เธอมองกาน้ำใบใหม่บนตู้ลิ้นชัก เห็นว่าข้างในยังไม่มีน้ำ จึงรีบหยิบกาน้ำอีกสองใบขึ้นมา
“พี่สะใภ้สี่กินก่อนนะ เดี๋ยวฉันไปต้มน้ำร้อนมาให้”
พูดจบ เธอก็ถือกาน้ำวิ่งออกจากห้องไปอย่างรีบร้อน
เวินซูหว่านมองอาหารเต็มโต๊ะ หัวใจพลันอบอุ่นขึ้นมา
ตลอดชีวิตสามชาติอันยาวนาน ไม่เคยมีใครห่วงใยเธอถึงเพียงนี้
เธอค่อย ๆ นั่งลง ประคองถ้วยซุปไก่บ้านขึ้นมาจิบทีละน้อย
หลังเวินซูหว่านกินอาหารเสร็จ เผยเจาหลานจึงถือกาน้ำที่เติมน้ำเดือดจนเต็มเข้ามา
“พี่สะใภ้สี่ ฉันต้มน้ำใส่กาให้เรียบร้อยแล้ว”
เวินซูหว่านเอ่ยขอบคุณเสียงเบา
“ลำบากเธอแล้ว”
“ไม่ลำบากเลย”
เผยเจาหลานยิ้ม แล้วถามต่อ
“พี่สะใภ้สี่อิ่มหรือยัง?”
“จะออกไปกินกับทุกคนอีกสักหน่อยไหม? ข้างนอกกำลังจะเริ่มงานเลี้ยงแล้ว”
เวินซูหว่านส่ายหน้า
“ฉันอิ่มแล้ว”
เผยเจาหลานกำชับ
“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวพี่สี่เข้ามา พี่ก็ออกไปทำความรู้จักกับญาติ ๆ ก็พอ”
พูดจบก็เดินออกไป
ไม่นาน งานเลี้ยงในลานบ้านก็เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ
เนื้อที่เผยเจาหวายตั้งใจให้เจิ้งเฉิงจวินจัดเตรียมไว้ ไม่เหมือนงานเลี้ยงของหมู่บ้านทั่วไปที่มีเนื้อกระจายอยู่เพียงไม่กี่ชิ้น
ที่นี่ทุกจานมีเนื้อชิ้นโตเต็ม ๆ ญาติพี่น้องและแขกเหรื่อต่างกินกันอย่างอิ่มหนำสำราญ จนอิ่มพุงกางกันถ้วนหน้า
งานเลี้ยงใกล้จบ เผยเจาหวายถึงเดินเข้าไปในห้องหอ จูงมือเวินซูหว่านออกมาแนะนำญาติผู้ใหญ่ ญาติพี่น้อง และเพื่อนบ้านทีละคน
เผยเจาหวายจูงมือเวินซูหว่านไปยังโต๊ะของเจิ้งเฉิงจวิน
พอเจิ้งเฉิงจวินกับพวกเห็นพี่ใหญ่พาพี่สะใภ้ใหญ่มา ทุกคนก็ลุกขึ้นยืนพร้อมกัน แล้วกล่าวทักทายด้วยความเคารพพร้อมเพรียง
