ่งนอนไม่หลับ
เมิ่งชิงอินเลยเปิดโทรศัพท์อีกครั้ง เข้าแอปอ่านนิยาย แล้วค้นหานิยายเอาชีวิตรอดมาอ่าน
เธอรู้เรื่องพวกนี้น้อยเกินไป ถ้าเป็นเกมเอาชีวิตรอดจริง ๆ ยิ่งเตรียมตัวมากเท่าไร โอกาสรอดก็มีมากขึ้นเท่านั้น
อ่านไปสามชั่วโมง
จนถึงตีหนึ่ง เธอรู้สึกปวดตาเหลือเกิน ถึงได้วางโทรศัพท์แล้วบังคับตัวเองให้นอน
...
เมิ่งชิงอินตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตอนเจ็ดโมงเช้า
พอเสียงปลุกดัง เธอก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ในดวงตายังมีรอยแดงก่ำ
สามวินาทีต่อมา สติก็กลับคืนมา
เมิ่งชิงอินดีดตัวลุกจากเตียง แล้วรีบไปล้างหน้าแปรงฟันกินข้าวเช้า
วันนี้เธอต้องไปซื้อข้าวของเครื่องใช้สำหรับเอาชีวิตรอดกลางแจ้ง
จากบทสนทนาของคนพวกนั้น พอจะเดาได้ว่า ตอนที่เกมเชื่อมต่อตอนสองทุ่มคืนนี้ สิ่งของที่ถืออยู่ในมือจะติดเข้าไปในเกมด้วย
แต่รถยนต์เป็นข้อยกเว้น
เมิ่งชิงอินเดาว่า อาจจะเป็นเพราะรถใหญ่เกินไป ไม่ถือว่า "ถืออยู่ในมือ"
ถ้าอย่างนั้น ก็ต้องเป็นสิ่งที่ "ถือ" อยู่ในความหมายที่แท้จริงเท่านั้น
เธอต้องใช้เวลาวันนี้ทั้งวัน ซื้อกระเป๋าเอาชีวิตรอดกลางแจ้งแบบฉุกเฉิน
เวลามีจำกัด ไปซื้อทางออนไลน์ก็คงไม่ทัน ต้องไปซื้อที่ร้านเฉพาะทางเท่านั้น
เธอค้นหาในแอปนำทางหาร้านขายอุปกรณ์เอาชีวิตรอดกลางแจ้งที่รีวิวดี ๆ สักร้าน แล้วก็นั่งแท็กซี่ไปทันที
ครึ่งชั่วโมงต่อมา รถแท็กซี่จอดที่หน้าร้าน เมิ่งชิงอินจ่ายเงินแล้วลงจากรถ ก้าวเข้าไปในร้าน
ในร้านเงียบเหงามาก พอเมิ่งชิงอินเดินเข้าร้าน เจ้าของร้านอ้วน ๆ ก็ยิ้มแย้มแจ่มใสเดินเข้ามาต้อนรับ:“คุณผู้หญิง อยากซื้ออะไรเหรอ?”
