เวินซูหว่านมองเข็มที่แทงอยู่บนหลังมือซึ่งเพิ่งจัดให้เข้าที่อีกครั้ง แก้มพลันขึ้นสีระเรื่อด้วยความกระอักกระอ่วน สายตาเลื่อนไปหยุดที่ฝ่ามืออีกข้างซึ่งพันผ้าก๊อซไว้
บนฝ่ามือนั้นเต็มไปด้วยรอยแผลตื้นลึกไม่เท่ากัน ที่เธอใช้เล็บจิกลงไปอย่างแรงเพื่อฝืนประคองสติ
เผยเจาหวายมองตามสายตาเธอไปยังมือข้างนั้น น้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงความเจ็บปวดใจ
“ต่อไปอย่าทรมานตัวเองอีกเลย จิกจนเลือดเนื้อเละขนาดนี้ ไม่เจ็บหรือไง?”
“นอนนิ่ง ๆ เดี๋ยวฉันช่วยพยุง”
ยังไม่ทันที่เวินซูหว่านจะปฏิเสธอีกครั้ง เผยเจาหวายก็โน้มตัวลงประคองเธอขึ้นอย่างระมัดระวัง แล้วจัดหมอนที่หัวเตียงให้เข้าที่
เขาปรับให้เธอเอนพิงหัวเตียง โดยหลบมือทั้งสองข้างของเธอตลอด ไม่ยอมให้เธอต้องออกแรงแม้แต่น้อย
การกระทำนี้ทำให้เวินซูหว่านงุนงงไปทันที ยังไม่ทันได้ตั้งตัว เผยเจาหวายก็วางเธอลงเรียบร้อยแล้ว
บนโต๊ะข้างเตียงมีปิ่นโตเก็บความร้อนใบหนึ่ง เป็นน้ำแกงไก่ที่หวังซู่อิงนำมาให้เมื่อตอนบ่าย พอตกเย็นเผยเจาหวายยังอุตส่าห์ไปยืมเตาในโรงอาหารของโรงพยาบาลมาอุ่นน้ำแกงไก่กับอาหารให้ร้อนอีกด้วย
เผยเจาหวายเปิดฝา หยิบช้อนกระเบื้องเคลือบคันเล็กขึ้นมาตักน้ำแกงหนึ่งช้อน เป่าเบา ๆ ให้คลายร้อน ก่อนยื่นไปจ่อที่ริมฝีปากเธอ
เวินซูหว่านยกมือขึ้นตามสัญชาตญาณ ตั้งใจจะรับช้อนไปกินเอง แต่เพิ่งขยับข้อมือก็ถูกเผยเจาหวายห้ามไว้
“ฉันป้อนเอง เชื่อฟังหน่อย”
แววขบขันวูบไหวอยู่ในดวงตาเขา
“ไม่อย่างนั้นฉันก็มีวิธีทำให้เธอดื่มจนได้”
เวินซูหว่านชะงักไปกับท่าทีของเขา ได้แต่มองใบหน้าด้านข้างที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมอย่างเหม่อลอย ครู่ใหญ่กว่าจะได้สติ
