ปีแล้วปีเล่า ความสงบนิรันดร์

บทที่ 4 แนบสนิท

8 นาที· 1.9K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

ฮูหยินหานเหลือบมองเจียงโย่วหนิงแวบหนึ่ง

เจียงโย่วหนิงเหลือบหางตาเห็นจ้าวหยวนเช่อเงยหน้าขึ้น ราวกับกำลังมองมาทางนาง

นางฝืนใจสงบนิ่ง คีบขนมพุทราชิ้นนั้นกลับมาวางตรงหน้าตนเอง กัดเข้าไปคำเล็ก ๆ

รสชาติจืดชืดดั่งขี้ผึ้ง

เหตุใดฮูหยินหานจึงถามขึ้นมาเช่นนี้กะทันหัน นี่ตั้งใจหรือไม่ หากไม่ใช่ นั่นคือดูออกอะไรแล้วหรือ จงใจกล่าวให้อัปยศเช่นนี้

อย่างไรก็ตาม นางรู้สึกได้ถึงความไม่พึงใจของฮูหยินหาน

จ้าวหยวนเช่อไร้สีหน้าว่า “ท่านแม่กล่าวเช่นนี้ด้วยเรื่องใด”

ฮูหยินหานยื่นมือไปแตะต้องรอยฟันบนลำคอของเขา ขมวดคิ้วกล่าวว่า “สตรีที่ดีมีที่ไหนจะทิ้งร่องรอยเช่นนี้ไว้บนกายบุรุษ”

แม้ไม่เคยพบหน้า แต่ฮูหยินหานก็ไม่ชอบใจสตรีผู้นั้นอย่างยิ่งแล้ว ตระกูลใหญ่โต แม้เป็นอนุภรรยาที่ไร้ความสำคัญ ก็ต้องคัดเลือกอย่างพิถีพิถัน

เจียงโย่วหนิงหน้าเร่าร้อน ก้มศีรษะต่ำลงอีก กัดขนมพุทราที่ไม่รู้รสชาติอะไรอีกคำ

ตอนนั้นนางเจ็บยิ่งนัก แต่ก็อายที่จะส่งเสียง ได้แต่ทำตามสัญชาตญาณ

นี่คือการไม่รู้จักมารยาทงั้นหรือ

จ้าวหยวนเช่อนิ่งเงียบ หลบเลี่ยงการสัมผัสของฮูหยินหาน ถกแขนเสื้อรินน้ำนมชาใส่ถ้วยสองถ้วย วางตรงหน้าเจียงโย่วหนิงและฮูหยินหาน

เจียงโย่วหนิงเหลือบมองน้ำนมชาสีขาวนวลแวบหนึ่ง นางชอบของหวาน แต่ในสถานการณ์เช่นนี้จะมีแก่ใจได้อย่างไร เพียงอยากกินให้เสร็จไว ๆ แล้วจากไป

ฮูหยินหานเห็นจ้าวหยวนเช่อไม่พูดจา จึงถามอีกว่า “สตรีผู้นั้นฐานะเช่นไร”

“เช่นเดียวกับเจียงโย่วหนิง” จ้าวหยวนเช่อกล่าวเรียบ ๆ

หัวใจเจียงโย่วหนิงบีบรัด ตะเกียบในมือแทบจะถือไว้ไม่อยู่ ขนอ่อนทั่วร่างลุกชันขึ้นในบัดดล

“เบื้องหลังไร้ที่พึ่งพิง”

จ้าวหยวนเช่อกวาดตามองเจียงโย่วหนิงแวบหนึ่งแล้วเสริมอีกประโยคอย่างไร้สีหน้า

เจียงโย่วหนิงตกใจจนเหงื่อเย็นซึม ในเวลาเช่นนี้เขาพูดถึงนางทำไม มิกลัวฮูหยินหานจะดูออกหรือ

“โย่วหนิงจะไร้ที่พึ่งพิงได้อย่างไร นางมีบ้านเราอยู่” ฮูหยินหานรีบปริปาก หยุดไปครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เจ้าคิดจะเลี้ยงสตรีผู้นั้นไว้นอกจวนต่อไปเช่นนั้นหรือ”

นางวางใจ เมื่อสตรีผู้นั้นไร้ผู้สนับสนุน ก็ต้องอยู่ในการควบคุมของนางมิใช่หรือ

“ท่านแม่มีแผนจัดการหรือ”

จ้าวหยวนเช่อถามกลับ

ฮูหยินหานกล่าวว่า “ข้าคิดว่า ส่งนางมาให้ข้าเลี้ยงไว้นอกจวนแทนก่อนดีกว่า พวกเจ้าอย่าพบหน้ากันไปสักพัก รอให้เจ้าแต่งงานแล้ว ให้เกี้ยวหลังหนึ่งมารับจากประตูเล็กเข้าจวนเป็นอนุภรรยาก็พอแล้ว ในเมื่อยามนี้เจ้ากำลังอยู่ในช่วงสำคัญของการเจรจาสู่ขอ หากมีข่าวเลี้ยงอนุภรรยาอยู่นอกจวน เกรงว่าชื่อเสียงจะไม่ดี”

นางก็ไม่กังวลว่าบุตรชายจะหาภรรยาไม่ได้ บุตรชายนางเพิ่งกลับนครหลวงได้กี่วัน แม่สื่อที่เคาะประตูมาสู่ขอมีไม่ต่ำกว่าสิบคน

นางเพียงไม่ต้องการให้สตรีที่ไร้มารยาทข้างนอกมาทำลายชื่อเสียงอันดีงามของบุตรชาย

“เจ้าคิดว่าอย่างไร”

จ้าวหยวนเช่อมองไปทางเจียงโย่วหนิง แววตาใสกระจ่าง ริมฝีปากเม้มเล็กน้อย ไม่โกรธแต่แฝงอำนาจ

เจียงโย่วหนิงใจสั่น รู้สึกราวกับลำคอถูกปิดกั้นจนพูดไม่ออก เหตุใดเขาจึงชอบดึงนางเข้าไปพัวพันด้วยเสมอ

นี่ยังต้องถามอีกหรือ ตอบไปตามตรงก็คือต้องไม่ส่งนางให้ฮูหยินหานอยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นนางไม่มีทางเป็นอนุภรรยาของเขา

นางก็ไม่ใช่ภรรยาลับของเขา

เรื่องเมื่อคืนนั้นเป็นอุบัติเหตุ ต่อไปจะไม่มีเรื่องเช่นนั้นเกิดขึ้นอีก

รอเก็บสะสมเงินได้อีกนิด นางจะพาแม่นมอู๋ย้ายออกจากจวนกั๋วกง ให้ห่างไกลจากเขาและเรื่องวุ่นวายของครอบครัวใหญ่นี้

“โย่วหนิงเป็นหญิงสาวคนหนึ่ง จะไปรู้เรื่องเหล่านี้ได้อย่างไร” ฮูหยินหานหัวเราะขึ้น คิดว่าจ้าวหยวนเช่อไม่ต้องการส่งตัวนาง ก็ไม่บีบบังคับ เปลี่ยนเรื่องกล่าวว่า “อย่างไรก็ตาม หากเจ้าพบสตรีเพื่อสู่ขอ ให้โย่วหนิงช่วยดูให้ล่ะกัน”

เจียงโย่วหนิงหลุบตาลง นิ่งเงียบไม่ตอบ คำของฮูหยินหานนี้เกรงว่าจะให้หน้านางเกินไป นางมีสิทธิ์อะไรไปตรวจดูแทนจ้าวหยวนเช่อ

“ท่านแม่มีผู้ใดที่เหมาะสมหรือ”

จ้าวหยวนเช่อถามอย่างไม่เร่งรีบ

“มี” ฮูหยินหานยิ้มกล่าว “คุณหนูแห่งสกุลหวังไท่ฟู่ เจ้าเห็นว่าเช่นไร”

เจียงโย่วหนิงที่กำลังเคี้ยวขนมพุทราชะงักไปเล็กน้อย แพขนตายาวเหยียดหลุบต่ำ

คุณหนูแห่งสกุลหวังไท่ฟู่ ย่อมเป็นบุตรสาวคนที่สามสายตรงเป็นแน่ ภรรยาของหวังไท่ฟู่ครั้งยังสาวเป็นสตรีผู้เลอโฉมที่มีชื่อเสียง คุณหนูสามย่อมไม่ด้อยไปกว่ากัน

บุตรขุนนางชั้นสูง สตรีตระกูลใหญ่ผู้เลิศล้ำ คู่ควรกัน ราวกับฟ้าส่งมา

ดีมากทีเดียว

จ้าวหยวนเช่อกวาดตามองเจียงโย่วหนิงแวบหนึ่ง ไม่กล่าวสิ่งใด

ฮูหยินหานยินดีนัก “หากเจ้าเต็มใจพบนาง เช่นนั้นพรุ่งนี้เลยเป็นไฉน”

นางพึงพอใจการสู่ขอครั้งนี้ยิ่งนัก

หวังไท่ฟู่เป็นอาจารย์ของฝ่าบาทองค์ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งซูมี่สื่อเป็นหัวหน้ากรมองคมนตรีนครหลวง ขุนนางในราชสำนักล้วนเรียกขานว่า “ซูเซี่ยง”

หลังจ้าวหยวนเช่อกลับจากชัยชนะ ฝ่าพระบาททรงโปรดให้แต่งตั้งเป็นเตี้ยนเฉียนจื่อฮุยสื่อ ตำแหน่งขั้นสองระดับรอง อายุเพียงน้อยนิดก็ได้เป็นขุนนางฝ่ายบู๊ชั้นสูงสุด นับเป็นผู้เดียวในหมู่คนรุ่นเยาว์แล้ว

แต่นางยังอยากให้บุตรชายก้าวหน้ายิ่งขึ้นไปอีก เมื่อได้สมรสกับบุตรสาวของหวังไท่ฟู่ บุตรชายก็จะได้เข้ากรมองคมนตรีนครหลวง อนาคตภายหน้ายิ่งไม่อาจประมาณได้

เจียงโย่วหนิงได้สติจากความเจ็บแปลบที่ปลายนิ้ว ถึงได้พบว่าตนเผลอกำตะเกียบหยกแน่นเกินไปจนเกิดรอยกดลึกบนนิ้ว

นางค่อย ๆ คลายมือออก ของที่ไม่เป็นของนาง ต่อให้กำไว้แน่นก็ไร้ประโยชน์

“ท่านแม่จัดการเถิด”

จ้าวหยวนเช่อพยักหน้า

เจียงโย่วหนิงรู้สึกอึดอัดในอกยิ่งนัก กลืนอะไรไม่ลงจริง ๆ วางตะเกียบลง ทำเป็นไม่ใส่ใจกล่าวว่า “ข้าอิ่มแล้ว ท่านแม่และท่านพี่ทานต่อเถิด”

นางแอบถูรอยกดบนนิ้วเบา ๆ

พรุ่งนี้หรอกหรือ

เร็วเสียจริง

หากไม่เสียมารยาทเกินไป นางอยากจะลุกขึ้นกล่าวลาแล้วจากไปเดี๋ยวนี้

รู้สึกว่าตนนั่งอยู่ที่นี่คือการดูถูกตนเองให้อัปยศ

“ฮูหยิน ท่านหล่าวเอ๋ยอยู่ที่ห้องหนังสือ บอกว่ามีจดหมายสำคัญฉบับหนึ่ง ถามว่าฮูหยินเก็บไว้ที่ใด”

แม่นมเฟิงเข้ามารายงาน

“ข้าจะไปหยิบให้ท่านหล่าวเอ๋ย” ฮูหยินหานลุกขึ้นเดินออกไป ปากกำชับเจียงโย่วหนิงและจ้าวหยวนเช่อทั้งสองว่า “พวกเจ้ากินไปก่อน”

ประตูถูกปิดลง ในห้องเงียบสงัดจนได้ยินเสียงเข็มตก

จ้าวหยวนเช่อนั่งอยู่ตรงหน้า

เขาไม่ถนัดกล่าววาจา ย่อมไม่เอ่ยปากก่อนเป็นแน่

เจียงโย่วหนิงประสานสองมือไว้ ก้มศีรษะราวกับนั่งอยู่บนพรมหนาม ราวกับมีร่างแหแผ่ปกคลุมนางไว้แน่นหนาจนหายใจไม่ออก

“ท่านพี่ทานต่อเถิด ข้าขอกลับเรือนไปก่อน”

ในที่สุดนางก็นั่งไม่ติด รีบทิ้งประโยคหนึ่งแล้วลุกขึ้นเดินออกไปข้างนอกราวกับหนีภัย

น้ำเสียงของจ้าวหยวนเช่อที่คมกริบดุจดาบผ่าหยกดังขึ้นจากด้านหลัง “ยังเจ็บอยู่หรือไม่”

เจียงโย่วหนิงตัวแข็งค้าง เข้าใจแจ่มแจ้งว่าเขาถามถึงสิ่งใด แทบจะหาน้ำเสียงของตนเองไม่พบ

นางยังรับรู้ได้ว่าเขากำลังจ้องมองนาง ราวกับหนามเสียบกลางหลัง

“ไม่ ๆ ไม่เจ็บแล้ว...”

“นี่เอาไป”

จ้าวหยวนเช่อเอ่ยปากอีกครั้ง

เจียงโย่วหนิงหันหลังไปมองดู คือกล่องยาเครื่องกระเบื้องขาวใบเล็กของเมื่อวาน

“ไม่ต้อง ข้าทายาแล้ว”

นางแก้มแดงเรื่อ ปฏิเสธเสียงเบา

นางไม่มียาทา เพียงแต่ไม่ต้องการสิ่งของของเขา

คนที่เป็นไปไม่ได้ ไม่ควรมีสิ่งพัวพันจะดีกว่า

“ข้าดูหน่อย”

จ้าวหยวนเช่อลุกขึ้นยืน

เจียงโย่วหนิงได้ยินเสียงเขาดันเก้าอี้ ตกใจจนวิญญาณแทบหลุดลอย กำลังจะวิ่งออกไปเดี๋ยวนั้น

ชั่วพริบตาถัดมา เท้าทั้งสองลอยขึ้นจากพื้น

จ้าวหยวนเช่อช้อนอุ้มนางอย่างง่ายดายจากข้างหลัง

เจียงโย่วหนิงตื่นตระหนกตกใจ สองมือผลักอกเขา ขาทั้งสองข้างถีบไปมา ทั่วใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว “ท่านพี่ เช่นนี้นั้นผิดจารีต”

ที่นี่คือเรือนใหญ่นะ

ฮูหยินหานอาจกลับมาได้ทุกเมื่อ หากประจวบพบเห็นฉากนี้ เข้าไป สำหรับนางแล้ว ไม่ต่างจากฟ้าถล่ม

จ้าวหยวนเช่อไม่สนใจการดิ้นรนของนาง อุ้มนางไปวางไว้หลังฉากกั้นไม้หนานมู่แล้วยื่นมือแบออกตรงหน้านาง

ในอุ้งมือวางกล่องยาเครื่องกระเบื้องขาวไว้อย่างเงียบงัน

เจียงโย่วหนิงเม้มปากไม่ยอมรับ

“ต้องให้ข้าช่วยเจ้าหรือ”

จ้าวหยวนเช่อมองนาง ดวงตาสีดำเข้มคล้ายเหวน้ำลึกเยือกเย็น สุดหยั่งถึงก้นบึ้ง

“ข้าทำเอง”

เจียงโย่วหนิงคว้ากล่องยาในมือเขามา หันหลังให้คลายสายคาดเสื้อออก ต้นคอขาวเนียนละเอียดอายจนกลายเป็นสีชมพู

จ้าวหยวนเชื่อมองเงาร่างของนาง แววตาแฝงไว้ด้วยสีหม่น

เจียงโย่วหนิงละอายใจยิ่งนัก หูแดงซ่านไปหมด นางรีบทายาทาไปส่ง ๆ หมุนตัววางกล่องยาคืนใส่มือจ้าวหยวนเช่อ

“เหตุใดยังมีเลือดไหลอยู่อีก”

จ้าวหยวนเช่อขมวดคิ้ว

เจียงโย่วหนิงเพิ่งสังเกตว่า ในมือของตนเองเปื้อนคราบเลือดเป็นจุด ๆ

นางก็ไม่รู้ว่าเหตุใดจึงมีเลือดซึมออกมาเป็นพัก ๆ เมื่อคืนก่อนก็มี หลังอาบน้ำก็มี มาจนถึงตอนนี้ก็ยังมี

โชคดีที่เลือดไม่ได้ออกมามากนัก

นางยามนี้ไม่มีแก่ใจสนใจ แค่อยากรีบจากไป

กำลังจะหันหลังไปจัดแจงเสื้อผ้า จู่ ๆ มือก็ถูกจ้าวหยวนเช่อคว้าไว้

เจียงโย่วหนิงตัวแข็งค้าง ก็เห็นเขาหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งออกมา จับนิ้วของนางทีละนิ้วเช็ดไปเรื่อย ๆ

คนที่ใบหน้าเคร่งขรึม กำลังทำเรื่องเหลวไหลที่สุดในโลก ผ้าเช็ดหน้าสีขาวงาช้างเปรอะเปื้อนด้วยสีแดงดั่งดอกถูหู

อากาศเงียบสงัดไร้สุ้มเสียง แฝงด้วยความแนบสนิทล่องลอย

เจียงโย่วหนิงเบือนหน้าหนี ผิวหน้าร้อนวูบ ไม่กล้ามองตรง ๆ

รอจนเขาปล่อยมือนางแทบไม่ทัน นางรีบหันหลังให้เขา ลนลานผูกสายคาดเอว

จ้าวหยวนเช่อจับจ้องเงาร่างตื่นตระหนกของนาง ค่อย ๆ เก็บผ้าเช็ดหน้าไว้ในอกเสื้ออย่างไม่เร่งร้อน

“อี้เหิง”

ในเวลานี้ จู่ ๆ ประตูก็ถูกผลักออก ฮูหยินหานกลับเข้ามา

เจียงโย่วหนิงตกใจจนร่างสั่นสะท้าน ใบหน้าซีดขาวลงในบัดดล กลั้นหายใจอย่างรู้ตัว

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com