“ให้ฉันเลือกเองเหรอ?”
ระบบเท้าเอว “ใช่แล้ว!”
“ปกตินายฟังคุณปู่เสิ่นที่สุด แถมยังขี้เกียจเสียเวลาเสียแรงไปทำตามขั้นตอนคบหาดูใจ วันนี้โดนของอะไรมาหรือไง?” หยางไป๋ชวนบ่น
เสิ่นซวี่ไม่มองเขา เอาแต่ทำงานต่อ “ไม่มีอะไรก็ไปได้แล้ว”
หยางไป๋ชวนชินกับท่าทีเย็นชาน่าหมั่นไส้แบบนี้ของเขามานานแล้ว เขายกขายาวพาดขึ้นนั่งบนขอบโต๊ะ “ฉันสืบจนรู้ถึงตัวคู่ดูตัวของนายแล้วนะ จางหยาชิงทางใต้เมือง ลั่วเมิ่งหัวทางเหนือเมือง!”
เสิ่นซวี่เหลือบมองขาของอีกฝ่ายด้วยแววตาเย็นชา “ถ้าไม่อยากเก็บไว้ ก็สับทิ้งซะ”
อีกฝ่ายรีบหุบขาลงทันที แล้วถามอย่างสงสัย “นายคงไม่ได้มีคนในใจแล้วหรอกนะ?”
ระบบยกขาพาด “ใช่เลย!”
เสิ่นซวี่: อย่าทำตัวเหมือนมนุษย์ น่าเกลียด
ระบบนั่งยอง ๆ วาดวงกลมอยู่ในพื้นที่ของตัวเอง “...นายมันไม่มีหัวใจ!”
“ไม่มี”
“เอาที่นายสบายใจแล้วกัน ยังไงฉันก็เอาข่าวมาบอกแล้ว ฉันไปก่อนล่ะ”
ไม่นานนัก หยางไป๋ชวนก็เดินย้อนกลับมา ถามอย่างอารมณ์ดี “สาวสวยเมื่อกี้เป็นพนักงานใหม่ของสำนักงานประธานเหรอ? ฉันขอช่องทางติดต่อได้ไหม?”
พูดยังไม่ทันขาดคำ เขาก็โดนเสิ่นซวี่มองตาขวาง “ไสหัวไป”
หยางไป๋ชวนยกมุมปากขึ้นทันที “น่าสนใจแฮะ”
คนที่ไม่เคยแสดงอารมณ์ออกมาทางสีหน้า ก็มีวันที่แววตาหม่นมืด แฝงความหวงแหนเป็นเจ้าของอยู่เหมือนกัน
เขาโบกมืออย่างสบายอารมณ์ ก่อนเดินจากไป “ลาก่อนนะ ห่านเสิ่น”
“ข้อนี้ฉันตอบได้”
“เขากำลังบอกว่านายปากแข็งเหมือนห่านตายไง”
ตอนเที่ยง ทุกคนกินข้าวกันในห้องพักดื่มชา เป็นช่วงเวลาพักผ่อนหาได้ยากที่พอจะพูดคุยกันได้สักสองสามคำ
สำหรับพนักงานใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำงานได้สัปดาห์เดียว ทุกคนย่อมอดสงสัยใคร่รู้ไม่ได้
